แสวง ย้ำการเลือกตั้งเป็นของประชาชน กกต. เป็นเพียงเจ้าภาพการลงคะแนน พร้อมยกระบบเลือกตั้งไทยดีที่สุด ออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมสังเกตการณ์ ย้ำต้องช่วยกันทักท้วง กปน.-ป้องกันการซื้อเสียง
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวเปิดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ในหัวข้อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ซึ่งเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ว่ารูปแบบใดก็ถือว่า เป็นรากฐานสำคัญของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง และมีกำหนดวันเลือกตั้งทั้ง 2 รูปแบบในวันที่ 28 มิ.ย. 2569
นายแสวง กล่าวว่า ไม่ว่าการเลือกตั้งใดทั้งประชาชนและ กกต. ต่างต้องการผลการเลือกตั้งที่ดีและเป็นที่ยอมรับ คือมีความสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม ซึ่งเป็นคำที่ถอดมาจากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ผลการเลือกตั้งที่ดีถ้าอยู่เฉยๆ หรือทำแบบเดิมก็คงไม่เกิดขึ้น ต้องมีองค์ประกอบ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ส่วนที่อยู่นอกหน่วย คือผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่จะดูแลถ้วนถี่ได้ยาก เพราะมีพื้นที่กว้าง ให้ประชาชนมีข้อมูลและไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยอิสระ ไม่อยู่ภายใต้อำนาจหรืออามิสสินจ้างใดๆ
“ท่านไปโทษใครไม่ได้หรอก หากอยากได้การเลือกตั้งสุจริต เราต้องช่วยกันทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต. พยายามป้องปรามการทุจริตทุกครั้ง แต่ก็มีเกิดขึ้นทุกครั้ง หาก กกต. ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก็ยากจะเห็นการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม”

ส่วนที่ 2 คือ ความสุจริตเที่ยงธรรมที่อยู่ภายในหน่วยเลือกตั้ง แบ่งได้เป็น คน กับ ระบบ สำหรับระบบการเลือกตั้งของประเทศไทย นายแสวงยืนยันว่า ดีที่สุด ระบบที่ดีต้องมีความโปร่งใส เราออกแบบให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือสื่อมวลชนรู้เห็นตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน แต่สิ่งเหล่านี้จะไม่สำเร็จได้เลยหากขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน เราออกแบบการเลือกตั้งให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นหลักการทั่วไป
เฉพาะวันเลือกตั้ง ภายในหน่วยมีกรรมการประจำหน่วย(กปน.) 9 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) 2 คน ก็เป็นอาสาสมัครมาทำงาน กกต. มีหน้าที่อบรมสร้างความรู้ให้มีขั้นต่ำพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ และมอบสื่อให้ กปน. แต่ละคนทำงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งก็ปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆ ว่า กปน. ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ เช่น ในการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เพราะในแต่ละครั้ง กปน. ก็เปลี่ยนหน้ากันเข้ามา แต่สิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งเกิดความโปร่งใสสุจริต คือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเอง ไม่ใช่ กปน. ความคลางแคลงสงสัยในการเลือกตั้งจะหายไป หากประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังหายไปในทุกการเลือกตั้ง ประชาชนควรต้องสังเกตดูว่า กปน. ทำผิดพลาดหรือไม่ และสามารถทักท้วงหรือร้องในขณะนั้นได้เลย ซึ่งเป็นเพราะระบบที่ออกแบบมาให้ประชาชนสามารถมองเห็นได้ เพราะข้าราชการ พนักงานของ กกต. ทั่วประเทศมีอยู่ 2,500 คน ส่วนภูมิภาคไม่ถึง 1,000 หน่วยเลือกตั้ง 600,000 หน่วย กกต. เองไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุม
“กปน. เขาคงตั้งใจในการทำหน้าที่ แต่อาจมีความเคยชินหรือหลงลืมทำให้ทำผิดไปในบางหน่วย แต่เมื่อมีคนท้วงก็ต้องระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะในหน่วยหรือนอกหน่วย การเลือกตั้งเป็นของประชาชน ทั้งผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กปน. ก็คือประชาชน ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรก็เป็นของประชาชน กกต. มีหน้าที่ตรวจสอบและป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง แต่ด้วยคุณค่าของตัวระบบจริงๆ คือประชาชนต้องช่วยกันดูแลไม่ให้มีการซื้อเสียง และสังเกตการณ์ทำหน้าที่ของ กปน. ตั้งแต่ 08.00 น. จนเลือกตั้งเสร็จ” นายแสวง กล่าว

นายแสวง ย้ำว่าการเลือกตั้งจริงๆ ไม่ใช่ของ กกต. แต่ กกต. คือเจ้าภาพในการให้ประชาชนมาพบกันและลงคะแนน คะแนนออกมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ประชาชนต้องช่วยกันดูแลผลของการเลือกตั้ง คนรวมคะแนนไม่ใช่ กกต. แต่คือประชาชนซึ่งคือกรรมการประจำเขต กกต. ไม่ได้ไปรวมคะแนนเอง ก็ทราบคะแนนพร้อมกับสื่อ จึงต้องการให้ประชาชนได้ดูแลร่วมกัน สิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสคือหน้าที่ของคนไทยทุกคน กกต. เป็นเจ้าภาพอย่างไรก็ถูกตำหนิอยู่แล้ว แต่การตำหนิให้เห็นว่าปัญหาอยู่ตรง คือคนไทยทุกคนต้องดูแลการเลือกตั้งร่วมกัน กกต. รับผิดชอบแน่นอน แต่อยากให้ดูแลร่วมกันทั้งนอกและในหน่วยเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หรือนายกเมืองพัทยา แม้จะไม่ได้มีความผิดพลาดเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าการเลือกตั้งจะมีความโปร่งใสหรือชอบธรรม หรือข้อกล่าวหาว่ามีการโยกย้ายแต่งตั้งกรรมการประจำเขตเพื่อเอื้อใครหรือไม่ ก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

