มัลลิกา ลั่น ‘ใครใคร่ค้า ค้า!’ ประกาศฟื้นสตรีทฟู้ด-ปวศ.ชุมชน ขายบนฟุตปาธได้ 24 ชม.

18.06.26 | 14:35 น.

มัลลิกา ลั่น ‘ใครใคร่ค้า ค้า!’ ประกาศฟื้นสตรีทฟู้ด แม้ค้าขายบนฟุตปาธได้ 24 ชม.

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ชุมชนบ้านครัวเหนือ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 14 ในนามอิสระ พร้อมด้วยทีมงาน ลงพื้นที่หาเสียง 3 ชุมชนได้แก่ ชุมชนบ้านครัวเหนือ ชุมชนบ้านครัวใต้ และ ชุมชนบ้านครัวตะวันตก

บรรยากาศเวลาเวลา 10.30 น. นางมัลลิกา เดินเท้าเข้าตรอกเข้าซอกซอย เพื่อพูดคุยขอคะแนนกับพี่น้องในชุมชนอย่างเป็นกันเอง พร้อมแจกใบปลิวขอให้กาเบอร์ 14 สนับสนุนตนเป็นผู้ว่าฯ หญิงคนแรก

ในช่วงหนึ่ง นางมัลลิกา ได้เข้าไปชมกี่ทอผ้า โดยกล่าวถึงการทอกี่ แบบโบราณ หาได้ยากในปัจจุบัน ซึ่งมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาชมแล้วให้ความสนใจ

“เรียกได้ว่า กทม.จัดให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ บางชุมชนมีเรื่องตีเหล็ก กี่ทอผ้า ขนม-อาหารตั้งแต่สมัยรัชการที่ 5 อย่างลอดช่อง หรือก๋วยเตี๋ยว ที่นางเลิ้ง มีตำนานสืบทอดมารุ่นต่อรุ่น” นางมัลลิกากล่าว

Advertisement

ก่อนเข้าไปพูดคุยกับชนในชุมชนที่กำลังสัญจรไปมา ทั้งวัยรุ่น และสูงอายุ
“ฝากด้วยนะ รู้จักไหม เลือกู้ว่ากรุงเทพฯ นะ”

โดยเมื่อเดินผ่าน ศูนย์สุขภาพชุมชน สังกัดสำนักอนามัย กทม. นางมัลลิกากล่าวว่า ตนจะดูแลศูนย์สุขภาพชุมชน ทั้ง 69 แห่ง และแต่ละสำนัก จะมีการยกระดับ ในระหว่างนั้น มีเจ้าหน้าที่บางรายกล่าวด้วยว่า “ที่ไลฟ์สด รักมาก”

ในช่วงหนึ่ง มีประชาชน เรียกนางมัลลิกา ผ่านรั้วบ้าน ก่อนจะกล่าวว่า “ฝั่งโน้นอยากให้ไป มี FC รออยู่”

เมื่อเดินไปถึง มีสูงวัยนับสิบคนนั่งรอต้อนรับพร้อมถ่ายภาพเซลฟี่ บางรายกล่าวพร้อมส่งเสียงหัวเราะว่า “ดูทุกวันเลย รักนะคะด็อกเตอร์ พูดดีมาก หรือด่าดีมาก” รวมถึง “เชียร์ด็อกเตอร์คนเดียว”

จากนั้น มีผู้นำตะโกนว่า เบอร์อะไร ? ท่ามกลางผู้สูงวัยเปล่งเสียง เบอร์ 14 ด้านนางมัลลิกา ให้คำมั่นสัญญาว่าถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ “จะเต้นสาวเลยให้ดู”

จากนั้น ตัวแทนชุมชนบ้านครัวเหนือ กล่าวถึงข้อเสนอที่อยากให้ กทม.ยุคใหม่แก้ไข ซึ่งทั้งหมดที่ยื่นมา เป็นปัญหาที่ประชาคมกันแล้วในชุมชน ไม่ได้รับการแก้ไขมากว่า 10 ปี เช่น การติดกล้องวงจรปิด

โดยชาวบ้านยังกล่าวเสริมด้วยว่า ปกติแล้วถังดับเพลิงจะนำมาวางไว้ให้ เมื่อนำถังเก่ากลับไป ต้องนำถังใหม่มาทดแทน แต่กลับไม่มี

เมื่อ นางมัลลิกาสอบถามถึงไฟส่องสว่าง พบว่ามีการเปลี่ยนเป็นโซลาร์เซลล์ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ โดยอยากให้ไฟสาธารณะ อยู่ในการดูแลของ กฝน. จะได้ส่องสว่างทั้งวัน

ส่วนเรื่อง ‘กล้องวงจรปิด’ ในชุมชนไม่มีแม้แต่ตัวเดียว ทั้งนี้ เคยทำเรื่องขอไปที่เขต แต่ไม่เคยมีการอนุมัติให้ติดตั้ง จึงสงสัยว่าเรื่องไปติดที่หน่วยงานไหน เหตุใดจึงไม่อนุญาตให้ติดกล้องวงจรปิดในชุมชน

นางมัลลิกากล่าวว่า ตนขอรับเรื่องมา ถ้ามีโอกาศจะทำให้ ถ้าไม่มีโอกาส เอกสารนี้จะไม่แค่ถูกเก็บ แต่จะต้องถึงมือผู้ที่ใช้อำนาจบริหารราชการ

