‘โอฬาร’วิพากษ์‘ปชน.’ เดินเกมพลาดชิงพัทยา
ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงสนามเลือกตั้งเมืองพัทยา มีผู้สมัครนายกเมืองพัทยาทั้งหมด 5 คนคือ นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร พรรคประชาชน เบอร์ 1 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ทีมเรารักพัทยา เบอร์ 2 นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ ทีมพัทยา 2030 เบอร์ 3 นายสุไอนี เจริญสุข อิสระ เบอร์ 4 และ ดร.อิทธิพล เนธิยคุปต์ อิสระ เบอร์ 5 และจะมีการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน ว่า การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้คงไม่ได้มองในเรื่องการแข่งขันระหว่างพรรคส้มกับบ้านใหญ่ เพราะพรรคส้มไปลดหลักการและมาร่วมกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น โดยมาดูในเรื่องคณิตศาสตร์ทางการเมืองเป็นหลัก หวังจะเอาชนะอดีตนายกนายปรเมศวร์มากกว่า เพราะพรรคส้มคิดว่าคะแนนของตัวพรรคประชาชนมี 8 พันกว่าคะแนน แล้วมารวมกับกลุ่มนาเกลือมีประมาณ 1.2 หมื่นคะแนน กลุ่ม ดร.เอิง น.ส.นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ มีประมาณ 3,000-4,000 คะแนน รวมกันแล้วน่าจะชนะนายปรเมศวร์
สังเกตวิธีการทำงานของพรรคส้มดูไปแล้วไม่สร้างให้ผู้สมัครนายกเมืองพัทยามีความโดดเด่น เมื่อมีการหาเสียงจะต้องใช้แกนนำของพรรคส้มจากกรุงเทพฯไปช่วยหาเสียงทุกวันทำให้คนเมืองพัทยามองว่าพวกเขาต้องการนายกเมืองพัทยาที่มีความรู้ความสามารถมาแสดงวิสัยทัศน์ได้อย่างกว้างขวาง เพื่อมาบริหารจัดการเมืองพัทยาให้ดีขึ้น
แต่ภาพลักษณ์ของผู้สมัครดูไปแล้วเหมือนพรรคส้มมาครอบไว้หมดแล้ว ทำให้มองว่ายุทธศาสตร์ของพรรคประชาชนหวังจะใช้กระแสของด้อมส้มกระแสของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่นาเกลือ ผนึกกำลังเพื่อสู้กับนายปรเมศวร์มากกว่า
ส่วนภาพลักษณ์ของนายปรเมศวร์ทุกคนมองว่าคงไม่พ้นเกี่ยวกับสังกัดบ้านใหญ่ อย่างไรก็ตาม ต้องโชว์ผลงานในช่วง 4 ปี ที่เข้าไปบริหารเมืองพัทยา ทำอะไรให้คนพัทยาบ้าง การหาเสียงมีการโชว์นโยบายมากมาย และวิสัยทัศน์ในการที่จะแก้ไขปัญหาเมืองพัทยา รวมทั้งพยายามสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานไม่ได้พึ่งบ้านใหญ่ มีการแสดงให้เห็นว่ามีวิชั่น คอนเน็กชั่น และแพชชั่น เพื่อทำงานในฐานะนายกเมืองพัทยาสมัยต่อไป
ส่วนกระแสที่จะให้คนเมืองพัทยามีความตื่นตัวเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ อยากให้สื่อมวลชนเข้าไปจัดการให้ผู้ลงสมัครโชว์วิสัยทัศน์ เพราะเมืองพัทยามีความซับซ้อนและท้าทายมาก ผู้บริหารเมืองพัทยาควรจะมีการแสดงวิชั่น เมื่อเข้าไปบริหารเมืองพัทยาจะทำอะไรบ้าง แต่เมื่อพรรคส้มเองประกาศว่าจะทำงานการเมืองใหม่ แต่เมื่อคัดเลือกตัวผู้สมัครดูไปแล้วเหมือนหุ่นเชิด จึงอยากให้มีการเปิดเวทีสร้างความเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้โชว์วิชั่นกันให้หลากหลาย
ส่วนประชาธิปไตยพลเมืองนั้น ในเรื่องนี้นายปรเมศวร์ก็ให้ความสำคัญและยังกำหนดไว้ในนโยบาย ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ให้ความสำคัญกับประชาชนในการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของเมืองพัทยา ความจริงพรรคส้มน่าจะคิดได้มากกว่า เพราะเรียกร้องในเรื่องประชาธิปไตยมาตลอด แต่ไม่สนใจ

