ชัชชาติ เปิดตัว Projection Mapping ฉายภาพสุดว้าวบนผนังตึกย่านเก๋ ย้ำ ‘หาเสียงไม่น่าเบื่อ’
ดึงศิลปิน 16 คน ถ่ายทอดนโยบายและวิสัยทัศน์ภายใต้แนวคิด “เมืองแห่งโอกาสและความหวัง” พร้อมชูแนวคิด City as Canvas เปิดพื้นที่สาธารณะให้เป็นพื้นที่ศิลปะ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจย่านและสร้างไวรัลบนโลกออนไลน์
วันที่ 19 มิถุนายน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ลงพื้นที่เปิดตัวสื่อหาเสียงในรูปแบบ Projection Mapping บริเวณถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นางสาวทวิดา กมลเวชช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้บริหารด้านความยั่งยืน กทม. และนายเอกวรัญญู อัมระปาล อดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.45 น. นายชัชชาติพร้อมทีมงานเปิดตัวผลงาน Projection Mapping บริเวณแยกจุฬาฯ ซอย 16 ถนนบรรทัดทอง โดยนำผลงานของศิลปิน 16 คน มาถ่ายทอดนโยบายและวิสัยทัศน์ ภายใต้แนวคิด “เมืองแห่งโอกาสและความหวัง” ผ่านการฉายภาพบนผนังอาคารกลางย่านบรรทัดทอง ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาร่วมชมงานอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากศิลปิน 16 คน ได้แก่ 27JUNE STUDIO, panlert_bent, msyves, Otto, Mengtists, chonlantha, Kanoon, Tarae, Jaaaaayy, Plyzitron, Guide, akaliko8_pas, beebeelittlebee, Stupidshit, TDBKK และ Pavee” และผู้ประกอบการในย่านบรรทัดทอง อาทิ หนึ่งนมนัว, น้ำเต้าหู้ Clubhouse และตั้งหยู่ หมูกระทะ ร่วมเปิดพื้นที่ให้ศิลปะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน
จากนั้น นายชัชชาติให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการเลือกใช้สื่อหาเสียงในรูปแบบ Projection Mapping โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นของโครงการนี้มาจากคำถามว่า เหตุใดการสื่อสารเรื่องเมืองและการหาเสียงจึงต้องเป็นเรื่องน่าเบื่อเสมอไป ทั้งที่เมืองสามารถเป็นพื้นที่ให้ศิลปินเข้ามาร่วมสร้างสรรค์และเล่าเรื่องในมุมมองของตัวเองได้
ด้าน นายศานนท์ กล่าวว่า Projection Mapping เป็นอีกแขนงหนึ่งของศิลปะที่ผสมผสานเทคโนโลยีกับศิลปะเข้าด้วยกัน ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจด้านภาพ แสง พื้นที่ และเทคนิคการฉาย จึงเป็นโอกาสในการทำให้ศิลปินสาย New Media เป็นที่รู้จักมากขึ้น
นายศานนท์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม.เคยทำงานร่วมกับศิลปินหลายแขนง โดยเฉพาะงานวาดและงานออกแบบ แต่ครั้งนี้ต้องการเปิดพื้นที่ให้ศิลปิน Projection Mapping ซึ่งหลายคนอาจยังไม่คุ้นเคย ได้เข้ามาใช้เมืองเป็นพื้นที่แสดงผลงาน Projection Mapping เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องเข้าใจทั้งฝั่งเทคโนโลยีและฝั่งอาร์ต เราอยากเอาศิลปินแขนง New Media มาทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็เลยเป็นที่มาของงานวันนี้
“สำหรับงาน Projection Mapping ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญสื่อหาเสียงเชิงศิลปะของทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ที่ต้องการให้เห็นว่า สื่อหาเสียงไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงป้ายหรือข้อความประชาสัมพันธ์แบบเดิม แต่สามารถกลายเป็นงานศิลปะที่คนเมืองพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน” นายศานนท์ กล่าว
นายธีรวัฒน์ คลังเจริญชัย Creative Technologist Director/Curator ศิลปินในนาม Mengtists หนึ่งในผู้ประสานงานศิลปินหลัก กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากการพูดคุยกับนายศานนท์ ที่ต้องการทดลองทำ Projection Mapping ผ่านสื่อหาเสียง โดยมีโจทย์ชวนศิลปินจำนวนมากมาร่วมสร้างงาน แม้งบประมาณจะจำกัดก็ตาม
