เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นางสาวทวิดา กมลเวชช และ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้บริหารด้านความยั่งยืนฯ กทม. และนายเอกวรัญญู อัมระปาล อดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงย่านทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ นำเสนอนโยบายส่งเสริมอัตลักษณ์ย่าน เพื่อผลักดันความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของกรุงเทพมหานครให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในตอนหนึ่งระหว่างการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชน นายธนภัทร เทียนกระจ่าง ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตสัมพันธวงศ์ หมายเลข 1 พรรคประชาชน ซึ่งกำลังหาเสียงอยู่บนรถแห่ ได้ทักทายนายชัชชาติ พร้อมฝากให้ช่วยติดตามปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่
โดยนายธนพัฒน์ได้กล่าวว่า “ฝากเรื่องร้องเรียนด้วยนะอาจารย์” นายชัชชาติกล่าวว่า “ไหน ฝากเลย” นายธนภัทร จึงกล่าวต่อว่า “เรื่องส่วยเยอะมาก ฝากด้วยนะครับอาจารย์” ก่อนนายชัชชาติจะรับเรื่องและกลับมาให้สัมภาษณ์

ต่อมา ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพรรคประชาชน ที่วันนี้มีการเปิดแถลงนโยบาย ในส่วนของการที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตในกทม. ซึ่งมองว่าที่ผ่านมาเหมือนการแก้ปัญหายังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง อย่างที่ทุกคนเห็น ในส่วนนี้มีความคิดเห็นอย่างไร
นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องการทุจริตใน กทม. ดีขึ้น ลดลงมีการ open data ข้อกฎต่าง ๆ ที่ออกมา เป็นข้อมูลที่เปิดเผยไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริต เรื่องงบประมาณ เพราะจริงๆแล้วเริ่มจากการที่เปิดเผยข้อมูล และทำมาอย่างต่อเนื่อง
“ยกตัวอย่างเรื่องการร้องเรียน เรื่องเทศกิจ ตอนที่เข้ามาปีพ.ศ.2566-2567 มีการร้องเรียนประมาณ 100 กว่าเรื่อง แต่ในปีพ.ศ.2568 ลดลงไปเยอะ ตัวเลขต่าง ๆ สถานการณ์ตอนช่วงพ.ศ. 2568-2569 ตอนที่เราทำงานไป 1-2ปี สถานการณ์ดีขึ้น” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ผมว่าเราเอาจริงเอาจังทุกอย่าง เชื่อว่าหลายองค์กรก็ยังชื่นชม ซึ่งกทม.ได้อันดับ 8 จาก 10 ซึ่งหายากที่จะมีหน่วยงานนอกมาให้คะแนนขนาดนี้
“ผมเชื่อว่าเราทำจริงจังแต่ก็ต้องยอมรับว่าก็ยังมีอยู่ ต้องสู้ต่อ และเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ ในอนาคตก็จะมีการเอาข้อมูลต่าง ๆ มาเปิดเผยให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นการขออนุญาตก่อสร้าง อาคารซึ่งปัจจุบันทำออนไลน์แล้ว ต้องให้เป็น 100% เลย อาคารใหม่ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้างแปลงนี้เท่าไหร่ ภาษีป้ายเท่าไหร่ ต้องมีการตรวจในเรื่องส่วยต่าง ๆ” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เรื่องส่วยตนว่าดีขึ้น หมายถึงตอนนี้การจ่ายค่าปรับเทศกิจ จ่ายด้วยออนไลน์ มีคิวอาร์โค้ดให้
“มีใบสั่งมาจะมีคิวอาร์โค้ดพ่อค้าแม่ค้าสแกน แล้วจะเข้าที่เขตเลย ไม่มีเงินสดไม่มีการไปเรียก ถ้ามีการเรียกเงินสดเมื่อไหร่แสดงว่ามีการทุจริต เพราะฉะนั้นมันทำให้เราเห็นถึงความโปร่งใสมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาจะทําให้สถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งต้องเอาจริงเอาจัง และขอบคุณทุกคนที่ช่วยกัน กระตุ้นเรื่องนี้ เชื่อว่าไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะกรุงเทพ แต่เป็นของทั้งประเทศ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วงการหาเสียง?
นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนว่าเราก็มองทุกคนในแง่ดี ทุกคนก็มีเหตุผลและตนว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกคนพูดเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นกัน ขอให้คุยกันต่อเนื่อง และขอให้คุยไปถึงรัฐบาลใหญ่ ทุกส่วนต้องตรวจสอบตัวเองด้วย ตรวจสอบคนที่เกี่ยวข้องด้วย ถึงจะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นได้
“จริงๆแล้วคอร์รัปชั่นมันเป็นสิ่งที่ กัดกร่อนประเทศมากที่สุด ในการเอาทรัพยากรของคนรุ่นใหม่ไปใช้ หน้าด้าน โดยไม่มีอะไรกลับคืนมาให้เขาเลย
ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าผมพูดทุกเวที พูดตั้งแต่เข้ามาเป็นผู้ว่า ว่าปัญหาใหญ่สุดของ กทม. คือคอรัปชั่น เราเป็นนักข่าวเราคงเป็นพยานได้ ไม่เคยพูดเรื่องอื่นเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กัดกร่อน ซึ่งต้องต้องเอาจริงเอาจัง แล้วต้องเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ ซึ่งดีจะได้มีแนวร่วมกันเยอะ ๆ ในการช่วยกันต่อต้าน” นายชัชชาติ กล่าว




