อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงราษฎร์บูรณะ ยันถือความโปร่งใสเป็นนโยบายหลัก ขจัดส่วย-ค่าน้ำร้อนน้ำชา

23.06.26 | 11:33 น.

อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงราษฎร์บูรณะ ยันถือความโปร่งใสเป็นนโยบายหลัก ขจัดส่วย-ค่าน้ำร้อนน้ำชา

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 นำคณะแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ, นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ, นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคฯ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ โดยมี นายไสว โชติกะสุภา ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 2 ร่วมคณะรณรงค์หาเสียงอย่างคึกคัก

โดยคณะเริ่มต้นการลงพื้นที่ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 26 ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชุมชนที่มีความหนาแน่น และมีวิถีชีวิต ผู้คนสัญจรไปมาอย่างไม่ขาดสาย ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าและที่อยู่อาศัยที่สะท้อนภาพเศรษฐกิจระดับฐานราก ก่อนจะแวะพักที่สวนสุขภาพ “สุขเวชชวนารมย์” ซึ่งถือเป็นต้นแบบการเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นประโยชน์ ตามนโยบายของพรรคที่เคยริเริ่มไว้สมัยที่รองผู้ว่าฯ กทม. ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการมอบที่ดินเพื่อสร้างสวนสาธารณะให้กับประชาชน

นายอนุชา กล่าวถึงกรณี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวบนเวทีดีเบตเมื่อวานนี้ (22 มิ.ย.69) ถึงการจัดการบุคคลที่กระทำความผิดทุจริตแล้ว 41 ราย ว่า เป็นเรื่องดีที่อย่างน้อยผู้บริหาร กทม.ที่เพิ่งพ้นตำแหน่งไป เริ่มออกมายอมรับสักทีว่า มีการคอร์รัปชันเกิดขึ้นจริงใน กทม. ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยึดถือเรื่องความโปร่งใสเป็นนโยบายหลัก โดยจะนำระบบแพลตฟอร์มตรวจสอบข้อมูลมาใช้ เพื่อขจัด “ส่วย” และ “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” ที่กัดกินโอกาสของพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย คนตัวเล็กตัวน้อย รวมถึงห้างร้านต่างๆ ให้หมดไปจาก กทม. โดยเน้นวัฒนธรรมการตรวจสอบกันเองภายในพรรคและหน่วยงานอย่างเข้มข้น

ส่วนผลสำรวจคะแนนนิยมที่ยังเป็นรองอยู่นั้น นายอนุชากล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องปกติของโพล แต่ผลลัพธ์จริงอยู่ที่วันหย่อนบัตร ประชาชนสามารถตัดสินใจโดยที่เราไม่ต้องไปชี้นำ และตอนนี้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้เยอะขึ้น ซึ่งตนสัมผัสได้ถึงสัญญาณบวกจากประชาชนที่หันกลับมาสนับสนุนพรรคฯมากขึ้น เพราะฉะนั้นจะเห็นความตั้งใจและเชื่อมั่นในพรรคฯ ที่ยืนหยัดทำงานเคียงข้างคนกรุงเทพฯ มายาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีตำแหน่ง เราไม่เคยหายไปไหน

Advertisement

“เราตื่นกันมาแต่เช้า ทุกคนก็เต็มที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจว่า เราสามารถที่จะนำเสนอนโยบายที่ปฏิบัติได้จริง และไม่ได้มาเพื่อหาเสียงเพียงชั่วคราว แต่มาเพื่อรับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นายอนุชากล่าว

นายอนุชา กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ มาช่วยหาเสียงทุกวัน และรองหัวหน้าพรรคฯทุกคนก็มาช่วยกัน อย่าเรียกว่าเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจให้ตน แต่อยากเรียกว่าสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องชาวกทม. พวกเราทำหน้าที่ตรงนี้มา 80ปีแล้ว ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเราก็เสนอนโยบายที่ดี เราไม่ได้หายไปไหน เพราะฉะนั้นประชาชนอย่าเพิ่งเบื่อเรา เพราะเราทำหน้าที่ด้วยความจริงใจ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนให้เราได้กลับมารับใช้อีกครั้ง

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญคือการย้ำนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาเดิมๆ ที่ประชาชนยังคงเผชิญ และตลอดระยะเวลาหาเสียงผู้สมัครทุกคนก็เจอแบบเดียวกัน คือสภาพปัญหาเดิมๆยังมีอยู่ ทั้งเรื่องจราจร ขยะ และสภาพเศรษฐกิจ การเลือกผู้ว่าฯ ควบคู่กับ ส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์ บางคนทำงานมาต่อเนื่องยาวนาน บางคนเป็น 20ปี ส่วนใหญ่แล้วจากที่ฟังจากพี่น้องประชาชน ก็มีความมั่นใจ มีความใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ผู้สมัครสก.ที่เป็นคนใหม่ ก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำงาน

“ทั้งหมดเราจะนำเสนอว่าถ้าหากเราเข้าไปเป็นทีม เป็นพรรคการเมือง ทั้งในเรื่อองการผลักดันนโยบาย การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆและวัฒนธรรมของพรรคฯที่มีการตรวจสอบกันเอง ผมว่าพี่น้อประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายจากท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติมีความเป็นเอกภาพและไร้รอยต่อ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หลังจากการให้สัมภาษณ์ คณะได้ขึ้นรถแห่หาเสียงทั่วเขตราษฎร์บูรณะ ทักทายประชาชนสองข้างทางถนน ตั้งแต่ชุมชน 400 ห้อง ไปจนถึงตลาดบางปะกอก โดยนายอนุชาได้ลงเดินเท้าสำรวจบรรยากาศการค้าขาย พร้อมพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงในช่วงเช้า โดยเน้นย้ำว่าพื้นที่ตลาดเหล่านี้คือเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ต้องได้รับการสนับสนุน ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบ แต่คือการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้ทำมาหากินอย่างสุจริตและยั่งยืน เพื่อให้ภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ กลับมาเป็นเมืองที่น่าอยู่และมีความหวังสำหรับทุกคน