
⦁….ความพ่ายแพ้ของ “พรรคประชาชน” ต่อ “ศึกนายก อบจ.ราชบุรี” ด้วยคะแนนที่ห่าง “2 แสนกว่ากับแสนกว่า” ย่อมส่งผลให้ต้องประเมินแนวโน้มทางการเมืองกันใหม่ จากคาดการณ์ที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ “ทีมอนาคตใหม่” คิดไว้ว่า “จังหวัดที่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก้าวไกลมาเป็นอันดับ 1” จะมีความหวังสำหรับ “ยุทธศาสตร์การเมืองท้องถิ่น” ด้วยการทดลองที่ราชบุรีเที่ยวนี้ ชัดเจนว่า “คะแนนปาร์ตี้ลิสต์” ที่ทำให้เชื่อว่าจะสู้กับ “บ้านใหญ่” ในเกมการเมืองท้องถิ่นนั้น เป็น “ความเชื่อที่ไม่เป็นจริง” และนั่นหมายถึงการอ่านเกมของ ทักษิณ ชินวัตร ว่าผลการเลือกตั้งจะยังใช้ “บ้านใหญ่” สู้กับ “กระแส” ได้ เป็น “ความเชื่อที่ใช้ได้”
⦁….ไม่ว่าจะมั่นใจแค่ไหนว่าที่สุดแล้ว “อำนาจประชาชน” จะกำหนด “ผลการเลือกตั้ง” แต่ “การถูกยุบ ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค” ครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งทำให้ต้องเปลี่ยนตัวเล่นตลอดเวลา ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า “ส่งผลต่อความมั่นใจของประชาชนไม่น้อย” แม้จาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาเป็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะสร้างฟีเวอร์ได้มากขึ้น แต่จาก “พิธา” มาเป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ท่ามกลางความชัดเจนมากขึ้นว่า “พรรคประชาชน” ถูกโดดเดี่ยว ยากที่จะได้รับอนุญาตให้เป็น “แกนนำจัดตั้งรัฐบาล” ประเทศ “เครือข่ายผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง” เหนือกว่าส่วนรวม “การเมืองเชิงอุดมการณ์เพื่อประชาชนส่วนใหญ่” ดูจะมีแต่ “น่าเหนื่อยจนชวนให้ท้อ” สำหรับ “ฝากความหวังไว้”
⦁….การสร้าง “คะแนนเสียงจากประชาชน” ระหว่าง “นำเสนออุดมการณ์” เพื่อ “รื้อโครงสร้างโอกาสในผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมให้เกิดความเท่าเทียม” ที่ “พรรคประชาชน” ยึดมั่นไม่ย่อท้อ แม้จะต้องทำงานในฐานะ “ฝ่ายค้าน” กับ “การมุ่งไปที่มีอำนาจเพื่อใช้เป็นโอกาสเอื้อผลประโยชน์ให้ประชาชน” ที่ “เพื่อไทย” เลือกใช้ โดยยอมกระทั่งต้องร่วมมือกับ “เครือข่ายกลุ่มสืบทอดอำนาจ” และให้เกียรติ “พรรคการเมือง” ที่ไม่มีอะไรมากกว่า “ขอแค่โอกาสเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์กลางอำนาจ” เริ่มชัดเจนถึงการท้าทายว่าที่สุดแล้ว “ประชาชน” จะเลือกให้โอกาสกับ “พรรคแบบไหน”
⦁….ทันทีที่ทำหน้าที่อย่างเต็มตัว ไม่เพียง “รัฐบาลอิ๊งค์ 1” จะระดมแจกเงินตาม “โครงการดิจิทัลวอลเล็ต” เท่านั้น แค่โปรเจ็กต์ “30 บาทรักษาทุกที่” จะขยายเป็น 46 จังหวัด หมายถึง ประชาชนทุกคนที่ใช้ “สิทธิบัตรทอง” ในการรักษาพยาบาล ต่อไปนี้แสดงแค่ “บัตรประชาชน” ใบเดียว “รักษาทุกโรค” ได้ในทุกโรงพยาบาล โดยรวม “กรุงเทพมหานคร” เข้าไปด้วย ความสำเร็จของนโยบายนี้ จะยืนยันว่าการจัดการให้ “มีอำนาจก่อน” นั้น “สร้างรูปธรรมของประโยชน์ประชาชน” ได้เร็วกว่าจะต้องขับเคลื่อน “อุดมการณ์การพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน” ให้สำเร็จก่อน
⦁….เรื่องราวที่เป็นรายละเอียดกำหนด “ผลการเลือกตั้ง” แน่นอน! ว่ามากมายคือ “ความไม่เป็นธรรม คดโกง” ไม่ว่าจะเป็น “การใช้กลไกอำนาจรัฐ การซื้อเสียง การใช้อิทธิพลควบคุมคะแนน และอื่นๆ” ที่ดูจะสาธยายได้ไม่หมด การมุ่งที่จะเปิดโปงและหาทางแก้ไขความไม่ชอบมาพากลเหล่านี้ เป็นเรื่อง “ดี ถูกต้อง สมควรกระทำ” แต่การหมกมุ่นกับ “ความวิปริตถาวร” ที่ไม่เคยแก้ไขได้ ย่อมเสียเวลาที่จะไปเพิ่มความพยายามให้ได้คะแนนจากประชาชน “การทุจริตเลือกตั้ง” ที่โวยวายกันมาตลอดทั้งโดย “ประชาธิปัตย์” ในอดีต ต่อมาเป็น “เพื่อไทย” และเป็น “พรรคประชาชน” ในวันนี้ ไม่เคยทำให้ “ประชาธิปไตยไทย” ดีขึ้น
⦁….ความหวังจะเป็น “นายกรัฐมนตรี” สักครั้งของ “พี่ใหญ่แห่ง 3 ป.-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ถูกทุบแตกกระจาย ด้วยความเชื่อมั่นของ ทักษิณ ชินวัตร ว่าจะไม่เกิดความผิดพลาดในการควบคุม “เกมอำนาจ” อีก โดยมี “น้องรัก” ที่ไว้ใจมากที่สุดในช่วงหลัง ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นผู้ฝากแผลที่ยากลืมเลือนไว้ในหัวใจ “พี่ป้อม” ชนิดลบลาย “พยัคฆ์แห่งบูรพา” ไม่มีเหลือ เรื่องราวนี้หากเขียนเป็น “ตำนานแห่งเกมอำนาจ” จะสนุกกสนาน และให้บทเรียนลึกซึ้ง
⦁….หากวางโครงให้เป็น “หนังสือประวัติศาสตร์” ระดับ “พงศาวดารชิ้นเอกทางการเมือง” เรื่องราวของ “พรรคประชาธิปไตย” ที่เกิดขึ้น ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลง กระทั่งดูคล้ายจะรอวันล่มสลายในวันนี้ ควรจะเขียนและบันทึกไว้เป็น “บทเรียนกับการเมืองไทย” ที่สุด และหากคนเขียนจะเป็น “ศิลปิน” ระดับ “ชวน หลีกภัย” จะถือเป็นประโยชน์ยิ่งต่อ “วงการนักประวัติศาสตร์”
ชโลทร





