เริ่มแล้วปี่กลอง ร้อง (เพลงรถแห่) ‘เบอร์ 9 ชัชชัชชาติ’?

29.05.26 | 15:24 น.

เริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการเมื่อ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับสมรภูมิชิงผู้ว่าฯกทม.คนต่อไป


โดยเป็นอันทราบแล้วว่า ใครจับได้เบอร์ไหน

แม้ก่อนหน้านั้นหลายฝ่ายจะมองว่า รอบนี้ไม่คึกคักเท่าปี 65 อันเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพฯครั้งแรกหลังยุค คสช.อันยาวนาน

บรรยากาศหาเสียงในครั้งนั้นสุดครึกครื้น มีตัวเลือกให้พิจารณาอย่างน่าสนใจ แม้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หมายเลข 8 ภายใต้แคมเปญ “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” ในนามอิสระ จะถูกมองว่า “นอนมา” ทว่า ก็ยังลุ้นสนุก โดยมี “พี่เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เบอร์ 4 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ กับสโลแกน “เปลี่ยนกรุงเทพฯ เราทำได้” และเบอร์ 1 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคประชาชน ที่มาในแคมเปญ “พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพฯ” เป็นคู่แข่ง ก่อนที่สุดท้ายชัชชาติกวาดเรียบ ม้วนเดียวจบ 1.38 ล้านเสียง เยอะสุดในประวัติศาสตร์ ทิ้งห่างเบอร์อื่นๆ อย่างไม่เห็นฝุ่น

Advertisement
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร

ตัดภาพมาในการเลือกตั้งครั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน เหล่าผู้สมัครมีเวลาให้หาเสียงเพียงไม่ถึง 1 เดือน โดยมี 3 เบอร์หลักที่ถูกมองว่าเป็น “ตัวเต็ง” ไม่พ้นชัชชาติ อดีตผู้ว่าฯ ที่เพิ่งลาตำแหน่งหมาดๆ กับแคมเปญ “กรุงเทพฯ ทำงาน!” ที่รอบนี้คว้าหมับ จับได้เบอร์ 9, โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แห่งพรรคประชาชน เบอร์ 10 เด็กฝั่งธนฯ คนตลาดพลู ที่มาในสโลแกน “กรุงเทพฯ ง่ายๆ” และ อนุชา บูรพชัยศรี เบอร์ 5 ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ที่งัดสโลแกน “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more” มาสู้ศึก

อนุชา บูรพชัยศรี

ส่วนผู้สมัครอื่นๆ แม้ถูกมองเป็นเพียงสีสัน แต่หากเพ่งลึกลงไป นโยบายที่ใช้หาเสียงก็สะท้อนถึงปมปัญหาสำคัญของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น “ส่ง ดร.มัลลิกาไปสู้ฝุ่น PM2.5” มนุษย์ผู้ทันกาลเวลาที่อธิบายว่าตนพูดเร็วเพราะสมองไว อย่าง ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เบอร์ 14

มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

ไหนจะไอเดีย “น้ำแสนแสบดื่มได้” ของ “พี่เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แกนนำกลุ่ม “กรุงเทพฯบินได้” ที่ส่ง “พี่หน่อง” ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ เบอร์ 7 ลงชิงชัย ท่ามกลางโปรเจ็กต์สุดล้ำออกไปนอกจักรวาล นโยบายนี้ แม้แต่อดีตผู้ว่าฯชัชชาติก็ชื่นชอบ แต่กว่าจะถึงขั้นดื่มได้ เอาให้ลงแหวกว่ายได้อย่างแสนแสบช่วงพระโขนงเสียก่อน

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์,ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์

อีกทั้ง “กรุงเทพฯ ต้องรอด” ของพรรคเศรษฐกิจ ที่ส่ง “บิ๊กหยม” พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ลงสนาม โดยเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ ก่อนวันรับสมัครเพียง 1 วัน มาพร้อม 49 บุคคลที่พร้อมชิงชัย ส.ก. 49 เขตในคอสตูมแนวกู้ภัยใส่หมวกกันน็อก แถลงข่าว ณ จุดตัดรถไฟย่านมักกะสันที่เพิ่งเกิดเหตุสลด ก่อนจับได้เบอร์ 12 ท่ามกลางกองเชียร์

รียกได้ว่า แต่ละคนพยายามหยิบยกจุดอ่อนของมหานครแห่งนี้มาขยี้เรียกคะแนนคนกรุงให้ตรงจุด

อย่างไรก็ตาม ผลโพลต่างๆ ยังคงฉายภาพความ “นอนมา” อีกครั้งของชัชชาติ ที่นำโด่ง โดยเฉพาะ “นอร์ทแบงค็อกโพล” ซึ่งพุ่งไปไกลสุดหล้า 69% ทิ้งห่างโจ ชัยวัฒน์ ที่ได้ไปเพียง 8.1% แบบลิบลับ ตามมาด้วย มัลลิกา 4.6% ใน 3 อันดับ ไร้ชื่ออนุชา แห่งประชาธิปัตย์ ที่นักวิชาการบางท่านมองว่าประมาทไม่ได้

ขณะที่โพลฮิตอย่าง “ดุสิตโพล” ชี้ว่าคนกรุง 57% เลือกชัชชาติยืนหนึ่งเช่นกัน ที่น่าสนใจคือ กลุ่มตัวอย่างมองว่า หลังจากได้ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่แล้ว กรุงเทพฯน่าจะดีขึ้น ร้อยละ 78.03

คำตอบนี้ ทำเอาอดีตผู้ว่าฯชัชชาติ ที่มีแววคว้าชัยสมัย 2 ต้องใจฟู โดยเอ่ยผ่านรายการโทรทัศน์ช่องดัง ถึงความรู้สึกดีต่อผลโพลในส่วนนี้มากกว่าที่ตนนำโด่งเสียอีก เพราะสะท้อนว่าผู้คนมี “ความหวัง”

แน่นอนว่าคำดังกล่าว เข้าเป้าพอดิบพอดีกับสโลแกน “เมืองสร้างโอกาส ทีมชัชชาติสร้างความหวัง” โดยในครั้งนี้ น่าสังเกตว่ามีการชูโครงการใหญ่ๆ มากขึ้นอาทิ เมกะโปรเจ็กต์ สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแลนด์มาร์กใหม่, การสร้างคอนเสิร์ตฮอลล์, ศูนย์คนเมืองฝั่งธนฯ เนรมิตพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โค-เวิร์กกิ้งสเปซ บ้านอิ่มท้อง ซึ่งพัฒนามาจากฮอว์กเกอร์ เซ็นเตอร์เดิม เป็นต้น โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ 4 ด้าน ได้แก่ คน เมือง ระบบ และเศรษฐกิจ

ทั้งหมดนี้ ดูจะเป็นความพยายามอุดจุดอ่อนในสมัยก่อนหน้าที่คนมองว่า เน้นแต่ “เส้นเลือดฝอย” เป็นหลัก จนไม่เห็นผลงานชัดเป็นรูปธรรมหรือไม่?

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

แม้ชัชชาติจะย้ำแล้วย้ำอีก ว่าไม่ได้ทิ้ง แต่ทำแบบ “คู่ขนาน” ทั้งอุโมงค์ยักษ์ทั้งจ่ายหนี้บีทีเอส กว่า 3.6 หมื่นล้าน ซึ่งเจ้าตัวมองว่า “ยิ่งกว่าเมกะโปรเจ็กต์” ทว่า ประเด็นนี้ยังมีชาวกรุงส่วนหนึ่งที่แม้จะเป็นกองเชียร์ ก็อาจยังค้างคาใจ

ส่วนความมั่นใจในการคว้าชัยอีกสมัย แชมป์เก่ามองว่า “การเมือง…อะไรก็เกิดขึ้นได้” ยืนยันไม่ได้ชะล่าใจตามผลโพล

ครั้นหันมาดูฟากฝั่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. 50 เขต ที่เกิดความอลหม่านหลังบ้านทรายทองมาหลายสัปดาห์ ว่าชัชชาติเชียร์ใคร ใครโหนชัชชาติ ไหนจะการที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค แต่ไฟเขียวให้ใช้ชื่อพรรค สี และโลโก้ได้

และดราม่าอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำเอาชัชชาติต้องส่งฝ่ายกฎหมายยันห้ามใครใช้ชื่อและใบหน้าไปหาเสียงเด็ดขาด

 

ท่ามกลางจุดสตาร์ตการเริ่มต้นที่ภาษาคนหนังสือพิมพ์มักเรียกว่า “ปี่กลอง” แห่งการเลือกตั้งบรรเลงแล้ว วันนี้เสียง “รถแห่” ของอดีตผู้ว่าฯ ที่ร้องว่า “เบอร์ 9 ชัชชัชชาติ” ก็โหมหนักไม่ใช่เล่น ในบรรยากาศการคาดการณ์ว่าเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.รอบนี้ มาแบบชิล มาแบบเนือย มาแบบนอน (มา) ยังมีแง่มุมชวนจับตาทั้งแนวนโยบาย 250+ ของอดีตผู้ว่าฯ และการห้ำหั่นหาเสียงของเหล่าผู้ชิงชัยเก้าอี้ ส.ก.

ผู้สมัครไม่ท้อ ผู้สังเกตการณ์ก็ไม่ถอย ต้องคอยลุ้นทุกระยะ ณ บัดนาวเป็นต้นไป