ดร.มัลลิกา จ่อดึงเทคนิคยุค ‘อัศวิน’ แก้ท่วม สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง หวังคว้าชัยศึกผู้ว่าฯ

1.06.26 | 12:38 น.

ดร.มัลลิกา สักการะศาลหลักเมือง พระแก้วมรกต พระสยามเทวาธิราช เชื่อเป็นหลักแห่งความมั่นคง พร้อมลุย ‘ฟู้ดสตรีพาราไดซ์ขาย7วันหมุน24ชม.’ รับความมั่นคงอาชีพประชาชน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 มิถุนายน ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครหมายเลข 14 เข้าสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพ ก่อนที่จะเข้าถวายสักการะพระแก้วมรกตและพระสยามเทวาธิราช ซึ่งประดิษฐานภายในพระบรมมหาราชวัง

ดร.มัลลิกากล่าวว่า ไม่ว่าจะทำกิจการงานใด ตนจะเริ่มต้นด้วยการสักการะศาลหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองคู่ประเทศชาติ อันหมายถึงหลักแห่งความมั่นคงทุกด้านทั้งทางชีวิตอาชีพการงาน และขวัญกำลังใจ เพราะความมั่นคงในทุกด้านนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นหลักของตนมาโดยตลอด รวมทั้งความมั่นคงต่อจิตใจของพี่น้องประชาชน ที่จะทุ่มเทคะแนนให้เพื่อมีโอกาสได้ไปทำงานตอบแทนประเทศชาติบ้านเมือง โดยเริ่มต้นที่การบริหารการเมืองกรุงเทพมหานครอย่างมีคุณภาพ

“โดยหลักแล้วนอกจากระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นอำนาจของพระราชบัญญัติท้องถิ่นแล้ว ยังมีพระราชบัญญัติทางด้านความมั่นคง ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพ ได้ดูแลในเรื่องทั้งความมั่นคงในชีวิตทรัพย์สิน และอาชีพของพี่น้องประชาชนอีกด้วย จึงอยากแสดงสัญลักษณ์ให้เห็นด้วยว่า ความมั่นคงทางความเชื่อความศรัทธา และความมั่นคงทางด้านจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญแล้ว ยังดูแลความมั่นคงของชีวิตทรัพย์สิน และอาชีพของประชาชนซึ่งเป็นภารกิจของผู้นำเมืองที่เป็นมหานครอันใหญ่นี้ ดังนั้นหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความมั่นคงนั้นผู้ว่าจึงมีทั้งอำนาจและหน้าที่ที่จะดูแลให้เกิดความสงบสุขด้วย” ดร.มัลลิกากล่าว

เมื่อถามถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หลังจากที่ฝนตกอย่างหนักวานนี้ และเกิดน้ำขังหลายจุด ดร.มัลลิกาตอบว่า มี 3 รายการ ซึ่งอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ได้แจ้งเรื่องเกี่ยวกับการเตือนภัยการมอนิเตอร์และการใช้ AI เรดาห์เอ๊กซ์แบนด์ ที่สามารถเชื่อมต่อกับทุกระบบ พร้อมคำสั่งการการเปิดปิดอัตโนมัติของประตูระบายน้ำต่างๆ ซึ่งแจ้งไปแล้ว นอกจากนั้นก็จะเป็นการบูรณาการร่วมกันกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบรองรับก่อนฤดูกาล

Advertisement

สำคัญอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ การจัดการที่พักน้ำซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีที่ อดีตผู้ว่าฯอัศวิน ขวัญเมือง เคยทำก่อนหน้านี้คือ การสร้างจุดพักน้ำใต้ดินสามารถจัดการในพื้นที่กว้างของกรุงเทพเอง และรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนสามารถขุดเจาะลงไปประมาณ 2 เมตรกว่าในบ้านเรือนของตนเอง เพื่อเป็นจุดพักน้ำใต้ดินเก็บกักน้ำไว้ใต้ดินเหมือนแก้มลิงได้ เรื่องนี้ก็จะนำมาเสริมและเพิ่มเติมหลังจากที่มีปรากฏการณ์น้ำขังอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากไม่มีที่ระบายหรือระบายช้า

“ในส่วนที่ดีของผู้ว่าฯคนใดที่ผ่านมา เราก็จะเก็บและต่อยอดและนำไปใช้ แต่ขณะเดียวกันในส่วนที่เราจะต้องปฏิรูป และปฏิบัติเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เพื่อไม่ต้องรอเราก็จะทำได้ทันที ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ตอบสนองต่อความเป็นอยู่ของประชาชน” ดร.มัลลิกากล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องเกี่ยวกับผู้ค้าขายที่ถูกจัดระเบียบตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตรงนี้จะแก้อย่างไร ดร.มัลลิกา กล่าวว่าเรามีนโยบาย สตรีท ฟู้ด พาราไดซ์ Street Food Paradise เป็นหนึ่งในจำนวน 14 นโยบายยุทธศาสตร์ของเราอยู่แล้วและอันเนื่องมาจากเรารับฟังเสียงของผู้ค้าขายประกอบกับ หลังจากนี้จะเป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเนื่องจากปัญหาพลังงานกรุงเทพจะต้องวางแผนรองรับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำแหน่งและรวมทั้งเราจะผลักดันการกระตุ้นเศรษฐกิจ

โดยนโยบายนี้และเราจะเปิดการค้า 7 วัน 24 ชั่วโมง โดยในแต่ละที่ร้านค้าสามารถหมุนเวียนเปลี่ยนกันมาค้าขายได้หรือจะเป็นเจ้าเดิมยืนหยัดก็ได้ แม้แต่ตลาดนัดจตุจักรหรือตลาดนัดแต่ละมุมเมืองก็จะสามารถเป็นพื้นที่ค้าขาย 24 ชั่วโมงเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยที่กรุงเทพเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้สามารถทำได้
นอกจากนั้นยังสนองตอบต่อปัญหาทางเศรษฐกิจของพ่อค้าแม่ขายรวมทั้งเอสเอ็มอีกรุงเทพฯ จำนวนมาก