มัลลิกา ลั่น หายใจรดต้นคอชัชชาติแล้ว เชื่อ โอกาสชนะสูงมาก หลังโพลชี้ขึ้นอันดับ 2

20.06.26 | 11:29 น.

มัลลิกา ลั่น หายใจรดต้นคอชัชชาติแล้ว เชื่อ โอกาสชนะสูงมาก หลังโพลชี้ขึ้นอันดับ 2

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ตลาดริมบึง แขวงทุ่งสีกัน-แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ และประชาชนในย่านตลาดริมบึง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเขตหลักสี่และมีประชาชนสัญจรจำนวนมากตลอดทั้งวัน

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และสะท้อนปัญหาที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไข โดย ดร.มัลลิการะบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งที่เหลือเวลาอีกเพียง 7 วัน เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนและนำเสนอแนวทางการพัฒนากรุงเทพมหานครภายใต้ยุทธศาสตร์ 14 ด้าน ที่สามารถดำเนินการได้ทันที

ดร.มัลลิกาได้เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 และขอคะแนนเสียงให้หมายเลข 14 เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงและอนาคตใหม่ให้กับกรุงเทพมหานครต่อไป

“ขณะนี้ผลสำรวจคะแนนนำมาเป็นอันดับสองแต่ไม่ได้ห่างอย่างที่นักวิชาการทำผลสำรวจโดยปัจจุบันมีโอกาสชนะสูงมากคะแนนหายใจรดต้นคอเลย จึงขอให้ทุกคนที่จะกาเบอร์ 14 อยู่แล้วขอให้เชื่อมั่นและไปขอคะแนนจากเพื่อนและครอบครัวมาอีกจากหนึ่งคนไปขอเพิ่มอีกสี่คนมั่นใจว่าชนะขาด” ดร.มัลลิกากล่าว

ดร.มัลลิกากล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่นี้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การค้าขาย และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ค้ารายย่อย ตลาดชุมชน และผู้ประกอบการขนาดเล็ก ให้สามารถสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร

Advertisement

นอกจากนี้ เขตหลักสี่ยังเป็นพื้นที่ที่เผชิญปัญหาเรื้อรังหลายด้าน ทั้งปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ น้ำท่วมซ้ำซาก และจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฝนตกหนัก ปัญหาไฟส่องสว่างในชุมชนและทางเดินสาธารณะ ความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.มัลลิกาเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการเมือง ไม่ว่าจะเป็นระบบ AI Traffic Real-Time เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ระบบ AI Flood Radar เพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ำท่วมล่วงหน้า การเพิ่มไฟส่องสว่างอัจฉริยะและกล้องวงจรปิดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการยกระดับบริการสาธารณะให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส

“กรุงเทพฯต้องเป็นเมืองที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสสร้างรายได้ มีความปลอดภัย และได้รับบริการที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันทั้ง 50 เขต หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนพร้อมทำงานทันที ทำเป็น เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองแห่งโอกาส เมืองแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน” ดร.มัลลิกากล่าว