●…หากยังไม่ยอมรับและทบทวนกันอย่างเปิดใจ เพื่อหาทางแก้ไขว่าที่ “ประเทศเละเป็นโจ๊ก” ไปทุกมิตินี้ เพราะฝืนอยู่ร่วมอย่างรับรู้ว่า “ไร้หลักการที่ยอมรับร่วมกัน” ต่างคนต่างวิ่งหาอำนาจ และใช้เพื่อสนองประโยชน์ตัวเอง ทำลายคู่ต่อสู้ ซึ่งที่สุดแล้วเป็น “ผลไม้พิษ” ที่ “ทีมมีชัย ฤชุพันธุ์” ใส่ไว้ใน “รัฐธรรมนูญ” ซึ่งแม้จะเป็นกฎหมายสูงสุด แต่เมื่อหลายกลุ่มอาชีพมองเห็นแต่ความไม่เข้าท่า “ความศักดิ์สิทธิ์” ก็ไม่เกิด
●…เขียนเรื่อง “ครอบงำพรรค” ด้วยเจตนาที่รู้กันว่า มุ่งเป้าไปที่คนถูกตัดสิทธิทางการเมือง ไม่ให้เข้ามายุ่มย่ามกับพรรค และ “ทักษิณ ชินวัตร” อยู่แถวหน้าของ “บุคคลต้องห้ามนั้น” แล้ววันนี้เป็นไง ที่สุดแล้ว “บ้านเมืองไปไม่รอด” เสียงโวยวายของ “จำพวกติดใจกับวาสนาจากการสืบทอดอำนาจ” ทำอะไรได้ เมื่อ “คนส่วนใหญ่” เห็นดีเห็นงามกับการเปิดทางให้ “ผู้มีความรู้ความสามารถ” เข้ามาช่วยกอบกู้วิกฤตประเทศ ต้องพากัน “อ้าปากค้าง” กับลีลา พร้อมเผชิญหน้าของ “ทักษิณ” ที่มองไปที่ภารกิจที่รับมา โดยไม่เหลือบตาแล “รัฐธรรมนูญ” ที่มีวาระซ่อนเร้น
●…หรืออย่างที่มาที่ไปของ “ส.ว.” ด้วยหวังใช้เป็นอาวุธ หรือเครื่องมือจัดการกับ “นักการเมืองที่มาจากอำนาจประชาชน” ผลปรากฏถูกตลบหลัง กลายเป็น “ฝักถั่ว” ให้ก๊วนการเมืองที่เหนือชั้น จนจ่อเป็นผู้ต้องหา “อั้งยี่-ซ่องโจร” กันค่อน “วุฒิสภา” ควบคุมให้โหวตแต่งตั้ง “ผู้ทรงอำนาจตามรัฐธรรมนูญ” มากำหนดความเป็นความตายทางการเมือง ของผู้ที่มาจากอำนาจประชาชน สร้างความเสื่อมทราม ด่างพร้อยให้การเมืองไทย จนเกินกว่าวิญญูชนจะรับได้
●…กระอักกระอ่วนใจกันไม่น้อย ด้วย “เลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ” รอบนี้ เกมบังคับให้ “เพื่อไทย” แพ้ไม่ได้ เพราะไม่เพียงสะเทือนต่อความเชื่อมั่นใน “การเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า” เท่านั้น แต่เฉพาะหน้าสะเทือนหนักแน่นอนต่อ “พรรคร่วมรัฐบาล” ที่จะต้องประเมินโอกาสของส่วนร่วมอำนาจในอนาคตกันใหม่ ท่ามกลาง “รัฐนาวา” ที่ทุลักทุเลด้วยเสียงปริ่มน้ำเช่นนี้ และอย่าคิดว่า “ข้าราชการพันธุ์จมูกดี” จะไม่หาทางซื้ออนาคต ด้วยการแทงหวยให้ถูก
●…สองทศวรรษมานี้ ในแวดวงการเมืองต่างรู้ดีว่า “เนวิน ชิดชอบ” กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นั้นไม่ธรรมดา ทั้งลีลาและการคิดเกมที่ลึกซึ้งหวังผลได้ การถูกเขี่ยจากรัฐบาล ด้วยชัดเจนว่าเป็นศึก “ช่วงชิง ส.ส.เขต” เนื่องจาก “เพื่อไทย” รับรู้ความสิ้นหวังในคะแนนกระแส “สองเซียน” ย่อมไม่สยบยอมง่ายๆ เกมนับแต่นี้ จึงกะพริบตาไม่ได้
●…เสร็จสมอารมณ์หมายได้ “วิทัย รัตนากร” มานั่ง “ผู้ว่าการแบงก์ชาติ” เวลาที่เหลือของ “รัฐบาลเพื่อไทย” จึงต้องเร่งสารพัดโครงการ เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจที่ดิ่งวูบในทุกมิติต่อหน้าต่อตา แต่ที่ผ่านมาถูกขวางด้วยหลักการ “แบงก์ชาติมีหน้าที่รักษาความยั่งยืนระยะยาว” นับจากนี้เป็นเวลาที่จะได้ดูกันว่า “วิทัย” จะฝ่าด่าน “วัฒนธรรมแบงก์ชาติ” ที่ยอมหักไม่ยอมงอ ที่มี “กลุ่มคนเกลียดทักษิณ” เป็นพลังหนุนหลังเอาเป็นเอาตายด้วยวิธีไหน
●…มองไปที่ “โหมดเลือกตั้งใหญ่” ประเมินสถานการณ์ของแต่ละพรรคที่แว่วว่าจะไปไม่รอด หรืออย่างมากได้แค่ตั้งหลัก “สร้างพรรคกันใหม่” โดยทีมบริหารปัจจุบันทิ้งพรรคไป คือ “ประชาธิปัตย์” ที่ต้องทำงานหนักเพื่อรักษาสถานะไว้คือ “เพื่อไทย” กับ “ภูมิใจไทย” ส่วน “พรรคประชาชน” มีเรื่องให้ต้องคิดต้องปรับอีกมโหฬาร ด้วยความหวัง “250 เสียงขึ้นไป” นั้นใช่จะเป็นจริงได้ง่ายๆ ในสภาวะที่ “ผู้คนมีความจำเป็นต้องแบมือรับความช่วยเหลือเพื่อความอยู่รอด” ขณะที่ “พรรคที่จับตาโอกาสเติบใหญ่” เป็น “กล้าธรรม” ของ “ธรรมนัส” และ “โอกาสใหม่” ศูนย์รวมอดีตปลัดกระทรวงและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่เล่าลือกันว่า “เครือข่ายอำนาจแน่น ทุนหนา”
ชโลทร





รับมอบ 3 รางวัลใหญ่แห่งปี “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” ครองแชมป์แบรนด์อันดับหนึ่งของ
วงการอสังหาฯ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม โดยมี เพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหม, วิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล,
สมัตถ์คม ต่างวิวัฒน์, ภัคพริ้ง การุญ ร่วมงาน ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้


