แม่ค้าเฮ! ชัชชาติ ประกาศเพิ่มจุดผ่อนผัน ดัน ‘ระบบออนไลน์’ เช็กล็อกขายของ – หยุดวงจรจ่ายส่วยเทศกิจ

9.06.26 | 16:40 น.

แม่ค้าเฮ! ชัชชาติ ประกาศเพิ่มจุดผ่อนผัน ดัน ‘ระบบออนไลน์’ เช็กล็อกขายของ – หยุดวงจรจ่ายส่วยเทศกิจ  

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ตึก Glowfish Sathon อาคารสาธรธานี 2 เขตบางรัก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีม ’กรุงเทพฯ ทำงาน’ อาทิ นางสาวทวิดา กมลเวชช, นายจักกพันธุ์ ผิวงาม และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ ให้สัมภาษณ์ถึง แนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก (Street Economy) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ

นายชัชชาติกล่าวว่า ในเมือง เศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ เศรษฐกิจก็จะมีสองส่วน เศรษฐกิจที่เป็นเมืองใหญ่ ซึ่งในกรุงเทพฯ มีประมาณ 1,400 บริษัท และจ้างงานเพิ่มมากกว่า 200 คน คราวที่แล้วจ้างงานประมาณ 3 ล้านคน แต่จะมีบริษัทที่เป็น SME คือ ไมโคร SME มีประมาณ 500,000 กว่าราย ซึ่งจ้างงานประมาณ 3 ล้านกว่าคน

นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนที่สอง คือระบบที่ช่วยเกื้อหนุนเมืองให้เจริญเติบโตต่อไป เพราะฉะนั้น หน้าที่ของ กทม.ไม่ใช่แค่ดูแลบริษัทใหญ่ แต่ต้องดึงเข้ามา เพื่อให้เกิดการจ้างงานขึ้น SME กว่า 500,000 รายที่เขาจ้างงาน 3 ล้านคนสำคัญไม่แพ้กัน เราพยายามให้เขามีโอกาส และความเข้มแข็งมากขึ้น

Advertisement

“ผมว่าเรื่องการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ตอนแรกเข้ามามีหาบเร่แผงลอย ประมาณ 20,000 กว่าราย แต่มีจุดผ่อนผันประมาณ 60 จุด และมีจุดที่ผิดกฎหมาย 700 กว่าจุด จุดที่ผิดกฎหมายคือจุดที่ทำให้เกิดการมีส่วย ต้องไปรีดเงินเพราะอยู่นอกจุด มันทำให้มีช่องว่าง เพราะฉะนั้นเราต้องจัดระเบียบให้ดีขึ้น ก็มีการออกระเบียบใหม่ต่างๆ ผู้ค้าเข้าถึงจุดผ่อนผัน และมีการหาที่ให้ผู้ค้าไปขาย” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ตอนนี้เรามีผู้ค้าประมาณ 10,000 กว่าราย ส่วนที่เหลือก็อยู่ตามจุดต่างๆ ที่เอกชนดำเนินการ เช่น ศูนย์อิ่มท้องที่เราทำเพิ่มขึ้น ในภาพรวมตนมองว่าสถานการณ์มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ปัญหาที่ค้างมานาน อย่างตรงโบ๊เบ๊, ตลาดลาว, สีลม สถานการณ์ก็ดีขึ้น

“พ่อค้าแม่ค้า ส่วนใหญ่ก็รู้สึกดีกับเรา ตอนนั่งรถแห่มา แม่ค้าก็ไม่ได้ตะโกนด่า แม่ค้าก็โบกมือให้ เพราะว่าเราทำให้เขามีที่ทำมาหากินที่ถูก และคนก็เดินได้ หัวใจคือต้องไม่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น เราก็ต้องดูแลทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ “ นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ตนว่านโยบายในอนาคตคืออยากให้มี ‘ศูนย์อิ่มท้อง’ กระจายไปทั่ว 50 เขต จะทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีระบบออนไลน์ที่เช็คตัวเองเวลามาขายของ ว่าขายได้เท่าไหร่ เป็นหลักฐานวันนี้ กับอีกส่วนคือ สิทธิในการขายตรงจุดผ่อนผัน ไปกู้ธนาคารได้ และมีเงินที่มาหมุนเวียนได้

