ปชน. ขนทัพ ส.ส. ร่วม บางกอกไพรด์ ‘ดร.โจ’ ลั่น ผู้มีความหลากหลายไม่ได้ขออภิสิทธิ์ แค่อยากอยู่ปลอดภัย-ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ 

31.05.26 | 18:17 น.

ปชน. ขนทัพ ส.ส. ร่วมเดินขบวนงานบางกอกไพรด์ 2026 “ดร.โจ” ยอมรับแม้เรียนชายล้วน แต่มีเพื่อน LGBTQIAN+ เพียบ ลั่นผู้มีความหลากหลายไม่ได้ขออภิสิทธิ์ แค่อยากอยู่ปลอดภัย ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ พร้อมส่ง AI เชื่อมวงจรปิด กทม. ดักทางอาชญากรรม

 


เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่หน้าโรงหนังลิโด้ พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค รวมถึง น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย ส.ส.ของพรรคประชาชน ร่วมเดินขบวนงาน Bangkok Pride Parade 2026

นายชัยวัฒน์ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศงาน Bangkok Pride Parade 2026 ว่า บรรยากาศคึกคัก ซึ่งคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกที และเราได้มีการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมมาแล้ว ทำให้ชาว LGBTQIAN+ มีสิทธิที่เท่าเทียมมากขึ้น จึงคิดว่าคนจึงมาเฉลิมฉลองมากขึ้น และประเทศไทยเองก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นในมุมของความเท่าเทียม

Advertisement

เมื่อถามว่า กฎหมายแม่สมรสเท่าเทียมผ่านแล้ว แต่ยังต้องมีกฎหมายลูกให้ต้องแก้ไขอยู่พรรคประชาชนจะผลักดันอย่างไรบ้าง นายชัยวัฒน์กล่าวว่า พรรคประชาชนติดตามเรื่องนี้มาตลอด ระเบียบต่างๆ ที่ยังไม่สอดคล้องกับกฎหมายแม่ เราจะใช้กลไกทั้งในสภาและกรรมาธิการเพื่อติดตามเรื่องเหล่านี้ให้มีความคืบหน้า

เมื่อถามว่า นโยบายกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน มีอะไรสำหรับชาว LGBTQIAN+ บ้าง นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ตนเรียนโรงเรียนชายล้วนมา มีเพื่อนที่เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศเยอะ รู้สึกว่าเขาไม่ได้มีความต้องการอะไรที่แตกต่างไปจากชายหรือหญิงแท้ ความต้องการพื้นฐานคืออยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัย และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับเรื่องความปลอดภัย กรุงเทพมหานครเรามีนโยบายเรื่องการใช้ชีวิตง่าย เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ทุกคน

นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า รวมถึงผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยโดยนำระบบเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ตามจุดอับของเมืองด้วยการเสริมกล้อง CCTV ซึ่ง กทม.จะเป็นเจ้าภาพเชื่อมต่อข้อมูล และนำเทคโนโลยีเอไอเข้ามาจับเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงว่าจุดไหนมีความเสี่ยงด้านอาชญากรรมและแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ และให้เจ้าหน้าที่ออกมายับยั้งก่อนก่อเหตุรุนแรง นี่จะเป็นสิ่งที่ กทม.มอบความปลอดภัยให้คนกรุงเทพฯ ได้มากขึ้น

นายชัยวัฒน์กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งเรื่องคือการเลือกปฏิบัติ เราจะรณรงค์ให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีค่านิยมรองรับความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งความหลากหลายทางเพศ ศาสนา เชื้อชาติ ซึ่งการปลูกฝังเรื่องเหล่านี้จะทำให้การใช้ชีวิตของชาว LGBTQIAN+ ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งตนมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศให้ความสำคัญจำนวนมาก

ด้านนายณัฐพงษ์กล่าวถึงบรรยากาศวันนี้ว่า บรรยากาศครึกครื้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการผลักดันด้านความเสมอภาค ซึ่งมีกฎหมายอีกกว่า 50 ฉบับที่ต้องปรับปรุงตาม เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อุ้มบุญให้ครอบคลุมคู่สมรสที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ พ.ร.บ.สัญชาติ อีกอย่างที่เห็นเป็นนโยบายสำคัญ คือ เมืองควรที่จะตอบ ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal Design) โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการและกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นจะต้องให้เมืองง่ายกับทุกคนมากกว่านี้