⦁…พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะผู้บริหารมติชน มี ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ
บรรยากาศพูดคุยสนุกสนาน
บิ๊กดุลย์มีความมั่นใจในศักยภาพกองทัพ และมีแนวทางการรักษาความมั่นคงของประเทศ
ทั้งชายแดนเหนือ-อีสาน และงานความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้

ตั้งใจว่า ในโอกาสที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหม จะทำให้สวัสดิการทหารชายแดนมีมากขึ้น
ทั้งที่พักอาศัย ค่าเบี้ยเลี้ยง เงินช่วยเหลือครอบครัวผู้พลีชีพ และผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ
เช่นเดียวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไทยควรเดินหน้าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
ขับเคลื่อนทิศทางการป้องกันประเทศให้เดินหน้า
ล่าสุด เมื่อเดือนกรกฎาคม พล.ท.อดุลย์ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย” ในงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569 หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026
ตอกย้ำความสำคัญของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
ยืนยันว่าไทยต้องพึ่งพาตนเองได้
ถือเป็นการคิกออฟที่จะมีการลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรม ส่งเสริม SME สร้างความร่วมมือกับมิตรประเทศ ขยายตลาดส่งออก พัฒนาบุคคล และบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส
หลังจากนี้อีกไม่นาน คงได้เห็นเขี้ยวเล็บกองทัพที่เป็นผลผลิตภายในประเทศไทย
⦁⦁⦁

⦁…ขอแสดงความยินดีกับมูลนิธิดำรงชัยธรรม ที่ได้รับพระราชทานรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประเภทองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ด้านการศึกษา กีฬา และนันทนาการ เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569
นอกจากนี้ยังมีอีกสองศิลปินจากค่ายจีเอ็มเอ็ม มิวสิค ประกอบด้วย “แพร ชนาภรณ์” ได้รับพระราชทานรางวัลประเภทเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ด้านสื่อสารมวลชน
และ “ก้านตอง ทุ่งเงิน” รับพระราชทานรางวัลประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ด้านสื่อสารมวลชน จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เรียกได้ว่ารางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของทุกฝ่าย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิดำรงชัยธรรม โดย “ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม” ประธานกรรมการมูลนิธิ ได้เดินหน้าสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 27 ปี ผ่านโครงการ “ทุนสร้างคน สร้างบัณฑิต” มอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนที่เรียนดี มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยไม่ต้องกลับมาตอบแทนใดๆ
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็หวังให้บัณฑิตสามารถกลับไปสร้างสรรค์สิ่งดีงามแก่สังคม
ภายใต้เจตนารมณ์ที่ว่า “ไม่ใช่แค่ให้โตได้ แต่อยากให้โตดี”
⦁⦁⦁
⦁…มีโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมเยียน รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันก่อน
อาจารย์สุกรียังร่างกายแข็งแรง สติปัญญาเฉียบคม ที่สำคัญมีไฟในการทำงานอยู่เสมอ
ตอนนี้นอกจากจะทำวง Thai Symphony เล่นคอนเสิร์ตบอกเล่าตำนานทางดนตรีของท้องถิ่นตามจังหวัดต่างๆ แล้ว ยังทำวงปล่อยแก่ เพื่อผู้สูงวัยด้วย

อาจารย์สุกรีบอกเล่าในหนังสือ “วงปล่อยแก่ ความสุขของคนแก่มีไว้ให้แบ่งปัน” ว่า คำว่า “ปล่อยแก่” เดิมเป็นละครตลก เป็นละครพูดผสมกับละครร้องของศิลปินชาวบ้าน คณะนายบัว วิเศษกุล อยู่เมืองนครศรีธรรมราช
จัดแสดงขึ้นเพื่อรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่6 เมื่อครั้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร
เมื่อมูลนิธิอาจาย์สุกรี เจริญสุข มีประสงค์จะตั้งวงขับร้องประสานเสียงสำหรับผู้สูงอายุ หรือคนแก่ จึงได้เลือกตั้งชื่อว่า “วงปล่อยแก่” เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของชื่อละครตลกที่ตั้งชื่อโดยคณะนายบัว วิเศษกุล เพราะอาจารย์สุกรีเป็นคนนครศรีธรรมราช
อยากจะสืบสทอดมรดกและสมบัติของศิลปินชาวนครศรีฯ
วงขับร้องประสานเสียงใช้ชื่อ “วงปล่อยแก่” ครั้งแรกปี 2562 ที่จังหวัดราชบุรี และค่อยๆ ขยายเปิดวงปล่อยแก่ไปตามเมืองต่างๆ
ขณะนี้มี “วงปล่อยแก่” ทั้งหมด 16 วง
วันที่ 25 สิงหาคมนี้ เวลา 13.00-17.00 น. ที่มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล จะมีวงปล่อยแก่ 16 วงมาแสดง
วงทั้ง 16 วงมาจากจังหวัดต่างๆ ประกอบด้วย ปัตตานี ยะลา ภูเก็ต สุราษฎร์ ราชบุรี 2 วง นครสวรรค์ บุรีรัมย์ โคราช อุดรธานี ขอนแก่น ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย กรุงเทพฯ
และวงปล่อยแก่ประเทศไทย
ถือเป็นการขยับรับสังคมผู้สูงวัย เป็นอนาคตของคนแก่ที่มีคุณภาพ และความสามารถ
ที่สำคัญคือมีความสุข และพร้อมแบ่งปันความสุขนั้นให้แก่ทุกคน
นายมาตี้



