ทีมชัชชาติ วันนี้มาธีม ‘สิ่งแวดล้อม’ ชี้ มีป้ายน้อยๆ-ใช้รถ EV ลดคาร์บอนแล้ว 325 ตัน ลุยรับฟังปัญหา เขตสวนหลวง-ประเวศ งัด ‘นโยบายรักษ์โลก’ วิศณุ เห็นมุมเพิ่มสะพานลอย
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่เขตสวนหลวงกรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดเสรีมาร์เก็ต สาขา เดอะไนน์ พระราม9 และมัสยิดม่านาฟิอุ้ลอิสลาม พร้อมด้วยทีม ‘กรุงเทพฯ ทำงาน’ อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล และ น.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. และนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
โดยเวลาประมาณ 12.00 น. เริ่มต้นที่ตลาดเสรีมาร์เก็ต นายชัชชาติ เดินเท้าเข้าหาเสียงกับพี่น้องประชาชนในช่วงพักเที่ยง และพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่กำลังจับจ่ายใช้สอย ซึ่งต่างเข้ามาขอถ่ายภาพ “ชนหมัด” พร้อมรับเอกสารนโยบาย
นายชัชชาติกล่าวว่า วันนี้มาหาเสียงเขตสวนหลวง และประเวศ ซึ่งมีเรื่องสำคัญคือ วันนี้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งแคมเปญหาเสียงผู้ว่ากทม. เราพยายามรมณรงค์เรื่องนี้ว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก สะท้อนผ่านแคมเปญที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถ EV ใช้ป้ายหาเสียงให้น้อยที่สุด ก็จะสะท้อนแนวคิดการทำเมืองให้เป็นเมืองที่ยั่งยืน

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า สำหรับสวนหลวง ประเวศ หัวใจคือการเดินทาง เพราะเป็นแหล่งที่มีผู้คนอาศัยอยู่มาก และมีรบบรถฟ้าเข้าถึงแล้ว ปัญหาอีกส่วนที่เจอคือคูคลอง และน้ำท่วม ซึ่งก็มีการดำเนินการพัฒนาไปหลายส่วน สถานการณ์น้ำท่วม ทั้งรามคำแหง 22, 24 ซอยย่อยต่างๆ ก็ได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น
“รวมทั้งพอเราทำ บึงหนองบอน แล้วเสร็จ การระบายน้ำก็ดีขึ้น อาจมีเล็กน้อยบริเวณแยกอ่อนนุช ตัดกับ ถนนศรีนครินทร์ อาจจะมีปัญหาน้ำท่วมขังบ้าง แต่กำลังเร่งอยู่ เพราะเมื่อก่อนจะมีแก้มลิง ของทางเอกชน ที่เขาไม่ให้เราใช้แล้ว อาจจะมีปัญหาตรงนี้บ้าง แต่โดยรวมดีขึ้น” นายชัชชาติเผย

เมื่อถามว่า ในช่วงนี้ประชาชนสะท้อนเรื่องอะไรบ่อยเป็นพิเศษ ?
นายชัชชาติเผยว่า เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวประชาชนที่สุด ส่วนมากเป็นเรื่องเส้นเลือดฝอยเป็นหลัก เรื่องที่กระทบกับชีวิตประจำวัน
“อย่างเช่นเมื่อสักครู่นี้ก็มีพี่คนหนึ่งเดินมาบอกว่า ซอยเฉลิมพระเกียรติ 11 มีปัญหา หรือที่ไปมัสยิดฯ ก็มีคลองกะจะ ที่อยู่ใกล้ๆ มีปัญหาน้ำเน่าเสีย เนื่องจากทางสำนักการระบายน้ำ อยู่ระหว่างพร่องน้ำ เพื่อเตรียมรับฝน จึงส่งผลให้ได้กลิ่นตะกอนที่นองก้นอยู่
“ผมว่าปัญหาพวกนี้แหละ คือสิ่งที่ต้องแก้ไข และทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องฟังและนำมาปรับปรุง” นายชัชชาติเผย

