เปิดตัวเป็นกลุ่มแรกๆ ดูทรงปัง ดูทรงอลังการ สำหรับทีมอิสระ Better Bangkok นำโดย ดร.จอห์น สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ซึ่งชิงแกรนด์โอเพนนิ่ง ตั้งแต่ก่อนครบวาระสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตลาดกระบังถึงเกือบ 2 เดือน
ย้อนไปเมื่อ 31 มีนาคม ดร.จอห์น ประกาศตั้งกลุ่มดังกล่าวซึ่งมีชื่อพ้องกับแคมเปญเก่าของ #ทีมชัชชาติ โดยในขณะนั้นยังบอกสื่อมวลชนว่าจะ “สานต่อ” นโยบายผู้ว่าฯ คนที่ 17 พร้อมเตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. สู้ศึกเลือกตั้ง กทม. ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ภายใต้วิสัยทัศน์ “กรุงเทพที่ดีกว่า-เชื่อมั่น ชัดเจน ชวนประชาชนมีส่วนร่วม”
แรกเริ่มก็ดูจะราบรื่น ไร้ปัญหา ราวกับว่าโรยมาด้วยกลีบกุหลาบ แม้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า หลายองค์ประกอบสุดคล้ายคลึงจนแทบเป็นหนึ่งเดียวกับทีมชัชชาติ จนผู้ว่าฯกทม.ในขณะนั้นที่เป็นผู้สมัครเบอร์ 9ขณะนี้ ต้องยืนยันว่า ชื่อแคมเปญเก่า ใครก็เอาไปใช้ได้ ส่วนสีเขียว ไม่มีลิขสิทธิ์ และย้ำว่า ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มใด หรือบุคคลใดเป็นพิเศษ
ทว่า จุดเปลี่ยนอยู่ในค่ำคืนที่ชัชชาติส่งสัญญาณผ่านการโพสต์โซเชียลมีเดียว่าจะลุยสนาม กทม. สมัยที่ 2 แน่ ทีม ดร.จอห์น พากันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เป็นภาพของตนคู่รูปชัชชาติยืนยิ้มหวาน อาทิ
พุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวาในขณะนั้น, ชญาภา ปรีดาพากย์ ผู้ท้าชิง ส.ก.พระโขนง และ ธนากร พุ่มโพธิงาม ผู้ท้าชิง ส.ก.สาทร เป็นต้น
เพียงไม่ถึงชั่วโมงเมื่อปรากฏเป็นข่าว เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานครในขณะนั้น โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวทันที โดยย้ำว่า ชัชชาติไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ก. และยังอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าฯ จึงต้องวางตัวเป็นกลาง อีกทั้งไม่เคยอนุญาตให้ใครนำชื่อและภาพถ่ายไปใช้หาเสียง
เหตุการณ์กลางดึกของคืนวันที่ 2 พฤษภาคมคือจุดพลิกผันจากแววปัง สู่ความปั่นป่วนทันที สื่อต่างๆตีข่าวดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยฉายา “โหนชัชชาติ” ที่บาดลึกถึงทรวง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ อย่างเป็นทางการ ชัชชาติยังส่งทีมกฎหมาย ร่อนจดหมายน้อยถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) แจ้งว่า ณ ปัจจุบัน ยังไม่ได้ให้ความยินยอมแก่ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. รายใดในการใช้ชื่อ คำขวัญ คติพจน์ หรือภาพ ขึ้นร่วมกันเพื่อหาเสียงในการเลือกตั้ง 69 พูดง่ายๆ ว่า เบรกเอี้ยด ห้ามใช้ “หน้า-ชื่อ-โลโก้” ขึ้นป้ายร่วม ใครใช้แล้ว แก้ด่วน ก่อนผิดกฎหมาย
กลายเป็นเรื่องฮือฮาซ้ำอีกระลอก
แน่นอนว่า ประเด็นนี้ส่งผลลบต่อภาพลักษณ์ของทีม ดร.จอห์น ซึ่งแรกๆ เคยเตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. และคาดการณ์ว่าจะคนส่งชิงกว่า 10 เขต กระทั่งเกิดเรื่องราวข้างต้น จึงเลื่อนกำหนดการออกไปเรื่อยๆ จนถึงวันรับสมัคร เมื่อ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครเพียง 7 ราย ในกระแสที่แทบจะเรียกได้ว่า เงียบกริบ
