ชัชชาติ ลุยทรงวาด ปักธง ย่านสร้างสรรค์ 55 แห่ง กระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วกรุงเทพฯ

20.06.26 | 20:48 น.

ชัชชาติ ลุยทรงวาด ปักธง ย่านสร้างสรรค์ 55 แห่ง กระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นางสาวทวิดา กมลเวชช และ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้บริหารด้านความยั่งยืนฯ กทม. และนายเอกวรัญญู อัมระปาล อดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงย่านทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์

ขณะลงพื้นที่ย่านทรงวาด นายชัชชาติ ได้พูดคุยกับนายเกียรติวัฒน์ ศรีจันทร์วันเพ็ญ หรือ ‘อุ๊ย Play Art House’ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการและศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมย้ำวิสัยทัศน์การพัฒนา ย่านสร้างสรรค์ ให้เป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้และสร้างเศรษฐกิจฐานชุมชนทั่วกรุงเทพฯ

ต่อมาเวลา ประมาณ 17.15 น. นายชัชชาติ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงนโยบายส่งเสริมอัตลักษณ์ย่าน เพื่อผลักดันความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของกรุงเทพมหานครให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้มาที่ย่านทรงวาด ซึ่งต่อเนื่องกับตลาดน้อย และต่อเชื่อมไปที่สําเพ็งและเยาวราช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของย่านสร้างสรรค์ ในกรุงเทพ นโยบายของเราอยากให้มีย่านสร้างสรรค์เพื่อเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ ของในชุมชนให้กระจายทั่วกรุงเทพ

Advertisement

“เรามีเป้าหมายไว้ที่ 55 แห่ง จุดหลัก ๆ คือจุดที่ชุมชน มีการรวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง พัฒนาอัตลักษณ์ของตัวเอง กทม. เป็นผู้อํานวยความสะดวก อย่างเช่น ทำฟุตบาทใหม่ จัดการเรื่องการเก็บขยะ และต่อไปจะจัดการสายสื่อสารให้มีระเบียบ ดูแลเรื่องการเชื่อมโยงการจราจร จากตรงนี้ต้องเดินไปถึง สถานีวัดมังกรให้ได้” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ชุมชนเหล่านี้จะเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถพัฒนาเศรษฐกิจได้ ซึ่งกทม.ไม่ได้เข้าไปยุ่งในเนื้อหามาก เพราะว่าไม่มีความรู้เรื่อง เนื้อหาของตลาดเท่าคนที่ทำ

“อย่างทรงวาดเขามีประธานชุมชนที่เข้มแข็งมาก มีประธานชุมชน ของคนที่อยู่ในทรงวาดรวมตัวกัน พัฒนาย่าน ดูแลกันและกัน กทม.มีหน้าที่แค่อำนวยความสะดวก

เราจะทำย่านแบบนี้ให้ครบทั้ง 55 แห่ง อย่างที่นี่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมา ถึง 70% ที่เหลือเป็นคนไทยมาเที่ยว ซึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ร้านค้าเดิมที่เป็นร้านค้าเงียบเหงา ตึกเก่าไม่มีคนใช้ก็พัฒนาเป็นเศรษฐกิจ” นายชัชชาติกล่าว

ด้านนายศานนท์ กล่าวต่อว่า ใน 4 ปีที่ผ่านมาจะเน้น เรื่องของการรวบรวมกลุ่มองค์กร อย่างที่ทรงวาดมีการจดทะเบียนเป็นสมาคมขึ้นมา แต่เดิมจะเป็นบ้านแต่ละหลัง ร้านแต่ละร้าน แต่พอรวมกันเป็นสมาคมจะมีอัตลักษณ์ร่วมกัน

“อย่างทรงวาดจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
1.เรียกว่าเรื่องการรวมกลุ่ม 2. เรื่องของการจัดเทศกาล ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ซึ่งจะมีการจัดประเพณี เทศกาลต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งจะมีอย่างทรงวาดวีค(Song Wat Week) หรืองานBangkok Design Week ต่าง ๆ ที่เข้าไปร่วมด้วย”

นายศานนท์ กล่าวต่อว่า ส่วนสุดท้ายจะเป็นส่วนที่ กทม.เข้ามาหนุนเสริม คือพวกฮาร์ดแวร์ ในเรื่องของการทำทางเท้าต่าง ๆ อย่างที่นายชัชชาติได้กล่าว

นายชัชชาติ เสริมต่อว่า สิ่งนี้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ต้องแยกให้ออกไม่ใช่การจัดตลาดนัด เพราะแบบนั้นคือ ‘การมาแล้วก็ไป’ ชุมชนไม่ได้ประโยชน์ แต่นี่คือการสร้างอย่างยั่งยืน ที่ชุมชนได้ประโยชน์เองด้วย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามีย่านไหน ในกรุงเทพที่สามารถทำเหมือนทรงวาดได้บ้าง?

นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนว่ามี 3 รูปแบบคือย่านชุมชนเดิม เช่น ชุมชนที่เหมือนมีวัฒนธรรมเก่าแก่ แต่ว่าอยู่ในเมือง อย่างเช่น ป้อมมหากาฬ หรือชุมชนที่มีวิถีชีวิตดั้งเดิม เช่นหัวตะเข้ ที่ลาดกระบัง ชุมชนนางเลิ้ง ชุมชนริมบางลําพู และสุดท้ายเป็นย่านเศรษฐกิจ เป็นย่านพาณิชย์ เช่น อารีย์ หรือว่าอย่างที่นี่สำเพ็งแถวๆทรงวาด ต้องแบ่งให้ชัดเจน

“ผมว่าทุกที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาไปด้วยกันได้ อย่างที่นี่จะทำถนนคนเดินได้ไหม ก็อาจจะต้องคุยกับจราจร เราปิดถนนคนเดินสักวันได้ไหม เพื่อให้คนเดินบนถนนสะดวก และการจราจรให้ไปขึ้นรถไฟฟ้าแทน ซึ่งทําได้หลายย่านแต่ละย่านมีอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันไป” นายชัชชาติ กล่าว