“ฝากพี่น้องกทม. เลือกคนที่แก้ปัญหาปชช.จริงๆ” คุยกับ บิ๊กแจ๊ส คำรณวิทย์ จากสายตาคนปริมณฑล

24.06.26 | 14:57 น.

“ฝากพี่น้องกทม. เลือกคนที่แก้ปัญหาปชช.จริงๆ” คุยกับ บิ๊กแจ๊ส คำรณวิทย์ จากสายตาคนปริมณฑล

จากข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร มีประชากรสัญชาติไทยอยู่ราว 5,319,580 ในปี 2568 แต่ก็ต่างรู้กันดีว่า กทม. มีประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานอยู่ไม่น้อย

ประชากรแฝง ที่เข้ามาทำงานในเวลากลางวัน และเดินทางกลับออกไปในเวลากลางคืนมีอยู่ไม่น้อย 1 ในนั้นคือคนปทุมธานี ซึ่งการเลือกตั้ง กทม. ในครั้งนี้ จะสำคัญกับเขาไม่แพ้กัน

มติชนออนไลน์ ขอเวลานอก บิ๊กแจ๊ส พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี มาเผยมุมมองเรื่อง “เลือกตั้ง” ในมุมทั้งอดีตคนเคยใช้ชีวิต และ คนบ้านใกล้เรือนเคียง

จากอดีตเคยรับข้าราชการตำรวจเป็น ผบช.น. ดูแลพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ต้องดูแลทั้งปัญหาอาชญากรรม การจราจร ทำให้เห็นปัญหาหลายๆอย่าง จนวันนี้ ที่มานั่งนายกอบจ.ปทุมธานี บิ๊กแจ๊สบอกว่า “ปัญหาของกทม.และปทุมธานี” นั้น คล้ายกันมาก

“กรุงเทพฯ มีฝุ่น PM 2.5 เยอะ ปทุมธานีก็จะเยอะ กรุงเทพฯน้ำท่วม ปทุมก็ท่วม อย่างเรื่องการป้องกันน้ำท่วมนี้ มันต้องทำเป็นทีม ไม่ใช่ต่างคนต่างป้อง มันก็จะพังเหมือนปี 2554”

Advertisement

“ไม่ใช่ดูแต่งบประมาณ แต่ต้องดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากคืออะไร แล้วนำเรื่องนั้นขึ้นมา”

“การทำงานกับประชาชนต้องลงพื้นที่ ต้องไปดูไปผจญด้วยตัวเอง เพื่อตัดสินใจ ไม่ใช่ว่ามีปัญหาให้คนอื่นไปดู อย่างผมเข้ามาเซ็นแฟ้ม บ่ายลงพื้นที่ ปัญหาส.จ.รวมๆมา ออกไปเรียงดูเป็นสายๆ เอาให้จบในเส้นทางนี้ เราก็จะรู้ปัญหา และดูว่าแก้ยังไง เอาให้จบ”

น้ำท่วม ปัญหาใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมนั้นเกิดขึ้นทุกปี เพราะเราอยู่ริมเจ้าพระยา กทม.ก็เหมือนกัน ปีที่แล้วเราทำได้เพราะไปประสานตั้งแต่นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ปทุม อยุธยา กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ อย่างที่กทม.ตอนนั้นก็มี พญ.วันทนีย์ วัฒนะ อดีตปลัดกทม. จัดทีมมาคุยกัน มีทีมผอ.ระบายน้ำ ผอ.เขตที่ติดกับปทุมธานี เราก็ประชุมเรื่องน้ำมาตลอด

พร้อมยกตัวอย่างว่า อย่างที่ปทุมธานี หลังจากหมดหน้าน้ำก็เข้าสู่ปัญหาหน้าแล้ง โดยเฉพาะในอ.หนองเสือ ลาดหลุมแก้วที่เจอกับภัยแล้ง ประชาชนต้องเรี่ยไรซื้อน้ำมันไปสูบเข้าไร่นา เพราะคลองส่งน้ำทุกคลองมีแต่ผักตบชวา น้ำจึงไปไม่ได้ ในอดีตใช้รถแบ๊กโฮบูมยาวไปจอดริมถนน แหวกหญ้า แต่ก็ทำให้ถนนพังและเอางบไปซ่อมถนนต่อ เป็นมา 30-40 ปี อบจ.ปทุมธานีจึงเปลี่ยนวิธีการ เอาโป๊ะลง และค่อยใช้แบ๊กโฮลอกคลอง 2 ฝั่ง น้ำสะอาด ถนนไม่พัง เก็บน้ำได้เยอะขึ้น เป็นการแก้ภัยแล้งได้ถาวร