ด้าน นายพรพรหม กล่าวเสริมว่า การไม่ใช้ป้ายหาเสียงปริมาณมากๆ สามารถประหยัดหรือเซฟคาร์บอนไปได้กว่า 321 ตัน ป้ายหาเสียงที่ใช้ตอนนี้ มีแค่ 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง ประหยัดได้เกือบ 13,000 ป้าย ส่วนการใช้รถ EV ไม่ว่าจะเป็นรถแห่ หรือ รถเดินทาง รถตู้ และรถตุ๊กตุ๊ก ก็สามารถประหยัดได้ประมาณ 4 ตัน รวมทั้งหมดก็ 325 คาร์บอนตัน หรือว่าเท่ากับปลูกต้นไม้ประมาณ 36,000 ต้น
นายพรพรหมกล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้จัดขึ้นใน ‘ธีมสิ่งแวดล้อม’ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยมีนโยบายสำคัญหลายอย่าง
“โครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่จะนำเสนอ ได้แก่ เพิ่มต้นไม้ตามแนวถนนพระราม 9 เพิ่มสวน 15 นาทีหลายแห่ง และเสรีมาร์เก็ต เป็นอีกหนึ่งที่ ที่ทีมเข้ามาส่งเสริมในการคัดแยกขยะ” นายพรพรหม กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้คุยกับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไรบ้าง?
นายพรพรหมกล่าวว่า อยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิ เพราะบางคนยังไม่รู้ว่าวันเลือกตั้งวันที่เท่าไหร่
“เชิญ 28 มิถุนายนนี้ เลือกเบอร์ที่ชอบ แล้วขอฝากเบอร์ 9 ไว้ด้วย ฝากดูใบนโยบาย วันนี้ก็เขียนมาเยอะ แล้วก็มีคิวอาร์โค้ด สำหรับเว็บไซต์เพื่อดูโครงการ 250+ โครงการ” นายพรหรหมทิ้งท้าย
หลังจากนั้น เวลา 12.40 ได้ขึ้นรถแห่ไปยังมัสยิดม่านาฟิอุ้ลอิสลาม เพื่อพูดคุยกับพี่น้องชาวมุสลิม ซึ่งพบกับ นางสาวปิยะวรรณ จระกา ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ส.ก.คนทำงาน เขตสวนหลวง ซึ่งได้มีการฝากเนื้อฝากตัว และเดินหาเสียงร่วมกับทีมชัชชาติ

ต่อมาเวลา 13.10 น. นายชัชชาติ และ นายวิศณุ ได้พูดคุยกับประชาชนรายหนึ่งที่สะท้อนปัญหาการข้ามถนนบริเวณสวนสาธารณะ กลางเกาะถนนหัวหมาก
โดยนายวิศณุ กล่าวว่า ท่านได้เข้ามาพูดคุยเรื่องสะพานลอยข้ามถนนที่เข้าไปใช้งานสวน
“ถนนหัวหมาก เป็นถนนที่มีหลายเลน และตรงเกาะกลางก็มีสวนอยู่ เราทำสวนใต้สะพานข้าม ทีนี้เวลาชุมชนจะข้ามถนน ข้ามยาก เพราะถนนกว้างมาก ก็อยากได้สะพานลอย สะพานลอยถ้ามีเกาะกลาง ลงไปใช้สวนได้ก็จะดี” นายวิศณุ กล่าว พร้อมรับเรื่อง

เวลา 13.18 น. คณะได้เดินพบปะประชาชนในชุมชน โดยสอบถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม พร้อมกล่าวติดตลกว่า “มีประธานชุมชนดี”
นอกจากนี้ นายชัชชาติยังได้พูดคุยกับผู้ดูแลบ้านรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน พร้อมกล่าวว่า การมีศูนย์ดูแลเด็กในชุมชนเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถออกไปทำงานได้อย่างสะดวก
ต่อมาเวลา 13.23 น. ระหว่างพบปะประชาชนรายหนึ่ง นายชัชชาติได้สอบถามจำนวนบุตร ก่อนได้รับคำตอบว่ามีลูก 9 คน จึงทำให้นายชัชชาติถามต่ออีกว่า มีหลานกี่คน จึงทำให้ได้คำตอบว่า มีหลาน 9 คน
“มีลูก 9 คน มีหลาน 9 คน” นายชัชชาติกล่าว ทิ้งท้าย ก่อนจะ เดินทางไปยังศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค
สำหรับ การลงพื้นที่สวนหลวงและประเวศวันนี้ นายชัชชาติ มองว่า หัวใจสำคัญคือ เรื่องการเดินทาง และน้ำท่วมขัง จึงต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนโดยตรง เพราะประชาชนจะสะท้อนเรื่องเส้นเลือดฝอยเป็นหลัก และเป็นเรื่องที่กระทบกับชีวิตประจำวัน ปัญหาเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องแก้ไข เพื่อทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้ นับว่าปรับปรุงดีขึ้นมาก โดยเฉพาะฝั่งรามคำแหง 24 และ 22 จากการทำบึงหนองบอน แม้จะยังมีจุดที่ต้องเฝ้าระวังบริเวณแยกอ่อนนุชตัดศรีนครินทร์ก็ตาม





