“วิโรจน์” ลั่น ผู้ว่าฯกทม.สมัย 2 อันตรายที่สุด จะถูกตบทรัพย์-ข่มขู่มาก เหตุ ส.ก.หมดเวลาเกรงใจ ‘ศุภณัฐ’ แฉขบวนการ จัดซื้อครุภัณฑ์ กทม. มี ส.ก.ตั้งเป้าตัดงบก่อนเห็นโครงการ ล็อกสเปกทีโออาร์ เปิดช่องเรียกเงินทอน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชนจัดกิจกรรม “เมืองแคร์คน Policy Fest” โดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารพรรคประชาชน เปิดเผยถึงการเพิ่มประสิทธิภาพราชการ กทม. ยกระดับสภากรุงเทพว่า หน้าที่ของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มีความจำเป็นอยู่ 3 เรื่อง 1.ติดตามตรวจสอบเอาความทุกข์ความสุขและปัญหาของประชาชนที่อยู่ในเขตและสะท้อนให้กับผู้ว่าฯหรือฝ่ายบริหาร และไปติดตามว่าปัญหาของประชาชนในเขตนั้นฝ่ายบริหารได้มีการแก้ปัญหาหรือไม่ 2.เรื่องงบประมาณ 3.การออกกฏหมายเมืองที่เรียกว่าข้อบัญญัติ
ขณะที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน เล่าถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องโรงแรมต่างๆ ที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ จดทะเบียนเป็นโรงแรมไม่ได้และเป็นหลุมดำในการหากินว่า ควรจะมีการแก้กฎหมาย ให้สามารถใช้การได้ ซึ่งก็จะกลายเป็นการอาศัยช่องว่างระหว่างทาง เช่น หอพักต่างๆ ที่ทำไม่ได้ เช่นแถวลาดกระบังที่แบ่งห้องถี่ๆ ไม่ได้ แต่ว่าเอกชนก็ไปทำกัน คณะกรรมการนี้ก็ไปเยี่ยมและรับเงินไป และทุกวันนี้ก็ยังเห็นอาคารชุดบางแห่ง ที่ยังประกอบกิจการกลุ่มอาคารหอพักในพื้นที่ที่ไม่สามารถทำได้ตามกฎหมายผังเมือง
นายวิโรจน์กล่าวว่า ส.ก.ที่ดีพอไปอยู่ในรูปแบบของคณะกรรมการ เช่น คณะกรรมการโยธา เป็นต้น เพราะฉะนั้นควรทำงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ พ.ร.บ.โรงแรม ออกข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องและพยายามนำโรงแรมต่างๆ เหล่านั้นเข้าสู่ระบบ และจ่ายภาษีให้กับประเทศ คิดค่าธรรมเนียมการเข้าพัก เพื่อให้ กทม.ได้มีเงินมาบริหาร กทม.ให้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่เอาอำนาจไปตบทรัพย์
นายวิโรจน์ได้ยกตัวอย่างโรงงานอุตสาหกรรมถ้ารู้ว่าปล่อยน้ำเสีย ก็มีการเก็บค่าธรรมเนียมในการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเข้าใจว่าปัจจุบันนำร่องไปแค่ 22 เขต และเก็บเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ 1 ปี ตั้งเป้าไว้ 800 ล้าน แต่เก็บจริงไม่ถึง แต่เราไม่มีปัญหาเพราะทุกอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นในส่วนนี้ ส.ก.ของพวกเราในการที่จะสอดส่องดูแลความเรียบร้อยหรือสะท้อนปัญหาให้กับฝ่ายบริหารทราบนั้น ทางที่ดีที่สุดก็ต้องการเห็นคณะกรรมการแบบนี้ที่ คน กทม.ไม่รู้เลย ควรทำหน้าที่ที่จะเป็นของมัน
