อภิสิทธิ์ ไหว้พระแม่ธรณี ก่อนพา อนุชา-50 ส.ก. สมัครสู้ศึกผู้ว่าฯกทม. ลั่นได้มากกว่าคนอื่นคะแนนเดียวก็พอ

28.05.26 | 08:59 น.

‘อภิสิทธิ์’ นำทีม ไหว้พระแม่ธรณี ก่อนพา ‘อนุชา-ผู้สมัครส.ก.50’ เขตสมัครสู้ศึกผู้ว่าฯกทม. ดัน 5 นโยบายฟื้นเมืองหลวง-ชูเทคโนโลยีปราบโกง ‘อภิสิทธิ์’ มั่นใจต้องได้คะแนนมากกว่าคนอื่นคะแนนเดียวก็เพียงพอ

เมื่อเวลา 06.39 น. วันที่ 28 พฤษภาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางไปสมัคร และจับสลากรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเดินทางมาถึงอาคารศาลาว่าการกรุงเทพมหานครในเวลา 07.39 น. โดยนําทีมผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ก. สักการะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ก่อนเข้าอาคารไอราวัตพัฒนา เพื่อสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

โดยนายอนุชา เปิดเผยก่อนเข้าสมัครรับเลือกตั้งว่า พรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนตกผลึกเป็นนโยบายหลัก 5 ด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองหลวง ประกอบด้วย 1. การพัฒนาระบบคมนาคมเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก 2. การรักษาความสะอาดของเมืองอย่างเป็นระบบ 3. การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่สุขสบายของชาวกรุงเทพฯ 4. การกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และ 5. การบริหารราชการกรุงเทพมหานครด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

นายอนุชา กล่าวย้ำถึงแนวทางการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่นว่า กลไกสำคัญที่สุดคือ “การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างโปร่งใส” โดยทางพรรคมีนโยบายที่จะเปิดเผยฐานข้อมูล (Database) ด้านการจัดซื้อจัดจ้างและรายละเอียดสัญญาสัมปทานต่างๆ ของ กทม. ให้เป็นข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ง่าย นอกจากนี้ จะมีการนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชัน “ส่องรัฐ” และระบบอื่นๆ มาช่วยประมวลผลข้อมูล เพื่อตรวจจับความผิดปกติ ความไม่โปร่งใส หรือการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในโครงการต่างๆ ของรัฐ

Advertisement

“แอปพลิเคชันส่องรัฐเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือหลัก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเนื้อหาและข้อสัญญาต่างๆ ของ กทม. ที่ต้องเปิดกว้างในอนาคต ระบบการประมูลและการจัดซื้อจัดจ้างทุกประเภทจะต้องดำเนินไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนว่า เงินภาษีทุกบาทจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและตรวจสอบได้จริง” นายอนุชา กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในทุกองคาพยพ ทั้งในด้านนโยบายและบุคลากรที่จะเข้ามาอาสาตัวรับใช้และสนับสนุนการทำงานเพื่อพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เนื่องจากมองว่าปัญหาของเมืองหลวงมีความผูกพันและเชื่อมโยงกับปัญหาระดับชาติในทุกมิติ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การจะขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้เดินหน้าไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ จำเป็นต้องอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันในทุกระดับ ซึ่งในครั้งนี้พรรคได้นำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตเมืองหลวง ทั้งในเรื่อง เดินทางสะดวก: ทบทวนและยกเครื่องระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดเพื่อการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ , เมืองสะอาด: มุ่งเน้นการจัดการมลพิษ สิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) , ชีวิตสบาย: รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) ด้วยการเตรียมระบบดูแลคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งกำลังจะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ในเมืองหลวง , มีรายได้มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน , ตรวจสอบได้: ชูหัวใจสำคัญเรื่อง “ความสุจริต” ในทุกภาคส่วน ตั้งแต่สังคม บ้านเมือง การเมือง ไปจนถึงการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นแรงผลักดันหลักให้ประเทศเดินหน้า

ในช่วงท้ายเมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงความคาดหวังเรื่องตัวเลขคะแนนเสียงของผู้ว่าฯ กทม. และจำนวนเก้าอี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ว่าต้องได้เท่าใด จึงจะถือว่าเป็นการกลับมาอย่างภาคภูมิใจของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่เมืองหลวง นายอภิสิทธิ์ได้ตอบคำถามนี้ด้วยท่าทีอารมณ์ดีแต่แฝงนัยทางการเมืองว่า

“ได้มากกว่าคนอื่นครับ ได้มากกว่าคนอื่นสักหนึ่งคะแนนก็พอครับ ไม่ต้องเยอะนะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว