ชัชชาติ ยินดี จิรายุ ฟ้องปปช. ทั้งส่วย-ตั้งขรก.-กลุ่มคนเบื้องหลัง ผิดหวังใช้คำแรง ยินดีให้ตรวจสอบ ยันไม่เคยยุ่งทุจริต
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. (อิสระ) เบอร์ 9 พร้อมทีมงานลงพื้นที่หาเสียงย่านพระราม 9 เขตห้วยขวาง และดินแดง กรุงเทพฯ ถูกผู้สื่อข่าวสอบถาม
กรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand พาดพิงถึงการทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และทีมงาน โดยตอนหนึ่งกล่าวถึงระบอบอากง มีทั้ง ‘เสี่ย ป.’ ‘เสี่ย ต.’ ด็อกเตอร์ ด.’ เข้าไปมีส่วนในการโยกย้ายตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม ทั้ง ผู้อำนวยการเขต ผู้ตรวจการ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูง ข้าราชการในกทม.ต่างอึดอัดใจ อีกทั้งนายชัชชาติ ยังเพิกถอน ผู้อำนวยการเขต และผู้ตรวจราชการระดับสูง ในกทม. เกือบ 20 ตำแหน่ง ดังนั้น ได้เตรียมสำนวนไปยื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อร้องนายชัชชาติ ว่ารู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลยหรือไม่
นอกจากนั้นนายจิรายุยังกล่าวส่วยโยธา มีกลุ่มเข้าไปเรียกร้องรับผลประโยชน์ พร้อมอ้างข้อมูล ป.ป.ช.ที่ระบุ กทม.มีลักษณะนี้เกือบทั้ง 50 เขต รวมถึงส่วยเทศกิจก็ยังมี พร้อมสรุป 3 ข้อกล่าวหา คือ 1.ส่วยโยธา ส่วยเทศกิจ 2.เต้าไต่ ในการแต่งตั้งโยกย้าย-ซื้อขายเก้าอี้ 3.คนทำงานหลังบ้านให้กับนายชัชชาติ
ต่อมา นายชัชชาติ ชี้แจงข้อกล่าวหาว่า “อย่างแรกเลยต้องขอบคุณท่านจิรายุ จริงๆ แล้วคุ้นเคยกันอยู่ ขอบคุณประการแรกเลยที่ช่วยเคลียร์ว่า ผมกับพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ออกมาวิจารณ์กันอย่างเต็มที่ เป็นเรื่องที่ดี ประเด็นเรื่องแต่งตั้ง จริงๆ แล้วเป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตามระเบียบปฏิบัติ และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ใน กทม.เองก็จะเรียกว่า คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อคอยตรวจกระบวนการต่างๆ ซึ่งในการแต่งตั้งมีคณะกรรมการฝ่ายประจำ ดำเนินการ แต่งตั้งขึ้นมา เราก็เซ็นอนุมัติตามที่เขาเสนอขึ้นไป”
นายชัชชาติ กล่าวว่า มีกระบวนการที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมฯ อาจจะมองว่าคลาดเคลื่อนไป ก็ทำตามที่เขาแนะนำ ให้ยกเลิกและให้ทำกระบวนการสรรหาใหม่ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร พร้อมให้ตรวจสอบทุกอย่าง เราดำเนินการตามกระบวนการใหม่ มีการแต่งตั้งกลับไปใหม่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายจิรายุระบุทำนองว่า เหมือนเป็นการปล่อยปละละเลยในหน้าที่ เพราะว่ามีผู้อำนวยการสำนักงานเขตถูกแต่งตั้งขึ้นมาอย่างไม่เป็นธรรม
นายชัชชาติกล่าวว่า “อันนี้ต้องพูด ที่ไปกล่าวอ้างมีการใช้คำ เราไม่มีแนวปฏิบัติอย่างนั้น ถ้าจะเอาแนวปฏิบัติที่คุ้นเคย มาใช้กับคนอื่น ผมว่าต้องไปรับผิดชอบกันเอง แต่เราไม่เคยมี เพราะเราเชื่อว่าการแต่งตั้งโยกย้าย เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ไม่สามารถเอาคนที่ไม่มีความสามารถเข้ามาทำงาน เพื่อให้ทำนโยบายเราได้ ที่ผ่านมาแต่งตั้งตามคุณภาพทุกอย่าง ส่วนที่จะชอบใคร ไม่ชอบใคร ก็คงมีความผิดหวังบ้าง ไม่ผิดหวังบ้าง อาจจะไม่แต่งตั้งคนที่ท่านชอบ นั่นก็เป็นเรื่องที่เป็นการพิจารณาแล้ว ดังนั้นผมว่าอย่าไปกล่าวหาคนอื่นเขาเลย ยิ่งใช้คำที่มัน (เต้าไต่) ผมว่าฟังแล้วเท่าที่เห็นมันไม่สุภาพ คือต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะว่าไปกล่าวหาคนอื่นเขาอย่างนั้น ผมว่ามันไม่เหมาะแล้ว เราก็เป็นผู้ใหญ่แล้วด้วย” นายชัชชาติกล่าว และว่า