นายศุภณัฐกล่าวถึงงบแปรญัตติว่า ปกติงบประมาณจะมีผู้ว่าฯจัดสรรเข้ามาอยู่ในสภา แต่สภากรุงเทพมหานครอาจจะมองว่างบบางตัวไม่เหมาะสมก็จะมีการตัดงบเหล่านั้น และผู้ว่าฯจะมีการดำเนินการแปรกลับเข้ามาในโครงการอื่นๆ เพราะโครงการเหล่านี้ถูกตัดออกไปแล้วผู้ว่าฯก็ยังมีเงินอยู่ที่จะสามารถแปรโครงการอื่นๆ เข้ามาได้อีก อาทิ โครงการที่ผู้ว่าฯอาจมองว่าการตัดโครงการนี้ไปแต่มีโครงการอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าสู่ในงบประมาณหลัก ก็นำเอาโครงการอื่นๆ เสนอเข้ามา เพื่อให้สภาพิจารณาเพิ่มเติม
นายวิโรจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า เหมือนนำโครงการที่อยู่ในล็อตของผู้ว่าฯ เอาเงินที่ถูกตัดมาใส่เพื่อให้โครงการนั้นเดินหน้าได้ และถ้าหากให้สภาอนุมัติใหม่ แต่สภาบอกว่าไม่ผ่านตามกลไกจะต้องทำเป็นงบสะสมไป
นายอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกอกน้อย เล่าว่า นอกจากนี้ส่วนใหญ่ที่จะทำกันเรียกว่าตามงบประมาณ โครงการที่จะก่อสร้างมันอาศัยเอกสารในการจัดทำคำของบเยอะเพราะฉะนั้นจะนิยมซื้อ “ครุภัณฑ์” กัน เช่น ทีวีดิจิทัล เป็นทีวีจอ 55 นิ้ว คุณครูสามารถไปหยิบปากกาสอนเด็กๆ ได้ เครื่องละประมาณ 150,000 บาท ซึ่งเป็นโครงการที่คนพิจารณางบจะเป็นคนเรียกผู้รับเหมาที่เรียกว่า ส.ก.กลุ่มหนึ่ง ส่วนที่หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผู้ว่าฯต้องยอมนั้น ในมุมหนึ่งผู้ว่าฯอาจจะมีโครงการที่เรียกว่าเป็นเรือธง อยากจะผลักดันให้เกิดได้ในแต่ละปี และ ส.ก.ก็เล็งเห็นความสำคัญของสถานะโครงการเหล่านี้เลยหยิบมาเป็นตัวประกัน
นายวิโรจน์กล่าวว่า ถ้ากระบวนการปรับลดงบประมาณแบบสมเหตุสมผลเราไม่ว่ากันอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามันเริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าว่าจะตัดเท่าไหร่ นายอริย์ธัชกล่าวถึงการตั้งเป้าว่าจะตัดเท่าไหร่ว่า งบจากฝ่ายบริหารมาที่สภา พอตั้งประธานวิสามัญได้เสร็จจะเริ่มพิจารณางบและเริ่มมีว่าเป้าปีนี้จะเอาเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เห็นหน้าตาโครงการ
นายวิโรจน์ยังกล่าวถึงโครงการเซ็นเซอร์วัดแผ่นดินไหวที่เป็นเหมือนกล่องดวงใจของอดีตผู้ว่าฯ มูลค่า 9 ล้านบาท ที่มีกลุ่ม ส.ก.ขู่จะตัดงบประมาณ ทั้งที่มีทางเลือกอื่นสามารถปรับลดงบประมาณได้ ไปทำรายละเอียดให้ดีกว่านี้ หรือทำให้งบถูกลง
