
⦁….จะพาประเทศไปได้ ต้องเด็ดขาด ถูกต้องแล้วที่ยืนหยัดให้ “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” เป็น “ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ” เมื่อเห็นว่า “คุณสมบัติเหมาะสมกว่าคนอื่น” ข้ออ้างเรื่อง “การเมืองแทรกแซง” เป็นวาทกรรมที่สะท้อนวาระซ่อนเร้นใน “ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มบางพวก” ตัวชี้วัดที่ถือว่า “แฟร์จริง” คือ “ผลประโยชน์ของประชาชน” และ “นักธุรกิจรายเล็กรายน้อยแต่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศ” ซึ่งที่ผ่านมาชัดเจนว่า
“ทุกข์สาหัสกับหนี้สิน” ที่เกิดจาก “ความไม่ยุติธรรมในกลไกบริหารการเงินของประเทศ”
⦁….ดราม่าเมืองไทย ยังครองพื้นที่ด้วย “ข่าวต้มตุ๋นหลอกลวง” หา “เหยื่อ” ขึ้นมาสร้างความร่ำรวย แต่อย่างว่า “ประเทศที่กฎหมายเปลี่ยนแปลงไม่ทันการพลิกแพลงของความโลภ” ผู้คนย่อมเกิดความไม่แน่ใจว่าทั้งคดี “บอสดิไอคอนกรุ๊ป-ทนายตั้ม-ตี่ลี่ฮวงจุ้ย” จะมีความผิดเหมือนที่กระแสสังคมโหมกระพือกันอยู่หรือไม่ เพราะฟังไปฟังมา “พฤติกรรมในคดีเป็นหลักฐานอ่อนปวกเปียก” กระทั่งหน่วยงานที่พยายาม “เพิ่มข้อหาหนักเข้าไป” ไม่ได้มีความมั่นใจสักเท่าไร แค่แสดงให้เห็นว่าเอาจริง ส่วนผลจะออกมาอย่างไรเป็น “เรื่องของศาล” ทั้งที่ “เอาจริงแต่ทำอะไรไม่ได้” สะท้อน “ปัญหาการอำนวยความยุติธรรมให้อยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบไม่ได้”ชัดเจนกว่า
⦁….การหลอกลวงให้ลงทุน ด้วยอาศัย “ตลาดหลักทรัพย์ไทย” เป็น “ตัวหลอก”มี “เพจปลอมเซียนหุ้น” เป็นตัวแสดง ไม่ใช่แค่สร้างความเสียหายให้กับ“คนไทยที่อยากลงทุน” แต่วันนี้ลามไปถึง “ญี่ปุ่น” ที่เริ่มมีการยื่นฟ้องกันวุ่นวาย ทั้ง “ตลาดหลักทรัพย์” และ “กระทรวงไอซีที” ต้องเอาจริงเอาจังกับการคุยกับ “เฟซบุ๊ก” เจ้าของแพลตฟอร์มที่ปล่อยให้เป็น “ช่องทำมาหากินของมิจฉาชีพ” โดยไม่รับผิดชอบอะไร จัดการอะไรไม่ได้ก็ต้อง “ชี้ให้เห็นปัญหา”
⦁….การจัดการกับ “คอลเซ็นเตอร์” ที่เปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงจนตามไม่ทันก็เช่นกัน ต่างประเทศ “ตราเป็นกฎหมาย” ให้ “แบงก์” กับ “ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต” ต้องรับผิดชอบต่อ “ผู้ใช้บริการที่ได้รับความเสียหาย” เพราะถือว่าเป็น “ผู้มีอำนาจควบคุม และได้ประโยชน์จากผู้บริโภคมากที่สุด” จึงมีหน้าที่ต้อง “รับผิดชอบ” แต่สำหรับ “ประเทศไทย” การเรียกร้องความรับผิดชอบจาก “แบงก์” และ “ผู้ให้บริการเครือข่ายการสื่อสาร” ดูจะเป็นเรื่องที่ “ไม่สามารถแตะต้องได้”
⦁….อีกเรื่องคือการบริหารจัดการที่บอกอะไรไม่ได้เลย สำหรับ “ชะตากรรมที่คนไทยต้องเผชิญ” คือ “ปีนี้จะขาดแคลนน้ำหรือไม่ มีข้อมูลที่เป็นจริงอย่างไร ผู้รับผิดชอบเตรียมรับมือแบบไหน แผน 1 แผน 2 เป็นอย่างไร” เป็นข้อมูลที่ควรให้ประชาชนรับรู้ เพราะ “พึ่งใครไม่ได้จะได้หาทางพึ่งตัวเอง” เช่นเดียวกับ “ฝุ่น PM2.5” มีแนวโน้มจะอันตรายแค่ไหน เรื่องที่เกี่ยวข้องต่อ “สุขภาพผู้คน” โดยเฉพาะที่เป็นเหตุให้เจ็บป่วยร้ายแรง จำเป็นต้อง “โปร่งใส” ต้องเข้าโรงพยาบาลแต่ละครั้ง คือ “ทุกข์สาหัสในทุกมิติ”
⦁….มองผ่าน “กฐิน” ที่วัดต่างๆ ยังได้เงินกันเป็นกอบเป็นกำ “หลักล้าน หลักสิบ หลักร้อยล้าน” กันทั่ว ใครที่เป็นห่วง “คนไทย” จะทิ้งวัด เพราะ “พฤติกรรมไม่เหมาะสมของพวกห่มผ้าเหลืองที่พฤติกรรมผิดเพี้ยนไป
จากพระ” นั้น ดูจะไม่ต้องห่วง เพราะชัดเจนว่า “วัดเอาตัวรอดได้” แต่น่าห่วงมากกว่าคือ “วัด” ที่ยังมุ่งไปที่สร้างความร่ำรวย อลังการ จะนำพา “ญาติโยมที่ศรัทธา” ไปทางไหน อีกกี่กัป กี่กัลป์จะเห็น “แสงพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง” ได้บ้าง
⦁….ละคร “วางยาสลบแมว” กับกระแสทัวร์ลงในโลกออนไลน์ ที่ขยายใหญ่โตในประเด็น “สิทธิสัตว์” ในเรื่องกระทบกระเทือนต่อชีวิต ย่อมหมายถึง “มาตรฐานในการอยู่ร่วมกันของสัตว์โลก” มีความจริงจังขึ้นแล้วในประเทศเรา นับแต่นี้ “ทุกพฤติกรรมต่อสัตว์” จะต้องไตร่ตรองให้มากเหมือนที่เปลี่ยนไปแล้วในเรื่อง “ไม้เรียวของครู” ที่ก่อนหน้านั้นเป็น “เรื่องปกติ” แต่ถึงวันนี้ ถูกตีความเป็น “เหี้ยมโหดวิปริต”
ชโลทร





