ชัยวัฒน์ แนะคนเปิด ระบอบอากง กล่าวหาชัชชาติ เอาหลักฐานพิสูจน์ ย้ำความโปร่งใสสำคัญ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 มิถุนายน ที่ซอยรามคำแหง 53 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเปิดโปง “ระบอบอากง” ซึ่งเป็นการทุจริตตำแหน่งข้าราชการในหน่วยงาน กทม.ว่า เราได้พูดยืนยันมาตลอดว่าเรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งใน กทม. คือความโปร่งใสในการบริหารงานของ กทม. และการทำให้ กทม.ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ คือเจตจำนงของผู้ว่าฯกทม.และฝ่ายบริหาร
นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าการที่มีคนออกมาพูดเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องดี หากจะเอาหลักฐานมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รู้ได้เห็น หรือหากมีการกล่าวหาใดๆ ก็ตาม ก็ควรเอาหลักฐานที่จับต้องได้ มาให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบ เพราะการจะเข้ามาเป็นนักการเมือง ต้องพร้อมที่จะโปร่งใส และยอมให้ได้รับการตรวจสอบอยู่แล้ว ยํ้าว่าเจตจำนงของฝ่ายบริหารเป็นเรื่องสำคัญ เราจะเห็นได้ว่าการทุจริตต่างๆ หากฝ่ายบริหารมีเจตจำนงที่ดี จะทำได้ตั้งแต่การป้องกัน และยินดีให้ตรวจสอบ
เมื่อถามว่า เป็นความบกพร่องของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ทำหน้าที่ผู้ว่าฯกทม.ก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ตนไม่ได้พูด แต่หากผู้ที่กล่าวหาเรื่องนี้มีข้อมูลหรือหลักฐานอะไร ก็อยากให้พิจารณาที่ข้อเท็จจริงมากกว่า
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนเคยพูดเรื่องการคอร์รัปชั่นก่อนหน้านี้ พบพิรุธอะไรบ้างหรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า สิ่งที่เราเคยพูดก่อนหน้านี้ เราเคยยกกรณีที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว เช่นลู่วิ่งออกกำลังกาย เราเปรียบเทียบให้ดูว่า หากผู้ว่าฯกทม.และทีมบริหาร เป็นตนและพรรคประชาชน เรายินดีที่จะใช้ข้อมูลในการของบประมาณเหล่านั้นตั้งแต่ต้นทาง ที่สามารถนำเอไอไปใช้ในการตรวจสอบได้ เป็นสิ่งที่เราเปรียบเทียบว่าจะเกิดขึ้นในยุคของตน
เมื่อถามว่า เอไอสามารถตรวจสอบการโยกย้ายข้าราชการได้หรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เรื่องการโยกย้ายข้าราชการ เป็นเจตจำนงของฝ่ายบริหาร ซึ่งต้องแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เอไอหรือเครื่องมืออาจจะไม่สำคัญเท่ากับเรื่องนี้