นายศุภณัฐกล่าวถึงการปรับลดโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่น ซึ่งมีการตัดทิ้งทั้งโครงการ ในสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงการที่จะไปซื้อเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศ ไปติดตั้งในห้องเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครฯ โครงการซึ่งในโครงการมีปัญหาตรงที่ใช้เครื่องปรับอากาศบีทียูที่เท่ากันทุกห้อง ทั้งที่แต่ละห้องมีขนาดไม่เท่ากัน โดยทั่วไปควรจะทำการศึกษาว่าแต่ละห้องควรใช้เครื่องปรับอากาศบีทียูเท่าไหร่และอนุมัติงบประมาณตามนั้น แต่สิ่งที่ทำคือการตัดทั้งโครงการ ส.ก.กลุ่มหนึ่ง รู้ว่าโครงการนี้เป็นกล่องดวงใจของผู้ว่าฯ จึงใช้เป็นตัวประกัน เชือดโชว์ สุดท้ายเป็นผู้ว่าฯมีแต่ตัวหัวไม่มี ดังนั้นเราต้องการสอบที่สมเหตุสมผล มีการปรับลดโครงการที่เหมาะสม
นายศุภณัฐกล่าวว่า หลายโครงการไม่ได้ซื้อของในราคาปกติซื้อของแพงเกินจริง และทอนเงินหลังบ้าน คล้ายกับโครงการเครื่องออกกำลังกาย ถ้าราคาปกติก็คงดี แต่ถ้าไม่ใช่ราคาปกติก็จะกลายเป็นส่วนต่างที่มีเงินทอน
“โดยปกติ ผู้ว่าฯกทม.ที่ดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 2 ส.ก. มักจะไม่เกรงใจ เพราะสมัยแรกหวังจะเกาะชายสูทผู้ว่าฯ เพื่อให้ได้มาต่อในสมัยที่ 2 แต่ผู้ว่าฯไม่มีสมัยที่ 3 ตำนานประวัติศาสตร?ผู้ว่าฯในประเทศไทยไม่มีผู้ว่าฯคนไหนอยู่ครบวาระสมัยที่ 2 สมัยนี้จะถูกตบทรัพย์ข่มขู่มากที่สุด เพราะหมดเวลาเกรงใจ” นายวิโรจน์กล่าว
นายศุภณัฐกล่าวถึงการล็อกทีโออาร์ตามหลักการ ข้าราชการ ต้องเป็นคนเขียนแต่ พ่อค้าในเครือข่ายของ ส.ก.กลับเป็นคนเขียน จากนั้นจะหาคู่เทียบเพื่อที่จะไปเสนอราคา เพื่อสร้างการประกวดราคา บางครั้งก็เป็นบริษัทลูกหรือเป็นพรรคพวกกัน บางบริษัทจดทะเบียนบริษัทและมีที่ตั้งอยู่ที่เดียวกันแต่มีกรรมการบริษัทเป็นคนละคน และไปประมูลงานแข่งกันเอง ให้ตรงกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพื่อให้ข้าราชการไปใส่ในทีโออาร์
ส่วนโครงการลู่วิ่งออกกำลังกาย มีการกำหนดโปรแกรมฝึกขี่ม้า หรือปั่นจักรยานในสวน ซึ่งในลู่วิ่งทั่วไปจะไม่มีโปรแกรมนี้ และมีเพียงบริษัทเดียวที่มีโปรแกรมนี้ในลู่วิ่งออกกำลังกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในการล็อกทีโออาร์
นายอริย์ธัชยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ สิ่งเดียวที่กลุ่ม ส.ก.ขอไม่ให้เรื่องต่างๆ กระทบต่อตัวเขา เพราะเป็นหนึ่งในชื่อที่อยู่ในเอกสารจัดทำงบ จะสังเกตได้ว่าเวลาจับโกง ไม่มีชื่อนักการเมืองแม้แต่ชื่อเดียว แต่เป็นผู้ว่าฯและข้าราชการที่ซวย