ไม่กังวล เพราะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสรรหาไม่ได้ มีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเป็นข้าราชการประจำ และให้คะแนนคัดเลือกขึ้นมา เราก็อนุมัติตามที่คณะกรรมการสรรหาให้มา หากมีการทักท้วง ก็ยกเลิกคำสั่ง แล้วไปทำใหม่ ในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ยินดีเลย ไปตรวจสอบตามสบายเลย รับรองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งสิ้น อาจจะมีกระบวนการที่คลาดเคลื่อน แต่ก็เรียบร้อย แต่การจะไปกล่าวหาคนอื่น ก็ต้องเอาให้รอบคอบด้วย
“ผมว่าไปพูด ใช้คำที่รับไม่ได้ ไม่ค่อยดี ต้องให้เกียรติข้าราชการด้วย อย่าง ผู้อำนวยการเขต ก็เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็กๆ ยืนยันว่าเราทำตามระเบียบปฏิบัติ ยินดีให้ไปยื่นเลย” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น แม้ว่าต่อให้ใช้ BMA Express Service ในการขอใบอนุญาตต่างๆ อย่างสำนักโยธา ก็ยังมีการเจอหน้ากัน ในโครงการขนาดใหญ่ การทุจริตยังมีอยู่
นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่เคยพูดว่าทุจริตหมด แต่ว่าสถานการณ์มันดีขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่ฝังรากลึกมานาน ทุกหน่วยงานไม่เฉพาะกทม. ไม่มีทางที่ใช้ AI หรือคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวแล้วทุจริตจะหมดไปได้ ต้องปรับโดยการนำคนที่ดีเข้าสู่ตำแหน่ง ใช้คนกับเทคโนโลยีร่วมกัน เป็นสิ่งที่ตนเน้นย้ำมาโดยตลอด
“ผมเชื่อว่าที่ผ่านมา สถานการณ์ดีขึ้น เหมือนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการยื่นภาษี แต่ระยะยาวถ้าหากมีคนมายื่นขออนุญาตออนไลน์มากขึ้น สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชั่นก็น่าจะดีขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการปรับระเบียบที่ล้าสมัย ที่ยังเป็นช่องโหว่อยู่ ต้องทำควบคู่กันไป สิ่งที่ดำเนินการอยู่และรับทราบมาโดยตลอด เราไม่เคยปฏิเสธว่าทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่
ผมพูดทุกคนตั้งแต่เราเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ ปีแรกแล้ว เป็นคนเดียวมั้งที่พูดเรื่องนี้ตลอด ทุกครั้งที่สัมภาษณ์ว่า เรากังวลเรื่องทุจริต ก็ต้องทำต่อ ไม่ใช่เรื่องที่จะเสร็จภายในข้ามคืนได้” นายชัชชาติเผย
ขณะที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช หรือ ‘บิ๊กหยม’ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 12 เผยว่า นายคริส โปตระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ จะแถลงข่าวเปิดโปงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องของตลาดจตุจักร ทั้งแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการก็เกี่ยวด้วย

