อภิสิทธิ์ เผยเสียงตอบรับ อนุชา ชิงผู้ว่ฯากทม. ดีขึ้น เตรียมเปิดปราศรัยเสนอนโยบาย 17 – 18 มิ.ย.

3.06.26 | 09:45 น.

‘อภิสิทธิ์’ เผยหลังเปิดตัว ‘อนุชา’ ชิงผู้ว่ฯกทม. เสียงตอบรับดีขึ้น ไม่กังวล ‘ปชน.’ ตั้ง ‘สุรพล’ นั่งที่ปรึกษาฯ ชี้อยู่ที่คนกรุงตัดสินใจ เตรียมเปิดปราศรัยเสนอนโยบาย 17 – 18 มิ.ย.

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 มิถุนายน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯดูแลพื้นที่กทม. และแกนนำพรรคฯ พร้อมด้วยนายอนุชาญ กวางทอง ผู้สมัคร ส.ก.เขตพญาไทเบอร์ 7 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนย่านชุมชนฤือชา เพื่อรับฟังปัญหาปากท้องและติดตามความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่กทม.ว่าดีขึ้น ซึ่งในช่วงต้นคิดว่าช่วงแรกอาจจะความรับรู้อาจจะไม่มากแต่ตอนนี้เราลงพื้นที่ โดยเฉพาะนายอนุชาได้จับประเด็นสำคัญๆ ของกทม. ทำให้ประชาชนรับรู้ดีขึ้นและการตอบรับดีขึ้น แต่ยังต้องทำงานอย่างหนักในเวลาที่เหลือ

เมื่อถามว่าจากนี้จะมีบิ๊กโปรเจกต์อย่างไรเพื่อที่จะนำมาหาเสียงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเบื้องต้นวันที่ 17-18 มิถุนายน จะมีการปราศรัยเพื่อให้นำเสนอนโยบายต่างๆ ได้ครบถ้วนและเก็บเกี่ยวประเด็นการลงพื้นที่เสนอให้กับพี่น้องประชาชนยืนยันว่ากรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้ และเรื่องหลักที่นายอนุชานำเสนอซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่ประชาชนต้องการ แต่การแก้ไขสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยคนที่มีทักษะทางด้านการบริหาร ความสามารถในการประสานงาน และมีประสบการณ์ทางการเมืองด้วย

Advertisement

เมื่อถามถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตพญาไท นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในนโยบายหนึ่งคือเรื่องการใช้พื้นที่ต่างๆให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งความจริง กทม.จะทราบอยู่แล้วจากฐานการจัดเก็บภาษีที่ดินสิ่งเหล่านี้จะสามารถทำให้มีการนำมาวางแผนและเสนอนโยบายที่จูงใจให้มีการนำที่ดินออกมาใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

ส่วนที่ภาคเอกชนตอบรับในเรื่องนี้น้อย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อาจจะเป็นเพราะว่าในอดีตภาษีที่ดินยังไม่ได้เก็บเต็มที่ สังเกตดูว่าในช่วงหลังมีเจ้าของที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์พยายามทำให้ที่ดินเป็นที่การเกษตรเพื่อไม่ให้เสียภาษีในอัตราที่สูง ซึ่งเรามองว่าพื้นที่เหล่านั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับสาธารณะได้ โดย กทม. สามารถจูงใจและเจ้าของที่สามารถลดภาระตัวเองในเรื่องของภาษีได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีพื้นที่ใช้ โดยเราคิดถึงเรื่องของพื้นที่ด้านศิลปะ และสวนสาธารณะ

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาชนตั้งศ.สุรพล นิติไกรพจน์ มาร่วมเป็นประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ทางพรรคประชาธิปัตย์กังวลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าไม่มีความกังวลอะไรเพราะการได้บุคลากรต่างๆเข้ามาทำงานก็เป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งสิ้นและอยู่ที่พี่น้องประชาชนจะตัดสินใจ

ด้านนายอนุชา กล่าวว่า ในเขตพื้นที่เขตพญาไท ปัญหาแรกคือทางเท้าซึ่งจะเห็นว่าซอยค่อนข้างที่จะแคบ ทำให้คนเดินลำบากเพราะการพัฒนายังไม่เต็มที่ จากการสอบถามชาวบ้านพบว่าใช้เวลาเป็นปีก็ยังไม่เสร็จ ตนจึงต้องเข้ามาเพื่อให้ทุกคนมีความมั่นใจหากมีโอกาสทำงานตรงนี้และส.ก.ในพื้นที่ถ้าเป็นของพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น คงต้องนำไปพูดคุยกันในสภากรุงเทพฯ เป็นอันดับแรก และพูดคุยกับผู้ว่าฯกทม. โดยตรงเพื่อทำให้การแก้ปัญหารวดเร็วมากขึ้น

“จากการที่เดินพบปะประชาชนกลับกลายเป็นว่าให้การตอบรับและมีฟีดแบคกลับมาว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งทั้งผู้ว่าฯกทม.และส.ก.ทุกเขต นอกจากนั้นยังมีผู้ใหญ่ของพรรคในระดับหัวหน้าพรรคฯ รองหัวหน้าพรรคฯ มาลงพื้นที่ด้วย เขาเริ่มมีความมั่นใจว่าสิ่งที่เขาจะได้รับไม่แค่เพียงลักษณะ หัวเดียวกระเทียมลีบ รับปัญหาแล้วไปทำต่อได้หรือไม่ แต่ ณ วันนี้ทุกระดับชั้นทั้งส.ก.และผู้ว่าฯ หัวหน้าพรรคฯ รองหัวหน้าพรรคฯสามารถที่จะนำไปต่อยอดเพื่อทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นด้วย” นายอนุชา กล่าว