‘ดร.โจ’ ไม่หวั่นกระแสโพลหนุนผู้สมัครอิสระ มั่นใจฐานเสียงปชน.แน่น มองบวก กลุ่มคนอีก 38% เลือกผู้ว่าฯ-ส.ก.จากพรรคเดียวกัน เชื่อ คนกรุงมีวิจารณญาณ-ชอบความชัดเจนโปร่งใสมากกว่าพวกแอบช่วยกันลับหลัง
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจนิด้าโพล ที่เปิดเผยว่าประชาชนชาว กทม.จะเลือกผู้สมัครอิสระมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง ว่า อาจจะตีความผลโพลได้หลายแบบ แบบหนึ่งคือ เรื่องของการมองระบบ ขณะที่อีกแบบคือความเข้าใจในบทบาทระหว่างสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งตนคิดว่า ตนและผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคประชาชนกำลังรณรงค์สื่อสาร 2 ด้าน 2 มุม คือวาระเมืองและวาระเขต โดย ส.ก.ของเราจะมีวาระเขตในแต่ละเขตว่าอยากจะพัฒนาอะไรในพื้นที่นั้น และผู้ว่าฯ กทม.จะเป็นผู้รับผิดชอบต่อวาระเมือง ซึ่งการจะพัฒนาทั้งวาระเขตและวาระเมืองให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ได้ จำเป็นที่จะต้องมีผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.มาจากพรรคเดียวกัน
“ถ้าเราดูผลโพลหลายๆ อย่างประกอบกัน ยังมีคนสัก 38% ที่ต้องการเลือกผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.จากพรรคเดียวกัน ก็น่าจะเป็นกลุ่มคนที่เข้าใจเรื่องของวาระเขตและวาระเมือง และเข้าใจกลไกการทำงาน ว่าการจะผ่านนโยบายต่างๆ ของฝ่ายบริหารคือผู้ว่าฯ กทม.ได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมี ส.ก.เข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ หรือเรื่องการออกข้อบัญญัติ ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นนโยบายต่างๆ ไม่ได้ถูกผลักดันอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ส.ก.นอกจากจะมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร หรือผลักดันงบประมาณของผู้ว่าฯ กทม.แล้ว ยังมีหน้าที่สนับสนุนด้านนโยบายด้วย ถ้าผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.มีวิสัยทัศน์ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะทำให้งานเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” นายชัยวัฒน์กล่าว

เมื่อถามว่า การที่ผลโพลออกมาในลักษณะนี้ จะทำให้เราเสียเปรียบหรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ไม่น่าจะมองแบบนั้น เพราะผลการเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ 33 เขต กวาดทั้งกรุงเทพมหานคร น่าจะเป็นเพราะประชาชนชาวกรุงเทพมหานครเล็งเห็นถึงการทำงานของพรรคประชาชน เมื่อได้รับอำนาจจากประชาชนแล้วเข้าทำงานในสภา มีการทำงานที่คุ้มค่า ทำงานอย่างจริงจัง แข็งขัน ทุกคนมีวาระที่ตัวเองผลักดัน มีผลงานที่ตัวเองตรวจสอบ ตนคิดว่าน่าจะเป็นผลงานความเชื่อมั่นในตัว ส.ส.ทุกคน ซึ่งในครั้งนี้ ส.ก.หลายคนของเราก็ลงพื้นที่เป็นระยะเวลาพอสมควร บางคนลงพื้นที่มาเป็นปีแล้ว น่าได้รับความเชื่อมั่นในลักษณะเดียวกัน
ถามย้ำว่า ยังเชื่อมั่นในฐานเสียงจากการเลือกตั้งระดับประเทศที่ผ่านมาใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เรามีผู้สนับสนุนพรรคประชาชนทั้งในเรื่องอุดมการณ์ และแนวการทำงานว่าต้องการให้ประชาชนคนธรรมดาที่ไม่ใช่บ้านใหญ่ ไม่ใช่ทุนการเมืองเข้ามา เป็นคนทำงานการเมืองระดับท้องถิ่น เป็นตัวแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพื่อเข้าถึงประชาชนง่ายขึ้น รวมถึงดีเอ็นเอความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริตที่เราลงพื้นที่ และมีเจตจำนงแน่วแน่ในการตรวจสอบคอร์รัปชั่น จะเป็นจุดขายที่ชาวกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญ
เมื่อถามว่า มีข่าวดราม่าวันรับสมัครที่มีผู้สมัคร ส.ก.ยื้อเรื่องการจับเบอร์ เพื่อให้ได้หมายเลขตรงกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จนคนมองว่าโหนนายชัชชาติ มองเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ภาพที่ออกมาจะเป็นผลลบต่อผู้สมัครรายนั้นเอง เพราะประชาชนคน กทม.เป็นคนที่เข้าใจข่าวสาร ติดตามการเมืองอยู่พอสมควร ฉะนั้น ภาพที่ออกมา หากเห็นการกระทำในลักษณะแบบนั้นเป็นลักษณะจงใจ ตนคิดว่าประชาชนสามารถตัดสินได้ เรื่องของเบอร์เหมือนใครน่าจะไม่ใช่สาระสำคัญ ประชาชนคนกรุงเทพฯ มีวิจารณญาณที่ดี
เมื่อถามว่า มีกลุ่มผู้สมัครที่ไม่เปิดตัวว่าสนับสนุนใครแบบเป็นทางการ แต่อาจจะมีช่วยกันลับหลัง จะทำให้ผู้สมัครพรรคประชาชนเสียเปรียบหรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถตัดสินได้ เพราะเรื่องของความโปร่งใสในการทำงาน ตั้งแต่เปิดตัวว่าจะเปิดตัวว่าใคร สนับสนุนใคร ใครเป็นพรรคพวกใคร จะทำงานในทิศทางเดียวกันแบบไหน ตนคิดว่าประชาชนควรจะได้รับความโปร่งใส ความชัดเจนตั้งแต่ก่อนกากบาทเลือกตั้ง ฉะนั้น ประชาชนน่าจะชอบในความโปร่งใสของพรรคประชาชนมากกว่า ที่เรามีการเปิดตัว ส.ก.ทั้ง 50 เขต และไม่ได้มีสิ่งที่เรียกว่าอิสระแบบไม่อิสระ ขอฝากพี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