นายศุภณัฐเสนอการปฏิรูปงบประมาณ โดยใช้ Machine Readable คือใช้ AI ในการช่วยอ่านเอกสาร เพราะที่ผ่านมา ส.ก.ต้องอ่านเอกสารเป็นหมื่นๆ หน้า ภายใต้งบประมาณ 6,000 ล้านบาท รวมถึงใช้ AI ในการจับทุจริต ตรวจรายละเอียดในโครงการจัดซื้อจัดจ้างหรือเทียบราคากลางของวัสดุอุปกรณ์ที่จัดซื้อ รวมถึงทำระบบอีแคตตาล็อกเพื่อให้ภาครัฐอ้างอิงราคากลาง
นายอริย์ธัชกล่าวว่า ส.ก.ของพรรคประชาชนจะใช้กรรมการในสัดส่วนของพรรคประชาชนเรียกดูความพร้อมเอกสารในโครงการต่างๆ ไลฟ์สดการประชุมวิสามัญพิจารณางบประมาณเพื่อทำให้สภากรุงเทพมหานครโปร่งใส
นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า ส.ก.เหมือนคนคุมกระเป๋าสตางค์ผู้ว่าฯ หากได้คนที่ไม่ได้เรื่องหาผลประโยชน์ ผู้ว่าฯจะทำงานอย่างไร จะเดือดร้อนขนาดไหน
นายศุภณัฐกล่าวถึงข้อบัญญัติ คือกติกาของเมืองเรามีกฎหมายพระราชบัญญัติต่างๆ ที่บังคับใช้กับคนทั้งประเทศ แต่ในบริบทของกรุงเทพฯอาจจะไม่เหมือนจังหวัดอื่นๆ และเราจะออกในส่วนของข้อบัญญัติขึ้นมา เช่น ข้อบัญญัติควบคุมเรื่องของสัตว์เลี้ยงและติดตั้งไมโครชิปเพราะปัญหาเรื่องของหมาแมวจรจัดในกรุงเทพฯเยอะ รวมถึงหากห้างเปิดใหม่ข้อบัญญัติการแก้ปัญหาจราจรผ่านกฎหมายควบคุมอาคาร กำหนดให้อาคารสาธารณะต้องมีจุดจอดรถสาธารณะที่เหมาะสม ในตำแหน่งที่เหมาะสม และต้องการแก้ข้อบัญญัติเพื่อให้ตรงกับบริบทของกรุงเทพฯ และข้อบัญญัติผ่านง่ายกว่า
นายอริย์ธัชกล่าวเสริมข้อบัญญัติว่า เวลาข้าราชการทำงานต้องมีแหล่งอ้างอิงของอำนาจว่าจะทำได้หรือไม่ถ้าทำต้องทำอย่างไรและถ้าไม่ทำจะเกิดผลอะไร ซึ่งข้อบัญญัติเป็นหลังพิงของข้าราชการ 80,000 กว่าคนในกรุงเทพฯ ให้ทำงานได้อย่างมั่นใจ และข้อบัญญัติจะเป็นหลักประกัน
นายวิโรจน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งหมดคือความสำคัญของ ส.ก. ซึ่งปกติคนกรุงเทพฯจะโฟกัสอยู่ที่ผู้ว่าฯอย่างเดียว แต่ ส.ก.ที่ดีมีผลต่อการทำงานของผู้ว่าฯอย่างมาก และยืนยันว่า ส.ก.ของพรรคประชาชน จะเข้าไปสะท้อนผ่านปัญหาของประชาชนให้กับผู้ว่าฯได้รับทราบทำงานอย่างสร้างสรรค์ตรงไปตรงมาให้โครงการต่างๆ กำหนดตามสิ่งที่ประชาชนต้องการเพื่อตอบโจทย์ปัญหาที่ประชาชนเจอโดยที่ไม่สนใจว่าผู้รับเหมาคือใคร และงบประมาณจะมีความโปร่งใสให้ประชาชนตรวจสอบได้ รวมถึงข้อบัญญัติดูแลความทุกข์สุขของประชาชน ข้าราชการจะได้สบายใจว่าทำอะไร แล้วก็มีกฎหมายเป็นหลังพิง ในขณะเดียวกันตัวกฎหมายที่เรียกว่าข้อบัญญัติก็จะได้เป็นลู่ให้ผู้ว่าฯและข้าราชการ กทม.ไม่ออกนอกลู่นอกทาง

