โค้งสุดท้าย “อนุชา” หาเสียงชูปราบคอร์รัปชัน ชี้สัญญาณดีคนกลับมาเลือก ปชป.

21.06.26 | 10:10 น.

โค้งสุดท้าย “อนุชา” หาเสียงชูปราบคอร์รัปชัน ชี้สัญญาณดีคนกลับมาเลือก ปชป. ห่วงโครงสร้างอาคารเก่าแยกหมอมี ด้าน “อภิสิทธิ์” ฝากคนกรุง ทบทวน 4 ปีที่ผ่านมายังเจอปัญหาเดิมซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรคอาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้าที่ตลาดยิ่งเจริญ กับนายชัชชนะพงศ์ แก้วทอง ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางเขน

จากนั้นลงพื้นที่กับ นายต้นรังสรรค์ กียปัจจ์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตหลักสี่ ที่ตลาดเมืองทอง (บึงสีกัน) ซอยแจ้งวัฒนะ 14 ก่อนจะลงพื้นที่ร่วมกับนายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ ผู้สมัคร ส.ก.เขตมีนบุรี ที่ตลาดจตุจักร 2 ต่อด้วยการลงพื้นที่กับนายเกษนันท์ เรืองตาบ ผู้สมัคร ส.ก.เขตคันนายาว ที่ ห้างแฟชั่น ไอส์แลนด์

โดยนายอนุชา กล่าวถึงเสียงสะท้อนจากการลงพื้นที่ที่เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายว่า นอกเหนือจากปัญหาเรื้อรังที่ชาวกรุงเทพฯ ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหาขยะและความสะอาดแล้ว ประชาชนยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหา “การทุจริตคอร์รัปชัน” อย่างจริงจัง

“ประชาชนต้องการให้ผู้ว่าฯ และ ส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปขจัดการทำงานที่ไม่โปร่งใสใน กทม. ทั้งในระดับผู้บริหารและข้าราชการประจำ โดยเฉพาะประเด็นการซื้อขายตำแหน่งและการเรียกรับผลประโยชน์ (ใต้โต๊ะ) เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณของกรุงเทพมหานคร จะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและไม่มีการรั่วไหล ซึ่งนโยบายต่อต้านการทุจริตเป็นข้อสั่งการตรงจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่กำชับให้ผู้สมัครทุกระดับ ยึดถือปฏิบัติ หากพบความไม่โปร่งใส หรือมีข้อสงสัยจากสังคม ผู้ปฏิบัติงานจะต้องสามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจนผ่านกลไกของพรรค” นายอนุชา กล่าว

สำหรับผลสำรวจโพลในช่วงโค้งสุดท้าย นายอนุชา ระบุว่า ไม่ได้มีความกังวลใจใดๆ เนื่องจากตลอดการลงพื้นที่ ประชาชนยังคงให้กำลังใจและสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป นอกจากนี้ยังพบสัญญาณบวกจาก 2 กลุ่มหลักคือ กลุ่มอดีตผู้สนับสนุนพรรค ที่เคยไปเลือกผู้สมัคร หรือพรรคอื่น เริ่มแสดงความจำนงกลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง หลังเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ ส่วนกลุ่มที่ยังลังเล เริ่มตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น จากการนำเสนอนโยบายที่เอาจริงเอาจังและวิสัยทัศน์แห่งอนาคตที่พรรคนำเสนอ

Advertisement

นายอนุชา ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุบริเวณเขตสัมพันธวงศ์ในช่วงเย็นเมื่อวานนี้ (20 มิ.ย.)ว่า ตนได้เข้าไปดูสถานที่เกิดเหตุเพื่อดูว่ามีอะไรเพิ่มเติมที่พอจะประสานได้และมีโอกาสสอบถามปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ และได้พูดคุยกับหน่วยกู้ภัยต่างๆ โดยได้พยายามตัดไฟในเบื้องต้นก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมหรืออันตรายกับคนที่อยู่บริเวณรอบข้าง มีการย้ายเสาไฟฟ้า เพื่อให้เข้าไปตรวจสอบได้ ซึ่งจริงแล้วอาคารไม่ได้ถล่มแต่เป็นระเบียงด้านหน้าที่ร่วงลงมา จนเกิดการบาดเจ็บ เสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตกลับมาเตรียมปิดร้าน แต่อย่างอื่นคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในช่วงเช้านี้ ว่าโครงสร้างอาคารต่างๆ เป็นอย่างไร เพราะเท่าที่สังเกตเมื่อวาน บริเวณรอบข้างก็จะมีลักษณะเดียวกัน ซึ่งคงต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเรื่องความแข็งแรงว่า ถ้าทิ้งไว้แบบเดิมจะต้องเข้าไปดำเนินการเร่งด่วนหรือไม่

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การหาเสียงผู้ว่า กทม. ช่วงโค้งสุดท้ายฝากข้อคิดให้ชาวกรุงเทพฯ ทบทวนผลงานการบริหารจัดการเมืองในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ว่าตอบโจทย์ความพึงพอใจหรือไม่ โดยชี้ให้เห็นว่าเพียงแค่ช่วง 1 เดือนของการหาเสียง กรุงเทพฯ ยังคงเผชิญปัญหาเดิมซ้ำซาก ทั้งน้ำท่วม อาคารถล่ม และถนนยุบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายังมีภาระงานที่รอการแก้ไขอีกมาก

นายอภิสิทธิ์ เน้นย้ำว่า นอกเหนือจากการยกระดับความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ แล้ว กทม. ยังต้องการผู้นำที่กล้าตัดสินใจลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งระบบจัดการน้ำท่วม การจัดการขยะ และระบบขนส่งมวลชน

“กรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่าที่เป็นอยู่ การผลักดันให้เป็น AI Hub คือสิ่งที่เป็นไปได้ แต่เราไม่ต้องการให้กรุงเทพฯ เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยกัญชา หรือการปล่อยปละละเลยให้ชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย นี่คือปัญหาใหญ่ที่เราตั้งใจจะเข้าไปแก้ไขและกำหนดทิศทางของเมืองในอนาคต”