
⦁….อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลอยลำเข้าป้าย สภาผู้แทนราษฎรโหวตเห็นชอบดำรงตำแหน่ง ด้วยเสียงท่วมท้นล้นหลาม 311 เสียง ขยับขึ้นแท่น นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ขณะที่คู่ชิง ชัยเกษม นิติสิริ ค่ายเพื่อไทย ที่ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุน
ในสภาได้ตามเกณฑ์การตัดสิน เกินกว่ากึ่งหนึ่ง หรือจำนวน 246 เสียงขึ้นไป จากจำนวนสมาชิกสภาที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 492 คน พ่ายยับตามฟอร์ม การโหวตครั้งสำคัญ เลือกผู้นำฝ่ายบริหารครั้งนี้ ขั้วรัฐบาลเดิมแตกยับเฉพาะเพื่อไทยมี ส.ส.แหกค่าย ขานชื่อฝ่ายตรงข้าม หนุนอนุทิน 9 คน
⦁….รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่มีช่วงฮันนีมูน เวลาวอร์มอัพแต่อย่างใดทั้งสิ้น เมื่อกระบวนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีสมบูรณ์ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น มีแต่ต้องเดินหน้า ลุยทำงาน แก้ปัญหาบ้านเมือง ยกระดับการพัฒนาประเทศทันทีเท่านั้น เนื่องจาก มีเงื่อนไขเวลาบีบบังคับตามเอ็มโอเอ พรรคประชาชน ทำให้ต้องเหยียบคันเร่งทำงานจะชักช้ามิได้ ถือเป็นการเริ่มต้นนับ 1 ในแบบฉบับใหม่ ที่มาพร้อมกับการ นับถอยหลังยุบสภา ในขณะเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องรัน ให้เป็นไปตามเงื่อนไขอื่นๆ ไม่ให้ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” นำ 143 ส.ส.ประชาชนฉีกข้อตกลง เลิกอุ้มอีกต่างหาก
⦁….ไฟต์บังคับ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องยุบสภา ภายใน 4 เดือน นับแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา กติกาที่พรรคประชาชนออกแบบมาคุมรัฐบาลดังกล่าว ว่ากันว่าเป็นเดิมพันที่สูงยิ่งของอนุทินและพลพรรคภูมิใจไทย ไม่เพียงแต่ ต้องไม่บิดพลิ้วเงื่อนไข ขัดข้อตกลงอันเป็นแง่เงื่อน “การเมือง” เท่านั้น หากแต่ในขาการบริหาร รัฐบาลภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ตัว ว่าเหนือกว่ารัฐบาลเพื่อไทย ประชาชนฝากผีฝากไข้ เชื่อมือนำพาประเทศรุดหน้าได้ การบริหารครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญ เครื่องชี้วัดอนาคตวันข้างหน้า พรรคสีน้ำเงิน
⦁….พรรคประชาชน โหวตหนุนอนุทิน แต่สละสิทธิร่วมรัฐบาล ส่งคนนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี นับเป็นนิมิตหมายที่ดี นวัตกรรมการเมืองใหม่ อานิสงส์ของการไม่อยากได้ อยากมีอำนาจนี้ ทำให้ภูมิใจไทยมีพื้นที่ บริหารจัดวางบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกว้างขวางขึ้น และทำถูกต้องแล้ว ที่กันตำแหน่ง ว่าการกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งมีความหมายต่อการขับเคลื่อนนโยบาย แก้ปัญหาปากท้องไว้สำหรับ “คนนอก” เป็นการเฉพาะจำนวนหนึ่ง ที่ยังต้องรอตัดเกรดคือ คนนอกที่จะดึงเข้ามาเป็นใคร ได้นักบริหาร มืออาชีพ มีความรู้ความสามารถและคุณภาพ ถูกคนถูกงานขนาดไหน
⦁….ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระ-ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน และใครต่อใคร ชี้เป้าทบทวนปัญหา 1.รัฐมนตรีที่ผ่านมาไม่ตรงปก มาจากระบบโควต้าของพรรคการเมือง ที่ผ่านมาทางกลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรค ไม่ได้มาจากคนผู้มีความรู้ความสามารถ ที่รู้ปัญหาของประเทศตามบทบาทของกระทรวงนั้นๆ 2.รัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ทำให้ความนิยมต่อการบริหารลดต่ำลงเรื่อยๆ
⦁….ความคาดหวัง ที่มีต่อ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 1.ทำตามสัญญาที่ให้ไว้คือ แก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่ประเทศกำลังประสบ แล้ว ยุบสภาภายใน 4 เดือน 2.แก้ไขปัญหาหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ มี 3 เรื่องสำคัญคือปากท้องประชาชนที่เดือดร้อนจาก รายได้ลดลง ค่าครองชีพสูง สวนทางกับดัชนีเงินเฟ้อที่ต่ำ การลงทุนในประเทศที่ไม่อยู่ในระดับเต็มศักยภาพ และต่ำกว่าประเทศคู่แข่ง เพราะ ขาดนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจน ไม่รู้เท่าทันการแข่งขันตลาดต่างประเทศ เศรษฐกิจโลกและตลาดส่งออกสลับซ้ำซ้อน ทั้งภาษีทรัมป์และความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ สเปกรัฐมนตรีที่อยากเห็น มีความรู้ ความสามารถ รู้ปัญหาของประเทศ และรู้เทรนด์ของโลก แลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเท็จจริงของประเทศที่ประสบระหว่างรัฐมนตรีกับข้าราชการ บนพื้นฐานผลประโยชน์ของภาคการผลิต ตั้ง KPI กับปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ในการบริหารกระทรวงตามกรอบระยะเวลา
ปักหมุด







