มัลลิกา ลุยบางแค มั่นใจ กระแสแรง ดัน Street Food Paradise เพิ่มพื้นที่ค้าขาย สู้ค่าครองชีพ

13.06.26 | 10:35 น.

ดร.มัลลิกา ลุยบางแค มั่นใจ กระแสแรง ดัน Street Food Paradise เพิ่มพื้นที่ค้าขาย สู้ค่าครองชีพ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิถุนายน ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่หาเสียงตลาดในพื้นที่เขตบางแคและเขตธนบุรี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดเส้นทาง ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการรายย่อยต่างออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมสะท้อนปัญหาปากท้องและฝากความหวังต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของกรุงเทพมหานคร

ระหว่างการลงพื้นที่ ดร.มัลลิกา ได้รับฟังข้อเสนอจากกลุ่มผู้ค้าจำนวนมากที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครเดินหน้านโยบาย “Street Food Paradise” อย่างจริงจัง เพื่อส่งเสริมการค้าขาย กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและร้านอาหารริมทางที่ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพมหานคร

ผู้ค้าหลายรายสะท้อนตรงกันว่า การจัดระเบียบพื้นที่ค้าขายควรดำเนินการควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพ ไม่ใช่การปิดกั้นโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้มีพื้นที่ค้าขายที่ชัดเจน เป็นระเบียบ สะอาด ปลอดภัย และสามารถค้าขายบนทางเท้าได้ในจุดที่เหมาะสมและคนจับจ่าย ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน

นอกจากนี้ผู้ค้าจำนวนมากยังสะท้อนถึงผลกระทบจากนโยบายในอดีตที่ทำให้หลายครอบครัวสูญเสียรายได้ ต้องย้ายพื้นที่ค้าขาย หรือเผชิญความไม่แน่นอนในการประกอบอาชีพ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง จึงเรียกร้องให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครคนใหม่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นระเบียบของเมืองกับการคุ้มครองอาชีพของประชาชน

Advertisement

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสะท้อนอย่างต่อเนื่อง คือ ปัญหาการแข่งขันทางการค้าจากผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้ามาค้าขายในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยประชาชนบางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายและการจัดระเบียบแผงค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสประกอบอาชีพของคนไทยในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม

ดร.มัลลิกากล่าวว่า กรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมผลักดันแนวคิด “Street Food Paradise” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มพื้นที่ค้าขายที่เหมาะสม สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งอาหารระดับโลกควบคู่ไปกับความเป็นระเบียบและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

“กรุงเทพฯต้องเป็นเมืองที่คนตัวเล็กมีที่ยืน ผู้ค้ารายย่อยต้องมีโอกาสทำมาหากินอย่างสุจริต เราสามารถจัดระเบียบเมืองควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ประชาชนได้ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งคือรากฐานสำคัญของมหานครแห่งอนาคต” ดร.มัลลิกากล่าว

นอกจากนั้นแล้ว เหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ประชาชนร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับรถเมล์ ขสมก.ที่ไม่จอดเข้าป้ายโดยอ้างเรื่องมีรถแท็กซี่จอดขวางอยู่จึงทำให้ประชาชนรอรถนานหลายชั่วโมง และโดยเฉพาะรถเมล์ปรับอากาศก็ไม่ค่อยชอบที่จะให้ประชาชนเบียดกันในรถเมล์ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่รู้สึกน้อยใจมาก

ดร.มัลลิกากล่าวว่า ทุกอย่างเป็นอิสระและเสรีภาพของเราและเรามีเงินที่จะจ่ายค่ารถเมล์ต้องสามารถขึ้นได้ หลังจากนั้นนางมัลลิกาจึงโบกรถเมล์ปรับอากาศที่เข้าป้ายมาและกำชับโดยยกมือไหว้คนขับรถเมล์ว่าให้ดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมกันและให้โอกาสคนที่เค้ายืนรออยู่นานแม้ถือของพะรุงพะรังก็ขอให้เขาได้มีโอกาสขึ้นด้วยกันเถอะ ขณะนั้นประชาชนที่ถือของหนักรอรถก็กระโดดขึ้นรถเมล์ปรับอากาศกันทันที