
⦁….กระแสดราม่าสังคมไทยต่อเนื่องยาวนานมาด้วยเรื่องราวของ “นักต้มตุ๋น-นักหลอกลวง-โจรสารพัดรูปแบบ” เป็น “อาชญากร” ที่พร้อมจะเป็น “ฆาตกรโหด” ล่าสุด “แม่ยายอัยการ” ถูกหลอกไป “ฆ่าชิงทรัพย์” อย่างโหดเหี้ยม ต้นเหตุจาก “หนี้พนัน” ที่รับรู้กันอยู่ว่า “เมื่อเสียพนันจะถูกทวงด้วยวิธีการที่เหี้ยมโหดขนาดไหน” แม้จับไม่ได้ไล่ไม่ทันว่า “เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ” หนุนหลัง หรือหลับตาให้กับ “มาเฟีย” เหล่านี้ แต่ไม่มีใครไม่รู้ว่า ได้ยินเรื่อง “ผลสำเร็จของการปราบปราม” น้อยกว่าเรื่อง “เจ้าหน้าที่รัฐเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการมาเฟีย”
⦁….เข้าคุกกันระนาว ทั้ง “บอส” ผู้ประสบความสำเร็จจาก “ขายตรงลูกโซ่” และ “ผู้รวบรวมคนเสียหายมาสร้างประเด็นต่อรอง” หาก “ดีเอสไอ” เอาประโยชน์ประชาชนเป็นเป้าหมาย โดยจะ “กวาดล้างแก๊งที่สร้างความเดือดร้อน” แบบ “ล้างรัง” จะเป็น “บุญวาสนาของประเทศมาก” เพราะง่ายแล้วที่จะรีดข้อมูลทั้งหมดออกมา ด้วย “คนในขบวนการเล่นงานกันเองเพื่อเอาตัวรอด” ย่อมเปิดโปงและดำเนินคดีได้ทุกเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น “นักธุรกิจโลภ-ข้าราชการโกง-นักการเมืองที่ใช้อำนาจในทางไม่ชอบ” ห่วงก็เพียงว่าจะ “ลูบหน้าปะจมูก” จนต้องทำงานแบบ “เล่นกล” กันไป เท่านั้น
⦁….ว่าไป “เป็นความตั้งใจ” ของ “พรรคประชาชน” อยู่แล้วที่ต้องการทำให้ “เลือกตั้งท้องถิ่น” เป็นการเมืองระหว่าง “พรรคกับพรรค” แทนที่จะเป็นแค่ “ศึกบ้านใหญ่” เพราะ “พรรคประชาชนขายกระแสอุดมการณ์” ไม่ได้ “ขายประโยชน์จากระบบอุปถัมภ์” มุ่ง “สร้างความหวังจากโครงการพัฒนาท้องถิ่น” ไม่ได้ “ขายความยิ่งใหญ่ใจถึงของผู้สมัคร” เมื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” โดดมาเล่มเกมที่ “พรรคประชาชน” อยากเล่น ย่อม “เข้า
ทางปืน” ไม่แปลกอะไรที่ “ผู้นำพรรคประชาชน” จะรวมมือ รวมไม้ โดย
ลงร่วมเล่นด้วยความรู้สึกสมใจ
⦁….เป็นที่รู้กันว่าจะเป็น “นายกรัฐมนตรีประเทศนี้” แม้ประชาชนเลือก ก็ยังต้องผ่านการ “อนุมัติ” จาก “โครงสร้างที่ออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า “พรรคประชาชน” ไม่มีทางไปถึงฝันนั้น เพราะมี “กลไกที่เป็นอุปสรรคขวางไว้มากมายและเข้มแข็ง” แต่ “นายก อบจ.” ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะ “มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง” บทบาทของ “อำนาจสถาปนาทั้งหลาย” มีได้แค่ตรวจสอบ ให้เป็นเรื่องต้อง “เพิกถอน” ซึ่งยุ่งยากและให้ภาพของการกลั่นแกล้งชัดกว่า ด้วยเหตุนี้เอง “พรรคประชาชน” จึงเน้น “สนามท้องถิ่น” ให้เป็น “เกมระดับพรรค”
⦁….เลือก “นายก อบจ.อุดรฯ” ที่ “ทักษิณ” เปิดเกมให้เป็น “ศึกระหว่างพรรค” แม้ที่สุดแล้ว “พรรคประชาชนจะแพ้” ซึ่งแนวโน้มก็เป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพียงกลายเป็นทำให้เป็น “ความพ่ายแพ้ที่น่ายินดี” เพราะ “ความชอบธรรมของอำนาจประชาชน” จะเบ่งบานในสนามท้องถิ่นอย่างที่ “ยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชน” วางไว้ เป็นการใช้ “ท้องถิ่น” โอบล้อมอำนาจจาก “ศูนย์กลาง” จะเห็นได้ว่า “พรรคประชาชน” ประกาศเปิดตัวผู้ลงชิงเก้าอี้ “นายก อบจ.” ไม่เว้นแต่ละวัน
⦁….เหมือนเป้าหมายจะอยู่ที่ขอให้ “คนของพรรค” ได้เป็น “นายก อบจ.” สักจังหวัด “ผู้นำพรรค” จะระดมกันเข้าไปช่วยทำให้เป็น “โมเดลต้นแบบ” ว่า “การบริหารท้องถิ่นที่มีคุณภาพ” ทั้งการสร้างระบบเพื่อแก้ปัญหา และการชี้ให้เห็นอุปสรรคของการจัดการ ไม่ว่าจะเป็น “โครงสร้างที่ถูกครอบงำด้วยส่วนกลาง” และ “กฎหมายที่ไม่อำนวยให้ท้องถิ่นทำงานได้เต็มที่” ซึ่งนั่นจะเป็นการปะทะที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยมีเหตุผลของ “ประโยชน์ประชาชน” เป็นเดิมพัน
⦁….น่าเห็นใจ “ภูมิธรรม เวชยชัย” และ “อดิศร เพียงเกษ” ซึ่งที่สุดแล้วต้องออกมาตั้งรับ “ผู้นำคนหนุ่มจากพรรคประชาชน” ที่เรียงแถวกันเข้ามาอาศัย “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นบันไดปีนสูงขึ้น แต่ดูจากกระแสในโซเชียลแล้ว ดู “ผู้เฒ่าทั้งหลายจากเพื่อไทย” จะตีโต้ได้ลำบากไม่น้อย
⦁….ยิ่งการเมืองในภาพใหญ่ พัฒนาเป็น “3 ก๊ก” มี “ภูมิใจไทย” มาเป็นตัวแทรกในสถานะ “ศูนย์รวมบ้านใหญ่” ที่ “เพื่อไทย” มีเป้าหมายยึดครอง สภาพ “ห่วงหน้า พะวงหลัง” จึงหนีไม่พ้นที่ “เพื่อไทย” ต้องเผชิญ ยิ่งมีเรื่องแหลมคมอย่าง “ที่ดินเขากระโดง” มาเป็นเครื่องมือให้ “ตอกลิ่ม” คำถามว่า “รัฐนาวา” จะราบรื่นอีกนานมั้ย จึงได้ยินอยู่บ่อยๆ
ชโลทร