“กทม.อาจจะไม่มีปัญหาน้ำแล้ง แต่อะไรที่ซ้ำซากอย่างน้ำท่วม ต้องเอามาเป็นโจทย์ ยังไงกทม.ก็ต้องเจอ บางขุนเทียนเห็นท่วมตลอด กระทบกันหมด”

ฝุ่น-สุขภาพคน มองข้ามไม่ได้

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ผมมองว่าคนที่จะเป็นผู้ว่าฯกทม. อยากเห็นว่าทำงานร่วมกัน ไม่เกี่ยงกันว่านี่พื้นที่กทม. นี่ปทุมธานี ที่ผ่านมา ผมไม่เกี่ยงเลย อย่างที่ลำลูกกาติดสายไหมเนี่ย ฝั่งนี้ปทุมธานี ฝั่งนี้กทม. ผมไม่เคยเกี่ยง อย่างวัดสายไหม เขตกทม. แต่พอโรคระบาดมันก็ถึงกันอยู่ดี เราซื้อวัคซีน เราก็ฉีดให้ไปด้วย ใช้พื้นที่วัดสายไหมฉีด เรามีรถพ่นเวลามีฝุ่นละออง เราก็พ่นด้วย เพราะมันก็ลำบากกันทุกบ้าน โรคระบาดไม่ได้ระบาดตามบัตรประชาชน ตามภูมิลำเนา

“ปัญหาสาธารณสุขนี่สำคัญมาก เราให้ความสำคัญ เน้นความสำคัญกับการป้องกัน ตอนนั้นเราเป็นจังหวัดเดียวที่นำร่องซื้อซิโนฟาร์มตั้งแต่โควิด เพราะเราจะปล่อยให้ประชาชนตายแล้วไปวิ่งตามไวรัสมันไม่ทัน”

“ตอนนี้กทม.คุณต้องไปดูตัวเลข ท่านผู้ว่าฯไปดูเลย ไข้หวัดใหญ่ระบาดเท่าไหร่ ปทุมธานีระบาด 1 ใน 10 ของประเทศ ในพื้นที่สาธารณสุขเขต 4 ผมระบาดเป็นอันดับ 2 ผมจะไปรณรงค์ยังไง ผมก็ต้องซื้อวัคซีนไปฉีดให้ประชาชน ฉีดก่อนจะระบาด เพราะว่าจะมีภูมิร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน ถ้าไม่รีบฉีด เดี๋ยวอากาศชื้น ฝนตก ภูมิคุ้มกันยังไม่ขึ้น ก็ไม่ทันเวลา”

“ฝากเลย ผู้ว่าฯต้องลงไปดู ผมอยากเห็นผู้ว่ากทม.ซึ่งคุมงบประมาณหลายหมื่นล้าน ลงไปดูพี่น้องประชาชนจริงๆ ลองดู เน้นป้องกันไม่ใช่เยียวยา”

“เรื่องโรคระบาดนี่ ไม่ใช่ปล่อยให้พี่น้องกทม.เจ็บป่วยแล้วไปหาหมอ คุณไปปรับปรุงรพ. เพื่อรองรับคนป่วยแต่ไม่ป้องกันไม่ได้ มันต้องควบคู่กันไป แต่ถ้าเขาป่วยแล้วไปรพ.กทม.ก็ต้องดูแลเขาให้ดี บริการให้ทั่วถึง แต่สำคัญคือการป้องกัน”

กับเรื่องอากาศ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มองว่าสำคัญไม่แพ้กัน พร้อมฝากผู้ว่าใหม่ให้ลองไปดูพ.ร.บ.อากาศสะอาดใหม่ ที่จะมีผลต่อคนกทม.เยอะ เพราะเกี่ยวข้องกับ PM 2.5 ที่กฎหมายฉบับนี้ ผู้รับผิดชอบคือ อบจ. ที่ท้องถิ่นรับผิดชอบโดยตรง