นายธีรวัฒน์ กล่าวว่า ทีมงานติดต่อศิลปินมากกว่า 20 คน ก่อนคัดเลือกเหลือผู้เข้าร่วม 16 คน โดยให้แต่ละคนสร้างงานภายใต้แนวคิด “Come as you are” หรือให้ศิลปินมาในตัวตนของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสไตล์ให้เหมือนกัน
นายธีรวัฒน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ แนวคิด “City as Canvas” ไม่ได้หมายถึงเมืองที่มีผนังให้ศิลปินวาดเท่านั้น แต่หมายถึงเมืองที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนหลากหลายได้ทดลอง สื่อสาร และส่งต่อความหวังร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลหรือเป็นงานเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ และเป็นช่วงหน้าฝนเสี่ยงเกินไปที่เราจะไปตั้งซุ้มข้างนอก และข้อจำกัดเยอะ
นางสาวอีฟ โภคกุลกานนท์ ศิลปินในนาม Msyves กล่าวว่า ตอนแรกตื่นเต้นและแปลกใจเมื่อได้รับการติดต่อให้ทำงาน Projection Mapping ที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญการเมือง แต่เมื่อตระหนักว่าเป็นงานที่เปิดโอกาสให้ศิลปินเล่าเรื่องเมืองในแบบของตนเอง จึงตัดสินใจเข้าร่วม
นางสาวอีฟ กล่าวต่อว่า ผลงานของตนพยายามตั้งคำถามว่า “เมืองที่น่าอยู่” สำหรับแต่ละคนหน้าตาเป็นอย่างไร โดยเลือกถ่ายทอดผ่านตัวละครที่หลากหลาย ทั้งเด็กสาวธรรมดา เอเลียน และไซบอร์ก เพื่อสะท้อนว่าคนในเมืองไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว หรือมีความต้องการแบบเดียว พร้อมชูแนวคิดว่า เมืองที่ดีควรมองเห็นทุกคน และแก้ปัญหาให้ผู้คนได้ตรงจุด
ด้าน นางสาวชลันธร ด่านวัฒนะ ศิลปินในนาม Chonlantha กล่าวว่า ผลงานชิ้นหนึ่งใช้เลข 9 จากตัวอักษรหลายรูปแบบมาประกอบกัน เพื่อสื่อถึงผู้คนที่หลากหลาย มาอยู่รวมกันในพื้นที่แห่งนี้ ส่วนอีกชิ้นเป็นงาน 3D ที่มีองค์ประกอบของกรุงเทพฯ เช่น BTS ดอกบัว เสาชิงช้า และตึกมหานคร โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนโยบายด้านคมนาคมของทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน”
ขณะที่ นางสาวจิตสุภา เศรษฐีพาณิชย์ ศิลปินในนาม Pie Time Studio กล่าวว่า หลังศึกษานโยบายของนายชัชชาติ พบว่าหลายแนวคิดมีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้ประชาชนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ทั้งกิจกรรมดนตรีในสวน ทางเท้าที่ดี และพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงง่าย ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเมืองในอนาคต
“กิจกรรม Projection Mapping ที่บรรทัดทอง ยังเชื่อมโยงกับนโยบาย City as Canvas และ กรุงเทพ Light Up ที่ต้องการเปิดพื้นที่สาธารณะให้เป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวยามค่ำคืน และกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้ประกอบการรายย่อยในย่านต่างๆ” นางสาวจิตสุภากล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแคมเปญนี้ใช้งบประมาณเท่าไรนายศานนท์ กล่าวว่า งบประมาณของกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นค่าเช่าโปรเจกเตอร์และค่าตอบแทนศิลปิน จริงๆต้องบอกว่าถ้าค่าแรงคงไม่ไหว ซึ่งเป็นงบประมาณไม่สูงและมีการ Declare ต่อกกต. ทั้งหมด
ด้านนายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราอาสัยให้เป็นไวรัล เพราะงานของเรา คือ “ทำน้อยแต่ได้เยอะ” แม้การฉาย Projection Mapping จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ แต่สามารถบันทึกเป็นภาพและคลิปเพื่อเผยแพร่ต่อในโซเชียลมีเดีย ทำให้ผลงานเดินทางต่อไปได้ไกลกว่าพื้นที่จัดแสดงจริง
ทั้งนี้ กิจกรรม Projection Mapping จะจัดขึ้นเพียง 3 วัน ระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. บริเวณแยกจรัสเมือง ถนนบรรทัดทอง ตัดกับซอยจุฬาฯ 16 โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมผลงานของศิลปินทั้ง 16 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย



