มัลลิกา วิเคราะห์โหวตเตอร์ คนเมืองต้องการผู้นำแบบไหน? เผยอุดมคติ สร้างเมืองในฝัน – ลั่น ‘ถ้าสิ่งเก่าๆ ไม่เปลี่ยนแปลง’ ท้าเลือกเบอร์ 14 เชื่อ แข็งแกร่งที่แท้ ‘จัดการทุจริต’ ได้อยู่หมัด
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน เวลา 09.40 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 14 ในนามอิสระ เผยแพร่ภาพสดหาเสียงผ่านทางแฟนเพจ โดยกล่าวทักทายประชาชนที่เข้ามาร่วม
ในตอนหนึ่ง นางมัลลิกา ได้วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยมองว่าถ้าตนเป็นพลเมืองใน กทม.จะประเมินเลือก ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จาก 3 ปัจจัย ก่อนตัดสินใจลงคะแนนเสียง
“ถ้าฉันเป็น 1 ใน 4.6 ล้านคนที่มีสิทธิลงคะแนน ก็จะตัดสินใจเลือก โดยอันที่หนึ่ง ‘นโยบายจะทำได้จริงหรือเปล่า’ เขามีฮาวทูอะไรมารองรับบ้าง 3-4 นาทีก็ฟัง ฟังเสร็จปุ๊บ อันที่สอง ประสบการณ์เขาทำจริงหรือไม่ ‘อุ้ย ประสบการณ์เขาทำจริงได้ตั้งหลายเรื่อง’
อันที่ 3 เราต้องการผู้นำ เราไม่ได้ต้องการผู้ที่จะมาตามเรา เราต้องการผู้นำที่ฟังเรา ‘อ๋อ คนนี้เขาก็ฟังนี่หว่า’ ดูจาก 1 2 3 แล้วเราก็เลือก” นางมัลลิกากล่าว และว่า
แต่ไม่ใช่ไปนั่งเถียงกับเพื่อน ต้องการจะเอาชนะเพื่อนก็เลยเลือกเบอร์ 9 แต่ถามว่า เลือกเขาเพราะอะไร ถึงแม้เขาจะทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เหลือปัญหาอีกมากกว่าครึ่งที่กรุงเทพฯ ต้องจัดการ

“แต่ไม่ว่าอย่างไรก็จะเลือก อันนี้ก็แล้วแต่เจ๊เลย รู้แหละว่าเจ๊ชอบผู้ชาย อคติตรงที่ว่าเราเป็นผู้หญิง บอกว่าสนับสนุนเพศทางเลือก ผู้หญิงต้องเป็นใหญ่ แต่พอไปลงสมัคร บอก ‘ชอบผู้ชาย ผู้หญิงจะไปทำอะไรได้?’ รู้แหละว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชอบผู้หญิงด้วยกันหรอก เวลาใครดูจะนำๆ กว่า เหมือนป้าข้างบ้านที่ออกอาการ มันก็ไม่ถูก
พวกเธอก็ชอบเป็นอย่างนี้ไง ใช่ไหมล่ะ ไม่กาผู้หญิงเพราะอย่างนี้ไง คุณหญิงสุดารัตน์ คุณปวีณาเคยลงก็แพ้ รอบนี้มัลลิกา เราจะมาอิจฉาตาร้อนกับผู้หญิงกันเองได้อย่างไร ลองนึกดู ให้ต่อยมวยยังชนะเลย” นางมัลลิกากล่าว

ก่อนท้าให้ไปเลือกผู้สมัครจาก 18 คน มาต่อยมวยกับ ดร.มัลลิกา ถ้าหากต้องการความแข็งแกร่ง พร้อมยืนยันว่า ความแข็งแกร่งนั้นไม่ได้แยกหญิง-ชาย แกร่งที่ว่านั้นคือ ‘แกร่งในจิตใจ’ คนไม่แข็งแกร่งที่ไหนจะมาสมัครผู้ว่าฯ เพราะการหาเสียง เสียทั้งงบประมาณ ต้องบริหารจัดการทั้งคนและทรัพยากร หากเข้าไปจะบริหารคนในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร ถ้าไม่มั่นใจว่าตนเองแข็งแกร่ง
“การแข็งแกร่ง จะต้องสามารถจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ด้วย แต่ถ้าเราแข็ง เราแกร่ง แต่ปรากฏปล่อยให้ลูกน้องทุจริตคอร์รัปชั่น จนเขาเรียก ‘อากง’ กันทั้งบาง ทั้ง กทม.ต่อต้านกัน มันจะแข็งแกร่งยังไงไหว ทำไมลูกน้องมีเรื่องส่อนั่นส่อนี่ อยู่ที่ ป.ป.ช.เต็มไปหมด ฉันพูดตรงไปตรงมา” ดร.มัลลิกาเผย
ก่อนกล่าวต่อว่า คนสตรองทางจิตใจ สตรองทางอุดมคติ ทางความคิด จะมีตะหงิดๆ เล็กน้อย แต่มักถูกมองว่าก้าวร้าว แต่ถ้าเกิดไม่แข็งแกร่งในเรื่องท่าที ตนคิดว่าจะเอา ‘มาเฟียบ่อขยะ’ อยู่หรือไม่ ซึ่งมาเฟียบ่อขยะที่ว่านี้อยู่ที่ จ.นครปฐม
“ถ้าเราอ่อนปวกเปียก ลู่ไปกับลมแบบไผ่ ถามแบบคมๆ เลยนะ ‘จะจัดการปัญหากรุงเทพฯ ได้อย่างไร?’ คนอื่นจะคิดยังไงไม่รู้ แต่แพชชั่น อุดมคติ ของฉันคือ ฉันแค่ต้องการเอาอุดมการณ์ไปปฏิบัติให้เร็วที่สุด มันคือแพชชั่น ความฝันว่าเราจะสร้างเมืองแบบนี้ ถ้าเกิดฉันฝันแล้วไปบอกให้ชัชชาติทำ แล้วจะทำตามความฝันฉันไหมล่ะ ฉันฝันจะให้บ้านเมืองสะอาด แก้ไขปัญหา ฝันว่าจะต้องปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น”

นางมัลลิกากล่าวต่อว่า ถ้าเอาความฝันนี้ไปวางไว้ในมือที่ฉันไว้ใจไม่ได้ แล้วคุณคิดว่าเขาจะทำให้หรือไม่ ฉันก็เลยต้องตัดสินใจเอาอุดมการณ์ของตัวเองที่มันสตรอง ไม่กลืนไปกับระบบราชการ ไปกับระบบเจ้าคนนายคน
“รู้หรือไม่ว่าในกรุงเทพฯ ทั้งปลัด รองปลัด รองผู้ว่าฯ บรรดาข้าราชการกรุงเทพฯ เป็นหมื่น เรียกผู้ว่าฯ ว่า ‘นาย’ ทุกคำ ไม่ว่าจะเป็นคนเก่าก่อนนู้น หรือที่ผ่านมา
“ขนาดรองผู้ว่าฯ คณะที่ผ่านมา ยังเรียกอาจารย์ชัชชาติว่า ‘นาย’ แล้วอาจารย์ก็ไม่ได้ทัดทานด้วยนะ เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเจ้าคนนายคน ถ้าเกิดฉันเป็นผู้ว่าฯ ก็เรียกฉันว่า ผู้ว่าฯ หรือ ด็อกเตอร์มัลลิกา ก็ได้”
โดย นางมัลลิกา ยังแวะรับประทานอาหาร ‘ร้าวข้าวแกง 10 บาท’ ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่ปากซอยประชาราษฎร์ 4/1 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี พร้อมชื่นชมรสมือของแม่ครัว

ในระหว่างนี้ยังกล่าวกับประชาชนที่เข้ามารับชมไลฟ์ด้วยว่า ถ้าเห็นว่าสิ่งเก่าๆ มันไม่ค่อยดี เอาเบอร์ 14 ไปเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าพอใจในสิ่งเก่า อันนี้ก็แล้วแต่จะตัดสินใจ
“กาแล้วเหมือนเดิม หรืออยากเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีและมีอนาคต โดยที่เข้าใจบริบทของสังคมที่มันเปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนแปลงทั้งสภาพภูมิอากาศ สภาพความมั่นคง ทั้งสภาพเศรษฐกิจ สภาพสิ่งแวดล้อม แม้แต่อากาศที่จะหายใจเข้าไป มันยังมีฝุ่น PM 2.5 เลย เปลี่ยนแปลงทั้งสภาพเงินในกระเป๋า เปลี่ยนทั้งสภาพของคนที่จะเห็นแก่ตัวมากขึ้นเพื่อที่จะเอาตัวรอด
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ เธอจะเอาคนเดิม ไปแก้ไข 4 ปีแก้ได้หรือไม่? 4 ปีเข้าข่ายกลืนไปกับระบบราชการใช่หรือไหม ถ้าคุณมองว่า น่าคิด ถ้าอย่างนั้นเลือกเบอร์ 14 ไปเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ชีวิตพี่ๆ ทุกคนดีขึ้นกว่าเดิม
อันไหนที่ดีอยู่แล้ว เราก็จะทำต่อ ไม่ว่าจะเป็นของผู้ว่าฯ ท่านใด แต่อันไหนที่เขาน่าจะทำไม่ไหว ทำไม่ได้ ใช้เวลานานเกินไป ให้ ดร.มัลลิกา เข้าไปจัดการ เข้าไปแก้” นางมัลลิกากล่าว





