เรียงคนมาเป็นข่าว : วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2567

10.12.24 | 21:46 น.
5 ธันวา - สุรินทร์ โกสิยางกูร ประธานจัดงาน “5 ธันวามหาราช” ปีที่ 40 ทำบุญตักบาตรกับถวายผ้าไตรแด่พระปริยัติสุธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร พร้อมทำบุญเลี้ยงพระโรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี สุรินทร์ รุ่งวัฒนไพบูลย์, รัชฎา สายสน และพรพิมล-สรณันทน์ โกสิยางกูร ร่วมในพิธีด้วย

….ปาฐกถาของ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง กลายเป็นปมร้อนเขย่าการเมืองจนได้ เมื่อจุดพลุ มีแนวคิด ปรับโครงสร้างภาษี ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ 1.ภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยจะศึกษาการจัดเก็บปัจจุบันจาก 20% เป็น 15% 2.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อาจพิจารณาทบทวนร้อยละ 35 ลงมาเหลือ 15 เพื่อสร้างจูงใจการทำงานในประเทศไทย ตบท้ายด้วยประเด็นฮอต ทะลุมิติ ภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บปัจจุบัน 7% มีเพดานสูงสุด 10% ขณะที่ทั่วโลกเก็บภาษีบริโภคตัวนี้ระหว่าง 15-25% ปาฐกถาจบ เสียงต้านไม่จบ ทัวร์ลง เสียงโห่ตามหลังวุ่น

….ข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่เพียงแต่ ภาษี 3 ประเภทเท่านั้น ปลัดกระทรวงการคลัง-ลวรณ แสงสนิท ชี้ว่าการยกเครื่อง ปฏิรูปภาษีที่กำลังทำการบ้านอยู่นั้น มีรายการใหม่ เล็งเก็บภาษีความมั่งคั่ง หรือ ภาษีคนรวย ด้วย จากทรัพย์สินที่ตีทะเบียน อาทิ รถยนต์ ที่ดิน เงินฝาก ที่มาที่ไป ของการคิดปรับโครงสร้างภาษี มันมีเหตุผลความจำเป็น ต้องหารายได้เพิ่ม รัฐบาลจะได้มีเงินเพียงพอนำมาลงทุน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้ ไม่เช่นนั้นต้องกู้มาจัดทำงบประมาณทุกปี รายรับไม่พอรายจ่าย ไฟต์บังคับจัดแบบขาดดุลยาวไป ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงทางการคลังระยะยาว

….ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า เรื่องปฏิรูปภาษี ต้องเป็นความกล้าหาญทางการเมือง เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ต้องดูจังหวะให้ดี เศรษฐกิจฟื้นตัวจากโควิด แข็งแกร่งพอหรือยัง พร้อมหรือยัง ไทมิ่งเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมกับประกาศ ดำเนินการให้สำเร็จ ก่อนอำลาชีวิตราชการ เกษียณในปี 2570 

….อันที่จริงเรื่องภาษี เป็นผลงานความล้มเหลวของรัฐอันเป็นที่ประจักษ์อีกเรื่องหนึ่ง หนึ่งเรื่องคือ มีการตั้งเป้า ขยายฐานการจัดเก็บภาษีทุกปี แต่ตัวเลขจัดเก็บฟ้องอยู่ในตัว มีผู้ยื่นแบบเสียภาษีประมาณ 10-11 ล้านคน แต่มีแค่ 4 ล้านคนเท่านั้น จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตัวเลขนี้สะดุดหยุดย่ำเท้าอยู่กับที่มาเป็นเวลา 10 ปี สิ่งที่รัฐต้องเดินหน้า เพิ่มให้ได้คือขยายฐานการจัดเก็บให้กว้างขวางที่สุดอย่างทั่วถึง เพื่อเพิ่มรายได้เป็นสเต็ปแรก และที่ต้องทำไปพร้อมกัน หรือเฟสต่อไป ก็แน่นอนเรื่องปรับโครงสร้างภาษีที่มีเสียงต่อต้าน คัดค้านนี่แหละ เพราะ เป็นเหตุผลและความจำเป็นสำหรับการพัฒนาประเทศ

….เป็นเหตุผล และความจำเป็น เนื่องจาก ตัวเลขฟากขวา หรือการจัดทำงบประมาณประจำปี รายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่รายรับกลับเติบโตไม่ทันรายจ่าย ต้องกู้เงินมาโปะ ตั้งงบมาจ่ายชำระหนี้กัดกินตัวเองลึกเข้าไปทุกปี ไหนจะงบประจำฯรายการผูกขาดอัพเพิ่มสูงขึ้นทุกปี หากรัฐมีข้อจำกัด เรื่องงบประมาณในการลงทุน ตัวสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต และขับเคลื่อนพัฒนาไปได้อย่างมีความหวัง ถามว่า เราจะเอาเงิน นำรายได้มาจากไหน ลงทุนพัฒนาประเทศ หากไม่ขยายฐานการจัดเก็บ ปรับโครงสร้าง เพื่อเพิ่มรายได้แก่รัฐ โดยคำนึงถึงความพร้อมและภาวะเศรษฐกิจ หรือไทมิ่งให้สอดรับกับสถานะเศรษฐกิจของประเทศ

Advertisement

….เป็นเรื่องจริง อย่างที่ ปลัดกระทรวงการคลังท่านว่า ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าเรื่องคอขาดบาดตาย ที่มีผลต่ออนาคตประเทศนี้ ต้อง เป็นความกล้าหาญทางการเมือง และเป็นจริงอย่างที่ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์
ประธานตลาดหลักทรัพย์ พูดที่ว่า ที่ผ่านมานักการเมือง และรัฐบาล ไม่มีใครกล้าแตะเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากเกรงว่า จะกระทบต่อคะแนนเสียง ทั้งที่กฎหมายประมวลรัษฎากร บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2482 อายุอานาม 85 ปีมาแล้วการแก้ไขที่ผ่านมาทำแบบปะผุเท่านั้น ไม่เคยปฏิรูปสำเร็จ

….ไม่ต้องหาญกล้า ถึงขนาดที่ว่า จะเดินหน้าดำเนินการให้ปรากฏเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านหรอก ซึ่งเป็นไปได้อย่างแน่นอน เสียงที่ทักท้วงนั้น เขามีเหตุผลในความกังวล ในภาวะที่ กำลังการบริโภคอ่อนแอในขณะที่ภาษีแวตเป็นภาษีที่ผู้บริโภครับภาระ หากขยับขึ้นส่งผลกระทบแน่นอน แต่มีใครซักคนหรือไม่ ที่จะกล้าหาญ ออกมาชี้แจงอย่างเป็นระบบ สู้ด้วยความจริง สื่อสารให้สาธารณะได้รับทราบว่า ขณะนี้เป็นเพียงการศึกษาเท่านั้น และเหตุผลความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภาษีที่ต้องสร้างความรับรู้ หาแนวร่วมโน้มน้าวให้เข้าใจ 

….นี่ก็ความจริงอีกเหมือนกัน การขึ้นแวตอย่าว่าแต่ 15% เลย เอาแค่ขยับจาก 7 เป็น 8 ซึ่งมีการเงื้อง่า เงื้อค้างมาหลายปี มันไม่มีทางทำได้หรอก รัฐบาลที่จะทำได้สำเร็จ ต้องเป็นในยุคสมัย ที่มีเสถียรภาพแข็งแกร่ง และมีคุณลักษณะพิเศษ สามารถนำพาเศรษฐกิจชาติก้าวหน้า เติบใหญ่ อย่างมีนัยสำคัญ เท่านั้น 

ปักหมุด

มอบรางวัล – สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัล “The Thailanders Top Business Organizations & Social Impact Sustainability Awards 2024” ให้แก่องค์กร และรายบุคคลชั้นนำ รวม 26 รางวัล ณ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ
เปิดตัว – ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ดเปิดตัว โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ภายในโครงการวัน แบงค็อก โดยมี แบรด เอ็ดแมน,โอริโอ โมทาล, ซีค นี ฮวท, ม.ล.ตรีนุช สิริวัฒนภักดี และทีน่า ลิว มาร่วมงานพิธีเปิด – เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดการแข่งขัน ฟุตซอลเยาวชนเชื่อมสัมพันธ์เขตปทุมวัน ครั้งที่ 4 ภายใต้โครงการ MBK CARE อาสาสร้างสุขสู่ชุมชน โดยมี ศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ให้การต้อนรับ อิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ณ ลานกีฬาจารุเมือง สำนักงานเขตปทุมวัน เมื่อเร็วๆ นี้
กระเช้าความสุข – ฯพณฯ เปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย เป็นประธาน เปิดงาน “Blissful Hampers 2025 : Super Premium The Iconic of Italy” เปิดตัวกระเช้าแห่งความสุข ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าจากประเทศอิตาลี ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาสยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้
อบรม – บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) โดย มิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร ผู้ช่วยผู้จัดการงานส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงิน และปรเมษ บุญเศรษฐ ผู้เชี่ยวชาญการฝึกอบรมงานส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงิน นำทีมงานจัดกิจกรรม “นำความรู้สู่ชุมชน เพื่อชีวิตหมุนต่อได้” ณ ชุมชนบ้านบ่อฝรั่งริมน้ำ เขตจตุจักร กทม. เมื่อเร็วๆ นี้
ครบ 42 ปี – ธัญญพัฒน์ นิรุตติศาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์องค์กร บริษัท จัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีไหว้พระพรหมและพระพิฆเนศวร เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาส “JAS ครบรอบ 42 ปี” ณ อาคารจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล ถนนแจ้งวัฒนะ
พัฒนาศักยภาพ – อรพงศ์ เทียนเงิน ผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Technology ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิด “SCB Technology Hub” บริเวณชั้น 4 อาคารการเรียนรู้พหุวิทยาการ (LX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)