ทีมกรุงเทพฯทำงาน ดัน สีลม ‘ฮับเฟสติวัลโลก’ ควบจัดระเบียบทางเท้า – เพิ่มจุดเติมน้ำสงกรานต์

9.06.26 | 18:19 น.

‘ทีมกรุงเทพฯ ทำงาน’ ดัน สีลม ‘ศูนย์กลางเฟสติวัลโลก’ เพิ่มจุดเติมน้ำสงกรานต์ – ควบจัดระเบียบทางเท้า-หาบเร่แผงลอย 

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ตึก Glowfish Sathon ตึก 2 ชั้น 2 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีม ’กรุงเทพฯ ทำงาน’ อาทิ นางสาวทวิดา กมลเวชช, นายจักกพันธุ์ ผิวงาม และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนถึง แนวคิดผลักดันพื้นที่สีลมให้เป็นศูนย์กลางการจัดเทศกาลระดับโลก ทั้งเทศกาลสงกรานต์และการเฉลิมฉลอง Pride Month

นายศานนท์กล่าวว่า เฟสติวัลระดับโลก คราวที่แล้วมี 12 เทศกาล คราวนี้จะเน้น 4 เทศกาล ได้แก่ Water festival (สงกรานต์) Winter festival (ลอยกระทง) World pride ช่วงเดือนมิถุนายน สุดท้าย Countdown ปีใหม่

“เป็น 4 เทศกาลที่เชื่อว่า กรุงเทพฯ จะไม่แพ้ที่ไหนในโลก ล่าสุดสงกรานต์ที่สีลม ยอดคนเพิ่งจะทะลุสถิติ จากปีที่มีประชากรมาประมาณ 650,000 คน เยอะที่สุดเท่าที่เคยทำมา และคิดว่าการจะมีคนเป็นแสนๆ คนในถนนสีลม จำเป็นจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับประชากรได้ดีมากขึ้น และเหมาะสมมากขึ้น” นายศานนท์ กล่าว

Advertisement

นายศานนท์กล่าวต่อว่า ในอนาคตเราจะทำลูปเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น อาจจะไปเชื่อมกับเขตคลองเตย หรือเขตปทุมวัน เพื่อให้การเดินมันต่อเนื่อง (flow) ขึ้น และเชื่อมโยงเศรษฐกิจได้กว้างขึ้น ไม่ใช่เฉพาะถนนสีลมอย่างเดียว เป็นแผนในการพัฒนาเศรษฐกิจในภายหน้า

นายชัชชาติกล่าวต่อ ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานเราต้องเตรียมในเรื่องของความปลอดภัย กล้องวงจรปิด CCTV ซึ่งเป็นนโยบายใหม่

“เรามีแผนที่จะติดตั้ง CCTV ให้ครบ 100,000 ตัว ส่วนหนึ่งก็จะมาลงในคอริดอร์ที่อยู่แถวการจัดงานต่างๆ อาจจะมีจับทางข้าม ลดจุดตัดถนน ในส่วนของ Silom Edge ก็จะมีจุดที่เติมน้ำสงกรานต์ จุดทิ้งขยะ ที่จะทำให้มันสะดวกขึ้น นี่ก็เป็นแนวที่จะทำในการจัด Festival ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งในระดับบริษัท ในระดับใหญ่ ในระดับข้างถนน แล้วก็เป็นเสน่ห์ที่สำคัญของกรุงเทพมหานครด้วย” นายชัชชาติ กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในนโยบายฟุตปาธ ทางเท้าค้าขาย คนกรุงเทพฯ บางส่วน อาจรู้สึกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจารย์ชัชชาติมีตรงนี้เป็นจุดอ่อนที่ทำให้บางส่วนไม่อยากได้ท่านมาเป็นผู้ว่าฯ หากได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ จะจัดระเบียบและจะทำนโยบายนี้ให้ไม่มีปัญหาอย่างไร

นายชัชชาติตั้งคำถามต่อว่า ‘คนที่ไม่ชอบ คือ คนที่ไม่ให้ขายใช่ไหม?’ คิดว่าปกติ แต่ว่าต้องเอาส่วนรวมเป็นหลัก

“ผมว่าบ้านเมืองมันก็ต้องมีระเบียบ แล้วก็ต้องเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน แต่เราก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำ บอกได้เลยว่า ท่านรองจักกพันธุ์ เป็นคนที่ลุยตลอด

สมมติว่าเราจะโฟกัสว่า จะทำตรงไหน เราจะจัดระเบียบ เราก็ต้องให้เวลาเขา ไม่ใช่เราลงพื้นที่แล้วไปไล่เขาให้ออกเลย เราก็ไปบอกเขาว่า ให้เวลา 6 เดือน ไปหาที่ว่าตรงไหนมีตลาด ตรงไหนมีที่ บางคนเขาก็อาจจะกลับไปที่ถิ่นฐานเลยก็มี แต่สุดท้ายแล้วเมืองมันดีขึ้น แล้วทุกคนก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เราไม่ได้กังวลคะแนนเสียงเราต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้เมืองดีขึ้น เชื่อว่าใครหลายๆ คนก็อยากเห็นเมืองเป็นระเบียบน่าจะมีมากด้วยซ้ำ ในการที่ฟุตปาธ ทางเท้ามีระเบียบ

“กรุงเทพฯ ปัจจุบันนี้ดีขึ้นเยอะ เห็นคนเดินบนถนน เห็นนักท่องเที่ยว เห็นคนไทย เห็นเด็กเดินไปโรงเรียนก็เยอะขึ้น
หาบเร่แผงลอยเคารพสิทธิคนมากขึ้น เหมือนแขม่วพุงอยู่บนฟุตปาธ ทางเท้า ไม่ได้ไปเลอะเทอะมาก ต้องมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เชื่อว่าการค้าขายบนถนนคงเป็นอาชีพชั่วคราว ในอนาคตก็คงมีชีวิตที่มั่นคงขึ้น ไปหาพื้นที่ที่เป็นตลาดเอกชน ตลาดกทม. ที่มีความมั่นคง สามารถวางแผนการลงทุนในชีวิตได้” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ในปัจจุบันจำนวนหาบเร่แผงลอยน่าจะเหลือประมาณ 10,000 กว่าราย ในอนาคตก็คงต้องลดลง แต่ไม่น่าเยอะ คงมีบางจุดที่ต้องเข้มข้นขึ้น และก็จะมีจุดผ่อนผันที่ถูกระเบียบมากขึ้น

“ขอบคุณท่านรองจักกพันธุ์มาก ในปีแรกๆ ที่มายกหม้อน้ำเต้าหู้ออกเอง เราเป็นห่วงพ่อค้าแม่ค้า แต่เราก็ต้องใช้เวลา ให้เวลาพวกเขานิดนึง แล้วก็หาที่ว่าตรงไหนไปไหนได้ ตรงไหนแทรกได้” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องลุยต่อ ต้องสะอาด ต้องสวยงามมากขึ้น ต้องมีฟุตปาธที่ดี คนเดินได้ มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น