ดร.มัลลิกา เดินตลาดบางปะกอก ยัน แก้จริง แก้ไว รายได้เพิ่ม หลังชาวบ้านบ่น “เศรษฐกิจซบเซา”

6.06.26 | 11:04 น.

ดร.มัลลิกา เดินตลาดบางปะกอก ยัน แก้จริง แก้ไว รายได้เพิ่ม หลังชาวบ้านบ่น “เศรษฐกิจซบเซา”

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน เวลาประมาณ 8.00 น. ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ โดยมีพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน และกลุ่มผู้สนับสนุนเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และสะท้อนปัญหาที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไข

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ตลอดการลงพื้นที่พบว่าประชาชนฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะเขตราษฎร์บูรณะ บางปะกอก ทุ่งครุ และพื้นที่ใกล้เคียง กำลังเผชิญปัญหาหลายด้านพร้อมกัน ทั้งปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ การจราจร น้ำท่วม และมลพิษทางอากาศ

“ประชาชนไม่ได้ต้องการคำอธิบายอีกแล้ว แต่ต้องการผู้บริหารที่ลงมือแก้ปัญหาได้จริงและเห็นผลเร็ว หนึ่งในประเด็นที่ประชาชนร้องเรียนมากที่สุดคือปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ฝั่งธนบุรีตอนล่างมักเผชิญค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานหลายช่วงของปี สาเหตุสำคัญมาจากปริมาณรถยนต์จำนวนมาก การขนส่งสินค้า การก่อสร้าง และมลพิษจากพื้นที่อุตสาหกรรมใกล้เคียง” ดร.มัลลิกา กล่าว

Advertisement

ดร.มัลลิกา ระบุว่า กรุงเทพมหานครต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการ “รายงานค่าฝุ่น” เป็น “จัดการค่าฝุ่น” ด้วยเทคโนโลยีและการบริหารเชิงรุก

โดยมีข้อเสนอสำคัญ ได้แก่

  • AI PM2.5 Center ศูนย์วิเคราะห์และคาดการณ์ฝุ่นล่วงหน้าแบบเรียลไทม์
  • ติดตั้งระบบตรวจจับรถควันดำอัตโนมัติ
  • เพิ่มแนวต้นไม้กรองฝุ่นตลอดแนวถนนสายหลัก
  • สร้างห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และศูนย์ผู้สูงอายุ
  • เชื่อมโยงข้อมูลคุณภาพอากาศเข้ากับระบบแจ้งเตือนประชาชนทันที

นอกจากนี้ ชาวราษฎร์บูรณะยังสะท้อนปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการให้ผู้ว่าฯ คนใหม่เร่งดำเนินการ ได้แก่

1. ปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนสุขสวัสดิ์ ถนนราษฎร์บูรณะ และถนนประชาอุทิศ
2. น้ำท่วมขังซ้ำซากในหลายชุมชนเมื่อฝนตกหนัก
3. จุดเสี่ยงอาชญากรรมและพื้นที่มืดในช่วงกลางคืน
4. ฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศ
5. ปัญหาเศรษฐกิจ การค้าซบเซา และกำลังซื้อที่ลดลง
6. การขาดพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะคุณภาพ

ดร.มัลลิกา

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะผลักดันนโยบาย “Human Innovation” นำเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาของคนกรุงเทพอย่างเป็นรูปธรรม ทั้ง AI Traffic แก้รถติด, Smart Flood. การเตือนน้ำท่วมล่วงหน้า, เมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง และโครงการ SME จับคู่กู้เงิน เพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจระดับชุมชน

“กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายลดลง เดินทางสะดวก หายใจได้สะอาด และใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง”

ดร.มัลลิกา กล่าวทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองทันสมัยและแข่งขันกับมหานครระดับโลกได้ ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี ความกล้าตัดสินใจ และความเข้าใจปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

ดร.มัลลิกา