‘คริส’ นำทีมพรรคเศรษฐกิจ จี้ ‘รมว.แรงงาน’ เคลียร์ปัญหาต่างด้าวแย่งงานคนไทย-นอมินีทุนเทาเอื้อธุรกิจ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 มิถุนายน ที่กระทรวงแรงงาน นายคริส โปตระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย นายวริษทนนต์ คูณธนานุวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ก.พรรคเศรษฐกิจ เขตจตุจักร และคณะเดินทางมายื่นหนังสือต่อนายจุลพันธ์ อมรวิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อเรียกร้องให้เร่งดำเนินการตรวจสอบ ควบคุม และแก้ไขปัญหาแรงงานต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพต้องห้ามและอาชีพสงวนไว้สำหรับคนไทยอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่อาจเข้าข่ายใช้นอมินีครอบงำกิจการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งกำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานไทย
นายคริสกล่าวว่า ปัจจุบันพบปัญหาการแย่งอาชีพในหลายพื้นที่สำคัญของ กทม. เช่น ตลาดสด แหล่งค้าปลีก ร้านอาหาร ร้านนวด และร้านเสริมสวย ซึ่งกลุ่มแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือทำนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต รวมถึงการมีทุนสีเทา หรือผู้ประกอบการต่างชาติบางกลุ่มที่ใช้นอมินีเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและอาจเชื่อมโยงไปถึงการฟอกเงินและการแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง โดยเสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ เพื่อให้กระทรวงแรงงานนำไปปฏิบัติอย่างเร่งด่วน ได้แก่ 1.ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ตม., ตำรวจ, ปปง.) เพื่อตรวจสอบและปราบปรามการประกอบอาชีพผิดกฎหมาย 2.ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง เร่งลงพื้นที่เป้าหมายใน กทม. เช่น ห้วยขวาง, ดินแดง, ลาดกระบัง, บางบอน, ประตูน้ำ, สำเพ็ง, รัชดาภิเษก, พระราม 9 และบางแค

นายคริสกล่าวว่า 3.ตรวจสอบนายจ้างและนอมินี ดำเนินการกับผู้ว่าจ้างที่ใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือใช้นอมินีครอบงำกิจการ 4.บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด กับแรงงานต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือสิทธิ 5.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ป้องกันไม่ให้ไทยกลายเป็นฐานประกอบกิจการผิดกฎหมายหรือแหล่งฟอกเงินของกลุ่มทุนต่างชาติ 6.จัดทำฐานข้อมูลแรงงานต่างชาติ ให้เป็นระบบ เชื่อมโยงข้อมูลอนุญาตทำงาน นายจ้าง และสถานที่ทำงาน เพื่อให้ตรวจสอบได้ทันที
นายคริสกล่าวต่อว่า 7.ช่องทางแจ้งเบาะแส เปิดให้ประชาชนแจ้งข้อมูลพร้อมมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและระบบติดตามผลการดำเนินการ 8.รายงานผลต่อสาธารณะ รายงานผลการตรวจสอบเป็นรายเดือน ทั้งจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีและประเภทอาชีพ 9.ทบทวนมาตรการจัดระเบียบ ป้องกันไม่ให้แรงงานที่เปลี่ยนนายจ้างหรือใบอนุญาตหมดอายุ กลายเป็นแรงงานนอกระบบ และ 10.มาตรการคุ้มครองระยะยาว กำหนดนโยบายคุ้มครองอาชีพคนไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ให้ถูกแย่งชิงอาชีพโดยแรงงานต่างชาติหรือกลุ่มทุนที่ใช้ช่องว่างกฎหมาย
นายคริสกล่าวด้วยว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาสร้างความเกลียดชังต่อแรงงานต่างชาติ แต่เป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม เพื่อคุ้มครองสิทธิในการประกอบอาชีพของคนไทย และป้องกันไม่ให้โครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากของประเทศถูกทำลาย ซึ่ง กทม.คือศูนย์กลางเศรษฐกิจ หากรัฐปล่อยปละละเลยย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้และความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาว

“หากพรรคเศรษฐกิจมีโอกาสเข้าไปเป็นผู้บริหาร กทม.จะดำเนินการกวาดล้างแรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ เชื่อว่าหากลดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ไม่ถูกต้อง ค่าจ้างของแรงงานไทยจะเพิ่มสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ เนื่องจากคนไทยไม่ได้เลือกงาน แต่ปัญหาอยู่ที่ค่าแรงที่ถูกกดต่ำลงจากแรงงานต่างชาติที่เข้ามาแข่งขันในราคาที่ถูกกว่า” นายคริสกล่าว
นายคริสกล่าวว่า จากการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ พบปัญหาแรงงานต่างชาติกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะในจุดที่เคยลงพื้นที่ เช่น ตลาดห้วยขวาง, ตลาดบางบอน, ตลาดบางกะปิ และศูนย์จำหน่ายสินค้าสำคัญหลายแห่ง ซึ่งมีการประกอบอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้ พรรคเศรษฐกิจยืนยันว่าข้อเรียกร้องนี้มีเจตนาเพื่อคุ้มครองอาชีพคนไทยและป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศถูกทำลายจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดย กทม.ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องได้รับการจัดการปัญหาอย่างเร่งด่วน
โดยนายจุลพันธ์กล่าวในระหว่างการรับหนังสือว่า เป็นประเด็นที่ให้ความสนใจ ซึ่งช่วงนี้มีลักษณะของการที่แรงงานต่างประเทศ หรือบางครั้งใช้คำว่าทุนเทาบ้าง เป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานแบบไม่ถูกกฎหมาย มาเปิดร้าน มาทำอาชีพที่ไม่สามารถทำได้ในหลายจุด ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมา และจะลงพื้นที่ตรวจอย่างเข้มข้นมากขึ้นในจุดที่มีปัญหา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมา แต่ต้องยอมรับว่ากำลังเราค่อนข้างมีจำกัด เรามีอำนาจตามกฎหมายที่จำเป็นจะต้องทำ ก็จะทำให้ดีที่สุด หากขาดเหลืออย่างไรก็ต้องขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐ และตัวกฎหมายที่ถืออยู่ เข้าไปร่วมประกอบในการดำเนินการ วันนี้ก็เป็นการชี้เป้าที่ชัดเจนมากขึ้น ก็จะทำการไปตรวจดูว่ามีการละเมิดข้อกฎหมายในเรื่องของการจ้างงานหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะเห็นว่าตั้งแต่มีเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เวลาลงพื้นที่ ไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตาม จะได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องนี้เยอะมาก เรื่องแรงงานต่างด้าวแย่งงานคนไทย มีความเป็นไปได้ไหมว่าในอนาคต เลือกตั้งจบแล้วจะร่วมมือกับ กทม.ในการจัดการปัญหานี้ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ในข้อเท็จจริง กระบวนการลักษณะนี้มันคงไม่รอหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ เพราะเรื่องของการเลือกตั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน เรามีภาระหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วนจะขอความร่วมมือจากหน่วยงานใดบ้าง กทม.เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีอำนาจรับผิดชอบในบางส่วนและมันไม่ใช่เฉพาะใน กทม. ถ้าติดตามข่าวดีๆ เรื่องนี้มีในหลายๆ จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นหัวเมือง จังหวัดที่เป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจ เราก็ต้องลงไปติดตามตรวจสอบ
“ได้รับเรื่องร้องเรียนมาพอสมควร เพราะฉะนั้น การทำงานของเราก็คงต้องกระชับทั้งทั่วทั้งผืน คือทั้งแผ่นดิน ทั้งประเทศ ต้องทำให้ได้ดีที่สุด” นายจุลพันธ์กล่าว

