
⦁….ปิดยอดลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “10 วันอันตราย” กับการฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2568 ซึ่งบังเอิญว่าปีนี้เข้าง่ามมีการลดแลกแจกแถมได้หยุดยาวติดต่อกันหลายวัน จึงเกิดคราบน้ำตา และความโศกเศร้า จากอุบัติเหตุบนท้องถนน มากมหาศาลอีกตามเคย
⦁….สถิติอุบัติเหตุ-ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ช่วงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ในประเทศไทย ยังไม่ลดละ ทำสถิติสูงกว่ามหกรรมฉลองเทศกาลเมื่อปีที่ผ่านมาราพณาสูร เกิดอุบัติเหตุรวม 2,467 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 2,376 ราย เสียชีวิต 436 ราย จังหวัดที่มากที่สุดคือ “กรุงเทพมหานคร”
⦁….โครงการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” ล้มเหลวไม่เป็นท่าอีกตามเคย สถิติอุบัติเหตุ ปริมาณเพิ่มมากกว่าปีเก่าเสียด้วยซ้ำ
⦁….แถมห้องเครื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนน ยังสาละวนมาจากสาเหตุเดิมๆ ซ้ำซาก จากขับรถเร็วร้อยละ 40.60 “เมาแล้วขับ” ปริมาณแอลกอฮอล์ เกินขีดกำหนดร้อยละ 14.29 สรุปคือ “คนไทยไม่เคารพกฎจราจร” เป็นมหันตภัยร้ายแรงมากที่สุด
⦁….ช่วงกลางปี 2567 เคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเพื่อนบ้าน “เวียดนาม” เยือนในหลายหัวเมือง ทั้งโฮจิมินห์ ดานัง ดาลัด ถนนหนทางแคบ รถราในเมืองญวนเป็นรองไทยหลายขุม แต่ อุบัติเหตุบนท้องถนนน้อยมาก อย่างน่าประหลาดใจ
⦁….สาเหตุที่เวียดนาม ขับขี่ปลอดภัย อุบัติเหตุน้อย เพราะคนขับรถเขาเคารพกฎจราจร การลงโทษสูง ไม่ว่าจะควบคุมความเร็ว คึกคักคะนองตีนแทบไม่มี โทษเมาแล้วขับหนักมาก วิ่งเต้นไม่ได้ ติดคุก ยึดใบขับขี่แช่ช่องฟรีซสถานเดียว
⦁….ไม่ปรากฏตัวก็ไม่มีคนเห็น กระแสนิยมก็หายนะซิครับ และแล้ว “ทักษิณ ชินวัตร” ย่อมนิ่งไม่ได้ เฉยไม่เป็น เปิดศักราช 2568 ตะลอนทัวร์ขึ้นเวทีในฐานะ “ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย”
⦁….เจิมเวทีแรกที่เชียงราย ช่วยหาเสียงให้ “สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช” หมอนข้าง “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ลูกน้องคนใกล้ชิดมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทยมาด้วยกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมายาวนาน
⦁….“นักรบไม่ได้ออกศึกมาหลายวัน” ต้องเหงาหงอย เมื่อยแข้ง เมื่อยขา เป็นธรรมดา “ทักษิณ” หลุดจอไปหลายวันช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้จับไมค์ ต่อหน้าฝูงชนของย่อมขึ้น เลยร่ายยาวในหลายเรื่องราว เรียกว่าตั้งแต่สากกะเบือ ยันเรือรบ
⦁….ใช้เบ็ดยาว ได้ปลาตัวใหญ่ สมใจปรารถนา การปราศรัยบนเวทีสาธารณสุข ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงที่เชียงราย มิต่างอะไรกับ “เอากุ้งฝอย” ไปตกได้ปลากะพงมาเข่งใหญ่ เนื่องเพราะ ไม่เพียงสาระสำคัญของการปราศรัยสะกดผู้ชมผู้ฟังหน้าเวทีหมื่นสองหมื่นคนเท่านั้น
⦁….แต่เช้าวันรุ่งขึ้น “สื่อกระแสหลัก” ไม่ว่า ทีวีทุกช่อง-วิทยุเกือบทุกรายการ หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ นำประเด็นที่ “ทักษิณ” พูดไปจั่วหัว นำไปเผยแพร่ เป็นกระบอกเสียง กระจายข่าวให้ฟรีๆ กินนิ่มทั่วประเทศ สมกับที่เป็น “มือหนึ่งประชานิยม” ตัวจริงเสียงจริง
พลุน้ำแข็ง