“ผมว่าเศรษฐกิจเมือง ต้องดูแลทั้งเศรษฐกิจระดับรากหญ้า และเศรษฐกิจระดับบริษัท เพราะสองอันนี้มันเกื้อหนุนกัน ถ้าเราทำให้บริษัทใหญ่ขึ้นได้ รากหญ้าก็จะดีขึ้นด้วย เพราะมีคนทำงานในบริษัทเยอะขึ้น ก็จะมีคนมาจับจ่ายใช้สอย ในระดับข้างถนนที่เยอะขึ้น ต้องดูแลทั้งสองอัน” นายชัชชาติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในกรณีทางเท้าที่มีการจับเรื่องส่วยเทศกิจ พ่อค้าแม่ค้าบอกว่า จ่ายแล้ว 500 จ่ายแล้ว 1,000 เขาเลยขายตรงนี้ได้ ?

นายชัชชาติเผยว่า ตามหลักแล้วเทศกิจ ถ้าหากเป็นจุดผ่อนผันเสีย 500 บาทต่อปี ต่อไปจะมีค่าเก็บขยะหน่อย แต่ถ้าเป็นนอกจุดที่เรายังไม่ได้จัด ก็ต้องมีค่าปรับ

ด้าน นายจักกพันธุ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กล่าวเสริมว่า ในกรณีผู้ค้า ถ้าหากสำนักงานเขตไปเจอ ก็จะดำเนินการปรับ ครั้งหนึ่งประมาณ 300-500 บาท หลังจากปรับแล้ว ผู้ค้า ยังไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้

“ความจริงเรื่องนี้ทาง ป.ป.ท. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ) เคยลงพื้นที่แล้วสั่งการมาว่า ในกรณีกรุงเทพมหานครไปเจอผู้ค้าที่อยู่นอกจุด และมีการปรับแล้ว ก็ยังต้องหาทางทำให้ผู้ค้าเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณดังกล่าว” นายจักกพันธุ์ กล่าว

นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า ในขณะนี้กรุงเทพมหานคร กำลังดำเนินการช่วยในส่วนดังกล่าว เรามีการจัดระเบียบผู้ค้า หมายความว่า ถ้าเกิดกรณีผู้ค้านอกจุด ต้องมีการจัดระเบียบให้ถูกต้อง ต่อไปในอนาคต ถ้าเกิดกรณีเข้าไปอยู่ในจุดที่สามารถขออนุญาตได้ การค้าขายของเขาก็จะถูกต้อง

“ก่อนท่านผู้ว่าฯ จะหมดวาระ ในสัปดาห์สุดท้าย เรามีการประชุมเรื่องนี้ ผมจำได้ว่าในวันนั้น ในส่วนของเขตบางรัก ก็มีการนำบางจุดเข้าไปเสนอกับคณะกรรมการจัดระเบียบ เพื่ออนุมัติ ซึ่งอนุมัติไปแล้วบางจุด” นายจักกพันธุ์เผย

นายชัชชาติกล่าวเสริมว่า ต้องพยายามพัฒนาจุดที่ผิดกฎหมายให้เป็นจุดผ่อนผัน หรือไม่ก็ต้องยกเลิกไปเลย

“เราก็มีการพัฒนาจุดผ่อนผันให้มีเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าจุดผ่อนผันต้องไม่ไปละเมิดสิทธิ คนเดินเท้า และอยู่ด้วยกันได้ มีการจัดดูระเบียบ มีบ่อดักไขมัน การลงทะเบียนอะไรต่างๆ มันก็เป็นช่วงที่เปลี่ยนผ่าน ก็จะเห็นหาบเร่ต่างๆ ที่อยู่นอกกลุ่มน้อยลง แต่มีจุดที่ถูกต้อง และหาที่ให้เขาอยู่ตามความเหมาะสม” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย