ดร.มัลลิกา ถือฤกษ์ ติดป้ายหาเสียง อนุสาวรีย์ชัยฯ เย็นนี้ไปต่อ ‘เยาวราช’ โชว์ 14 ยุทธศาสตร์
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เวลา 11.30 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 14 นำคณะหาเสียงเอาฤกษ์ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิโดยพบปะกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ลูกจ้างกรุงเทพมหานครบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างคึกคักท่ามกลางอากาศร้อนระอุ ของกรุงเทพมหานครวันนี้
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ตนมีแผนยุทธศาสตร์ 14 ด้านที่จะใช้ในการหาเสียงภายใน 30 วันนี้อย่างไรก็ตามพื้นที่หาเสียงจากกำหนดตาม 14 ยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นนโยบายและกำหนดการจะออกทุก 16.00 น.ของทุกวันหลังจากวันนี้ในช่วงเย็นจะไปเดินหาเสียงที่ถนนเยาวราช เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Live ด้วยตัวเองบน TikTok และเฟซบุ๊กที่ใช้อยู่เป็นประจำ

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ประทับใจกับบรรยากาศในการพบปะพี่น้องประชาชนเพราะอย่างน้อยที่สุดเขาก็รู้ว่าเราเป็นใคร ต่อไปก็คือทำความเข้าใจว่าเราตั้งใจจะทำอะไรเพื่อกรุงเทพมหานครโดยเราจะเปลี่ยนกรุงเทพด้วยเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนด้วยสโลแกนมนุษย์พูดทันกาลเวลา Human Innovation ผู้นำที่จะมาพร้อมกับ Ai นวัตกรรมแก้ปัญหา และทำให้ทุกคนรู้ว่าผู้ว่าสามารถสร้างเมืองที่คนอยากอยู่และพร้อมแข่งขันในระดับโลก

อย่างไรก็ตามเดียวพบกับพ่อค้าแม่ขายจะเห็นบรรยากาศเงียบมากการค้าขายไม่คึกคักเช่นเคยทุกคนรู้ว่ากำลังจะเจอวิกฤติเศรษฐกิจดังนั้นถ้าหากเงินไม่หมุนสะพัดในช่วงเวลาหลังจากนี้กรุงเทพและประเทศไทยจะเจอกับสภาพเงินเฟ้อหรือของแพงดังนั้นสิ่งหนึ่งที่กรุงเทพสามารถทำได้คือปรับนโยบายให้ทันกาลเวลาให้ทันสมัยและทำให้ทุกคนสามารถดำรงชีพได้
“สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในรอบหนึ่งปี 120 วันของกรุงเทพเห็นได้ชัดว่าถ้าเราไม่ปรับตัวคนจะอยู่ยากขึ้นดังนั้นเราจึงมีมาตรการรับมือกับฝุ่น PM 2.5 โดยบูรณาการร่วมกับรัฐบาลและกระทรวงเกษตรกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามโมเดลที่เราเคยทำงานมา ใช้ Ai Traffic มุ่งแก้ปัญหาจราจรโดยเชื่อมต่อกับวงจรปิดเพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชน เพิ่มความปลอดภัยเมือง 24 ชั่วโมงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจโดยโครงการ SME จากผู้กู้เงินซึ่งมีประสบการณ์มาแล้ว

Street Food Paradise จะเป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มความสะอาดและความสวยงามและและขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงเจ็ดวันในสัปดาห์เพื่อรองรับปัญหาค่าครองชีพ ยกระดับสาธารณสุขใกล้บ้านให้เป็นระดับโรงพยาบาลดูแลสุขภาพเบื้องต้นและดูแลคนชราในในชุมชุมชนได้ โครงการสร้างเศรษฐกิจโดยลดค่าครองชีพ และสร้างกรุงเทพให้เป็นเมืองทันสมัยเชื่อมโลกเชื่อมทุกจังหวัดโดยเฉพาะคอมเพล็กซ์ของอีคอมเมิร์ซนอกจากนั้นยังจะสร้างแอปพลิเคชั่นฮับอีคอมเมิร์ซเพื่อรองรับการค้าขายที่ทันสมัยและการสื่อสารที่ทันสมัยในตัวเดียวกันโดยกรุงเทพเป็นเจ้าภาพเพื่อจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับกรุงเทพมหานครและสามารถจัดสรรรายได้ไปดูแลสวัสดิการประชาชนและกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพได้ด้วย
สิ่งสำคัญที่คนรอบชานเมืองกรุงเทพมีความต้องการมากที่สุดจากการสำรวจเราก็ยังทำโครงการเพิ่มสวนเพิ่มอากาศเพิ่มคอฟฟี่คาเฟ่เพื่อให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์สามารถทำคอนเทนต์และใช้เวลาอยู่กับกิจกรรมรวมทั้งกิจการได้ตลอดทั้งวันเราจะทำเป็นเมืองน่าอยู่ในทุกเขต โดยไม่ผลักภาระให้กับสำนักงานเขตเท่านั้นแต่จะมาจากส่วนกลางกรุงเทพมหานครทั้งหมดจัดการได้ด้วยเวลาที่รวดเร็วตามสไตล์ให้สมกับสโลแกนมนุษย์ผู้ทันกาลเวลา” ดร.มัลลิกากล่าว