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าศึกครั้งนี้ กลุ่ม Better Bangkok จะพ่ายศึกเสมอไป โดยเฉพาะตัว ดร.จอห์นเอง จากการขลุกตัวคลุกพื้นที่ แก้ไขปัญหาให้ชาวลาดกระบังมานานถึง 4 ปีเต็ม โดยมีบทบาทลุกอภิปรายในสภา กทม.จนถือได้ว่าเป็น 1 ในดาวเด่น ตั้งแต่ครั้งยังสังกัดพรรคเพื่อไทย นั่งเก้าอี้ประธานสภา กทม. ก่อน “ไม้” วิพุธ ศรีวะอุไร ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนในช่วงท้าย
เจ้าตัวมั่นใจว่าได้สางปมปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านตลอดมา รวมถึงผลักดันงบประมาณในการปรับปรุงโครงสร้างขั้นพื้นฐานของลาดกระบัง เบ็ดเสร็จรวมๆ กันเกือบ 800 ล้านบาท เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน
หรือจะย้อนไปไกลกว่านั้น ผู้สมัครป้องกันแชมป์ ส.ก.ลาดกระบังท่านนี้ ยังเล่าที่มาของสโลแกน “จอห์นมา ปัญหาหมด” ว่าได้มาจากชาวบ้านตั้งแต่ก่อนชนะเลือกตั้ง ส.ก.เสียอีก เพราะได้เข้าช่วยเหลือผู้คนให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงโควิด-19
ล่าสุด ก็ยังลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุรถไฟบรรทุกสินค้าที่คร่าชีวิตหญิงวัย 21
ครั้นหันดูคู่แข่งที่น่าจับตา อย่างผู้สมัครเจนใหม่ “อาย” ชวัลพัชร สําเร็จวาณิชย์ เบอร์ 2 หลานสาวแท้ๆ ของ อิ่ม ธีรรัตน์ แห่งพรรคเพื่อไทย ก็ถือว่าลงพื้นที่แบบรัวๆ แบบฉ่ำๆ ซ้ำยังมี “อี๊อิ่ม” (น้าอิ่ม) เป็นเจ๊ดัน โดยเป็น 1 ใน 9 สมาชิกทีม “เพื่อไทย Life ลงตัว” ซึ่งครั้งนี้ทางพรรค ไม่ส่งใครชิงทั้งผู้ว่าฯกทม. และ ส.ก. แต่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคหาเสียงได้
อย่างไรก็ตาม การเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน ย่อมยังไม่ติดตลาดเท่า ดร.จอห์น เบอร์ 5 ทว่า การเมือง อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะครอบครัวสําเร็จวาณิชย์ ถือเป็นบ้านใหญ่ลาดกระบัง
ส่วนพรรคประชาชน ส่ง “โอม” อานนท์ แม้นเพชร เบอร์ 1 ซึ่งเกิดและเติบโตที่ลาดกระบัง เข้าชิง แต่กระแสโดยรวมดูเหมือนยังไม่ชวนให้จับตา เว้นเสียแต่ว่าอานุภาพส้มจากการเมืองสภาใหญ่ในระดับประเทศจะแผ่ซ่านมาถึงสนามท้องถิ่น
ยังไม่นับด้วยว่า เมื่อ 4 ปีก่อน ดร.จอห์น คว้าคะแนนส.ก. เป็นอันดับ 1 ที่ 38,130 คะแนน คิดเป็น 51% จาก ส.ก.ทั้งหมด 50 เขต ถือเป็นสถิติใหม่ของ กทม.
ไหนจะลูกทีมอย่าง “ท๊อป” พุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ อดีต ส.ก.ยานนาวา ที่ยังสมัครป้องกันแชมป์ โดยรอบนี้ได้เบอร์ 6 ก็เป็นที่คุ้นหูคุ้นตาด้วยสารพัดญัตติ สารพันวาทะด้วยการลุกคอมเมนต์ในสภา กทม. ตลอด 4 ปี เดิมสังกัดพรรคก้าวไกล โดยมีคู่แข่ง อาทิ วิทยา ดอกกลาง หรือ แอดหมู เบอร์ 4 อดีตแอดมินเพจชัชชาติ ที่ลงแข่งในนามอิสระ, ภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร พรรคประชาชน เบอร์ 5 ซึ่ง ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้ท้าชิงผู้ว่าฯกทม. ของพรรค เพิ่งลงพื้นที่ช่วยหาเสียงไปหมาดๆ เมื่อ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา
เรียกได้ว่า ทีม Better Bangkok ยังแข่งสนุกให้ชาวกรุงได้มีลุ้น ใช่ว่าจะแพ้พ่ายตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น

