ชัชชาติลั่น ดีเลยพร้อมหนุนทำ ‘ตั๋วร่วม’ แต่ต้องคุยดีเทล เงื่อนไขสัมปทาน ชี้ ควรเร่งทำ นโยบายนี้ค้างมาหลายรัฐบาล
สืบเนื่องกรณี รัฐบาลเตรียมดำเนินการทำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าในวันนี้ว่า ได้นำเรื่องนี้เข้าเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยจะกำหนดอัตราค่าโดยสาร เริ่มต้นที่ 17-45 บาท พร้อมให้กรุงเทพมหานคร ต้องโอนภาระหนี้สิน และทรัพย์สินของ กทม. ซึ่งขณะนี้มีรถไฟฟ้าสองสีที่ยังไม่เข้าระบบเดียวกัน คือ รถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีทอง ให้มาเป็นกรรมสิทธิ์การบริหารจัดการของ รฟม. นั้น
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่เขตดุสิต บริเวณด้านหน้าคลินิกปฐมภูมิเขตเมืองวชิรพยาบาล (U-PCU) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีม ‘กรุงเทพฯ ทำงาน’ อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นางสาวทวิดา กมลเวชช และ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้บริหารด้านความยั่งยืนฯ กทม. ร่วมลงพื้นที่หาเสียงในชุมชนซอยโซดาและชุมชนใกล้เคียง โดยผู้สื่อข่าวได้ถามถึงประเด็นดังกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า รวมเปลี่ยนสายด้วยหรือไม่ ถ้ารวมเปลี่ยนสายได้ก็น่าจะดี ต้องมาคุยรายละเอียดกัน
ตนว่าเรื่องค่าบริการเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าตามหลักแล้ว ค่าโดยสารไม่ควรจะเกิน 10% ของรายได้
“แต่ปัจจุบัน เนื่องจากว่ามันมีหลายเจ้าของ อย่างสายสีเขียวก็เป็นเจ้าของหนึ่ง คือ กทม. พอข้ามไปสายสีน้ำเงินก็ไปเจอค่าแลกเข้าอีกอันหนึ่ง แต่ว่าสายสีน้ำเงิน สีเหลือง สีชมพูก็อาจจะมีโครงสร้างราคาที่แตกต่างไป เพราะฉะนั้น ถ้าสามารถทำโครงสร้างราคาเดียวกันได้ ก็จะดีมากๆ เลย ใช้ตั๋วใบเดียว อันนี้ก็สนับสนุนเลย ถ้าเกิดทางรัฐบาลมีแนวคิด“ นายชัชชาติเผย

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า แต่คงจะต้องคุยกัน เพราะจะตามมาด้วยเงื่อนไขสัญญาสัมปทานที่ยังติดค้างอยู่ เช่น สัมปทานกำหนดว่า ต้องเก็บราคาค่าโดยสารเท่าไหร่ ถ้าเราจะเก็บต่ำกว่า ใครจะเป็นผู้ชดใช้ให้ หรือว่ามีการแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งไม่ใช่เฉพาะสีเขียว อย่างสายสีน้ำเงินเองก็มีตัวสัญญาที่กำกับอยู่ ว่าผู้ที่เข้ามาลงทุนจะเก็บเงินได้เท่าไหร่
“ผมว่าดีนะ อย่างน้อยให้เริ่มให้มีการคิด ให้มีการคุยกันว่า เพราะว่า กทม.เอง เรามีกรอบว่าเราทำได้แค่ของเรา แต่ว่าสายสีอื่น เป็นของรัฐบาลดูแลเป็นหลัก เป็นแนวคิดที่ดีนะ แล้วควรจะเร่งทำเลย เพราะว่ามันค้างมาหลายครั้ง หลายรัฐบาลแล้วเหมือนกันในนโยบายนี้” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย




