แม้เกิดกระแสข่าวมากมาย สุดท้ายโพลยังนำโด่ง
สำหรับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 กลางมรสุม “ระบอบอากง”
ทว่า ไม่สามารถฉุดรั้งคะแนนนิยม หากดูผลจาก “นิด้าโพล” ล่าสุด ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายนที่ผ่านมา หัวข้อ “โค้งแรก สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 69” ปรากฏว่า เบอร์ 9 พุ่งไปถึงร้อยละ67.30
7 มิถุนายน วันเดียวกับการเผยแพร่ผลโพล ชัชชาติขึ้นรถแห่ฝ่าฝนพรำ นำทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” เดินตลาดปัฐวิกรณ์ ย่านบึงกุ่ม โดยเอ่ยว่า ผลโพลไม่ได้สะท้อนเรื่องการหาเสียง แต่สะท้อนผลงานที่ทำ เชื่อว่า เพราะประชาชนรู้สึกได้ถึง “ชีวิตที่ดีขึ้น” ใน 4 ปีที่ผ่านมา
“การเดินหาเสียงผมว่าไม่มีผลเท่าไหร่เลย นอกจากการลงมือทำและเห็นผลจริง ผลที่ออกมาเป็นคะแนนที่ดี แต่ผมก็ประมาทไม่ได้เพราะว่าเกมการเมืองทุกอย่างมันเปลี่ยนไปได้” ชัชชาติกล่าวในวันนั้น ย้ำชัดว่าไม่ประมาท “เกมการเมือง”
นอกจากนี้ ยังย้ำด้วยว่า หลายคนไม่รู้ว่าเลือกตั้ง กทม. อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ฝากสื่อมวลชนช่วยกระตุ้นเตือนว่า ไม่มีเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีเลือกตั้งนอกเขต ไม่มีเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
“ใครจะไปเที่ยวต่างประเทศอย่าเพิ่งไป อยู่ก่อน อยู่กรุงเทพฯ มาสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยกันถ้าเราไม่ลงคะแนน เราก็ไม่มีตัวตนในระบอบประชาธิปไตย” ผู้สมัครเบอร์ 9 ย้ำแล้วย้ำอีก
ประโยคสุดท้ายของชัชชาติ ชวนให้เชื่อมโยงถึงวาทะของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักรัฐศาสตร์ชื่อดัง อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ต่อสู้ผลักดันประเด็น “กระจายอำนาจ” มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
โดยเมื่อพรรคประชาชนเปิดตัว ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ซึ่งต่อมาจับลูกบอลได้เบอร์ 10 ชิงผู้ว่าฯกทม. นักวิชาการท่านนี้เผยว่า ดีใจกับชัชชาติที่จะมีคู่แข่งเก่งๆ
“ประชาธิปไตย ผู้ว่าฯก็จะดีอย่างนี้ เอาคนเก่งๆ หลากหลายด้านมาแข่งกัน โชว์วิสัยทัศน์ โชว์บุคลิก โชว์ภูมิหลัง โชว์ฝีมือ และโชว์นโยบาย ให้คนใน กทม.ได้ตัดสินใจ เลือกแล้วก็จะเริ่มตรวจสอบว่าจะทำอย่างที่พูดไหม” ศ.ดร.ธเนศวร์ระบุในครั้งนั้น โดยตั้งคำถามด้วยว่า เมื่อไหร่จังหวัดอื่นๆ จะได้เลือกตั้งผู้ว่าฯบ้าง อยากให้ช่วยกันเปล่งเสียงดังๆ ว่าต้องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ หรือจังหวัดไหนพร้อมก่อน ก็เดินหน้าเลย
“เมื่อไหร่หนอ คนโคราช อุดร ขอนแก่น อุบล มหาสารคาม บุรีรัมย์ ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ พิษณุโลก เชียงราย ลำปาง ฯลฯ จะได้เลือกตั้งผู้ว่าฯ เหมือนคนเมืองหลวงบ้าง ต้องเปล่งเสียงดังๆ แสดงพลังประชาที่ปรารถนาให้โลกรับรู้ ให้ดังไปทั่วโลกว่าเราประชาชนต้องการผู้ว่าฯเลือกตั้ง หรือจังหวัดไหนพร้อมก่อน ก็เดินหน้าเลย” ศ.ดร.ธเนศวร์ปลุกใจ
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยผล “อาจารย์ธำรงศักดิ์โพล” เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ว่า *ประชาชน ร้อยละ 62.18 มองว่า ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว*