“ขอให้เป็น ดร.มัลลิกา กรุงเทพฯ จะดีและเร็ว อยากบอก ส.ว.(สูงวัย) ว่า ดร.นางมัลลิกา ผู้มัครหมายเลข 14 ทีมเรามีแผนในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ชุมชน แต่เราต้องทำการ ‘ลงทะเบียนผู้สูงวัย’ กลุ่มเปราะบาง รวมถึงคนที่ตกงานด้วย ไม่มีรายได้ต่อปี เหล่านี้เรียกว่ากลุ่มเปราะบาง คนแก่ในกรุงเทพฯ ต้องได้รับงบฯ ซัพพอร์ต อาจไม่ใช่ทุกเดือน แต่ระยะแรก” นางมัลลิกากล่าว ก่อนหันไปถามชาวบ้านว่า ชอบนโยบายหรือไม่?

โดยประชาชนส่งเสียงว่าชอบ พร้อมปรบมือแสดงความถูกใจ
นางมัลลิกากล่าวว่า สิ่งที่พูดนั้นไม่ใช่เพียงการหาเสียง แต่คือพันธกิจที่ต้องทำ เพราะ กทม.บริหารแผนงาน ด้วยตนเอง มีอิสระ งบประมาณเราจะเจียดออกมา

“ถ้ารัฐบาลตีความว่าประเทศวิกฤต เพราะเขาไปกู้เงิน 4 แสนล้าน เมื่ออ้างเช่นนั้นได้ กทม.ก็จะต้องอ้างสถานการณ์วิกฤต เพื่อดูแลคนแปราะบางในกรุงเทพฯ กระตุ้นเศรษฐกิจให้กรุงเทพฯ ไม่ซบเซา
กรุงเทพฯ ไม่ได้มีที่ปลูกข้าว ปลูกแตงไว้กินได้ เราจึงจะมีการลงทะเบียนไว้ เพื่อเป็นเครื่องมือของผู้นำ ในภาวะวิกฤต นโยบายทั้ง 14 ด้าน เรามีแผนรองรับ ตอบได้ทุกข้อเวลาไปดีเบต เพราะเราไม่ได้มาลอยๆ มาพร้อมแผน อันไหนที่ปฏิบัติไม่ได้เราไม่นำมาอยู่ในแผน และไม่ตอบส่งๆ เพื่อให้ได้คะแนน นั่นไม่ใช่นิสัยของฉัน” นางมัลลิกากล่าว

โดยเมื่อกล่าวจบ มีสูงวัยชาย เปล่งเสียงว่า “ทราบแล้วเปลี่ยน”
นางมัลลิกา จึงเปล่งเสียงตอบรับ “เอ้าเบอร์อะไร” “สิบสี่”

นางมัลลิกากล่าวต่อว่า เมื่อผู้ว่าเป็นมัลลิกา เราจะฟื้น ‘Street Food Paradise’ เพิ่มพื้นที่ค้าขายบนทางเท้า ไม่ใช่หลบมุม แล้วใครจะซื้อ จุดไหนที่มีปัญหากับคนเดินเท้า เราจะทำประชาคมอย่างถูกต้อง ให้ทุกคนสามารถไปวางขายได้ แต่จะมีอัตลักษณ์ เช่น เป็นแบบชุมชนบ้านครัว จะไม่มีสูงต่ำ เป็นระเบียบเหมือนกันหมด คนก็จะเดินได้โดยไม่เกะกะ แต่ว่าขายได้ เราจะทำแบบนี้

เพราะกลางคืนคนเดิน 24 ชม. ไม่ใช่ว่า 6 โมงให้เก็บร้าน บางคนออกไปกินข้าวต้มตอน 4 ทุ่ม เราก็ยังขายขนมให้คนกลุ่มนี้ได้ ดังนั้น ที่ไหนที่มีอัตลักษณ์ชุมชน เราจะทำ ‘Street Food Paradise’ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย 14 ด้าน จะมี 7 วัน วันละ 24 ชม.

‘ใครใคร่ค้าค้า ใคร่ใคร่ขายขาย’ เดินได้ ซื้อได้ เดินได้ ขายได้ แต่คุณจะต้องไม่สกปรก แต่งตัวมีอัตลักษณ์ ให้สะอาดเผ้าผมต้องมัดนะ เพราะมันเป็นการดึงดูนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวชอบสตรีทฟู้ด แต่ต้องสะอาดด้วย จะไปเทไขมันลงท่อไม่ได้นะ เราจะไล่ออกจากทีม ‘พี่ไปปรับปรุงตัวก่อนนะ’

เทศกิจไม่มีหน้าที่เก็บส่วย ที่ต้องไล่ แล้วทุกคนก็แหกกฎ วิธีการนี้เท่านั้นที่จะทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ เพราะเมืองมีหน้าที่กระตุ้นการใช้จ่าย ในภาวะวิกฤต คนจะมาเป็นผู้ว่า ต้องคิดใหญ่เบอร์นี้” นางมัลลิกากล่าว
พร้อมรับปากว่า เรื่องปัญหาในชุมชน จะไม่ต้องกังวลอีก มัลลิกาจะไม่ทำให้เมืองหลับใหล ไฟส่องสว่าง 24 ชม.