โพลดังกล่าว เก็บข้อมูลแบบสอบถามจากคนทั้งประเทศ จำนวน 3,634 คน ใน 47 จังหวัด ระหว่างวันที่ 5-24 เมษายนที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อนผู้ว่าฯกทม. คนที่ 17 ลาออก โดยนักศึกษาปริญญาตรี-โท-เอก คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต 150 คน เก็บแบบสอบถามใน 47 จังหวัด
ต่อคำถามที่ว่า “ท่านคิดว่าควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ได้แล้วหรือยัง”
ผลการวิจัยพบว่า (มี 3,620 คนตอบคำถามข้อนี้)
ควรมี ร้อยละ 62.18 (2,251 คน)
ไม่ควรมี ร้อยละ 14.75 (534 คน)
ไม่แสดงความเห็น ร้อยละ 23.07 (835 คน)
เมื่อพิจารณารายภาค ได้คำตอบว่า ควรมีเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว กรุงเทพฯ ร้อยละ 58.7 ภาคกลาง ร้อยละ 59.5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 67.3 ภาคเหนือ ร้อยละ 76.6 ภาคใต้ ร้อยละ 63.2
ไม่ควรมี กรุงเทพฯ ร้อยละ 11.7 ภาคกลาง ร้อยละ14.7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 17.3 ภาคเหนือ ร้อยละ 11.3 ภาคใต้ ร้อยละ 17.5
ไม่แสดงความเห็น กรุงเทพฯ ร้อยละ 29.6 ภาคกลางร้อยละ 25.9 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 15.5 ภาคเหนือ ร้อยละ 12.2 ภาคใต้ ร้อยละ 19.3
รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ยังเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่ว่า ผู้ที่เห็นด้วยให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้คำอธิบายหลากหลาย อาทิ ปัจจุบันควรถึงยุคจังหวัดต้องปกครองตนเอง, ผู้ว่าฯเลือกตั้งคือสายเลือดของท้องถิ่น, ผู้ว่าฯเลือกตั้งคือผู้ที่รู้ปัญหาจังหวัดที่แท้จริง,ผู้ว่าฯเลือกตั้งคือผู้ที่มีจิตวิญญาณเพื่อประชาชนในจังหวัด, ผู้ว่าฯเลือกตั้งคือผู้มุ่งมั่นและมีความฝันที่จะพัฒนาจังหวัดให้เจริญ, ผู้ว่าฯเลือกตั้งคือคนที่ประชาชนตรวจสอบได้ทุกที่ทุกเวลา, ผู้ว่าฯแต่งตั้งคือตัวแทนการรวมศูนย์อำนาจของรัฐเผด็จการ, ผู้ว่าฯแต่งตั้งเป็นคนรอคอยเกษียณอายุราชการ, ผู้ว่าฯแต่งตั้งเป็นผู้ร่ำรวยมั่งคั่งมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับ, ผู้ว่าฯแต่งตั้งวิ่งเข้าหาแต่นายที่มหาดไทย, ที่จังหวัดยังไม่เจริญยังไม่พัฒนาไปถึงไหนเพราะมีผู้ว่าฯแต่งตั้งตลอดมา
ขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยต่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้คำอธิบายว่า ผู้ว่าฯแต่งตั้งจะช่วยทำให้ทุกจังหวัดได้รับการดูแลเอาใจใส่จากรัฐบาลอย่างเท่าเทียมกัน, ทุกจังหวัดเจริญมาถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะผู้ว่าฯแต่งตั้ง, ผู้ว่าฯเลือกตั้งจะทำให้คนในจังหวัดนั้นตกอยู่ภายใต้ตระกูลเจ้าพ่อมาเฟีย, การเลือกตั้งผู้ว่าฯจังหวัดจะทำให้คนในจังหวัดแตกแยกไม่สามัคคี, ผู้ว่าฯเลือกตั้งจะมุ่งกอบโกยผลประโยชน์จากการลงทุนเลือกตั้ง, ผู้ว่าฯเลือกตั้งจะไร้วิสัยทัศน์ในการพัฒนาจังหวัดไปสู่ความทันสมัย, ผู้ว่าฯเลือกตั้งจะชอบคิดโครงการเพื่อใช้เงินอย่างไม่คุ้มค่า เป็นต้น
นับเป็นอีกประเด็นน่าสนใจในบรรยากาศเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ชวนให้มองข้ามช็อตสู่อนาคตประชาธิปไตยไทยในอีกวาระ