บิ๊กแจ๊ส กล่าวว่า ท่านจะทำยังไงเรื่องปอด ฝุ่น PM 2.5 มันเยอะขนาดนี้ มันหมายถึงปอดของคน อย่าคิดแค่สร้างสวนสาธารณะ สร้างพื้นที่สีเขียว ก็ทำได้ แต่ฝุ่นที่มีอยู่เราจะทำยังไง ผมก็เตรียมของผมไว้ มีเครื่องจับอากาศ ให้ม.เชียงใหม่เตรียมเครื่องไว้ ขนาดเล็กเท่าโทรศัพท์เอาไว้ไปติดหน้าโรงเรียนสามโคกของอบจ. วันนี้หากอากาศสีแดงเราชักธงเลย ห้ามเด็กออกมาทำกิจกรรมนอกห้องเรียน ซึ่งตอนนี้เราอาจจะทำอะไรไม่ได้เพราะยังไม่มีเครื่องฟอกอากาศใหญ่ๆ ตอนนี้ก็เตรียมทดลองเอาเครื่องฟอกอากาศใหญ่ๆ ที่บรรทุกใน 10 ล้อ ใช้ระบบไฟฟ้า ทดลองว่า ถ้ามันขึ้นสีแดง ผมจะเปิดเครื่องฟอกอย่างแรงนี้ ภายในครึ่งชั่วโมงมันจะเป็นสีเหลือง สีเขียว ให้เด็กออกมาข้างนอกได้

“ปัญหาในกทม.และปทุมธานี มันก็เหมือนกัน ใครได้มาผมก็พร้อมทำงาน มาเลย แนวตะเข็บมาประชุมร่วมกันเลยว่าจะเอายังไง”

เจ้าพระยา 2 ความท้าทายรอผู้ว่าฯคนใหม่

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า อย่างปทุมธานีผมเตรียมของผมที่สุดเลย เพราะปี 2571 แม่น้ำเจ้าพระยา 2 จะเกิดขึ้น เขาขุดจากบางบาลมาออกบางไทร ท้ายเกาะ เข้าปทุมธานี นนทบุรี กทม. ข้อดีคือทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเดิมจะไม่ท่วมอยุธยาแล้ว มันจะเข้าเจ้าพระยา 2 มาทันที อยุธยาสบาย แต่คนปทุมธานี นนทบุรี และ กทม. ต้องเตรียมตัวนะ ต้องวางแผนว่ามวลน้ำที่มาเยอะขนาดนี้ ในคลองส่งน้ำที่ยาวถึง 22 กิโลเมตร ความกว้าง 200 เมตร ที่มันดิ่งเข้ามาเลยเนี่ย เราจะทำยังไงให้มันออกไปถึงสมุทรปราการ กทม. ได้เร็วที่สุด

“เราต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆมาช่วย อย่างที่ผ่านมาลูกชายผมโบลิ่งมีเพื่อน ก็ติดต่อมา เด็กรุ่นใหม่มีดาวเทียมไปจับมวลน้ำตั้งแต่เชียงราย ปิงวังยมน่าน ว่าเท่าไหร่พอถึงปากน้ำโพ ชัยนาท มาเท่าไหร่ ถ้ามันเยอะเราก็ต้องเร่งประสานผันน้ำออกให้เยอะ รองรับน้ำ เตรียมพร่องน้ำในคลองเปิดพื้นที่รับน้ำ พอมวลน้ำมาถึงปทุมธานี เราก็จัดการได้ เครื่องสูบน้ำก็ต้องมี”

ถึงเวลา กระจายอำนาจ

กับปัญหาท้องถิ่นหลายๆอย่าง ทั้งน้ำท่วม สาธารณสุข อาจเป็นอำนาจของท้องถิ่นที่จะช่วยดูแลความเป็นอยู่ชาวบ้านได้ แต่กับบางปัญหา ยังคงติดกับหลักบางประการอยู่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จึงมองว่า การกระจายอำนาจนั้น สำคัญ

“อย่างเรื่องจราจร อย่าไปหวงอำนาจไว้ เราเคยอยู่นครบาล กองบังคับการตำรวจจราจรเนี่ย ทำไมไม่โอนให้กทม.ไป เขามีเทศกิจ เวลาเร่งด่วนเขาจะได้ไปช่วยโบก อย่าไปโยนให้เป็นปัญหาจราจร อย่างดับเพลิง แต่ก่อนขึ้นกับนครบาลก็ยังโอนไปได้ เรื่องนี้ก็เหมือนกัน มอบให้ท้องถิ่นไปเลย ตำรวจอย่าไปยุ่ง หรือ เรื่องรถเมล์ ก็หวงอำนาจเอาไว้ หวงสัมปทาน ใครทำไม่ได้ รถเมล์จากปทุมไปสนามหลวงก็เก่าเหมือน 50 ปีก่อน ปุเลงๆ ซ่อมกันอยู่นั่น มันต้องพัฒนาเป็นรถแอร์รถไฟฟ้าแล้ว”

“มหาดไทยต้องเปิดกว้าง อย่าไปหวงอำนาจ ท้องถิ่นเขาต้องแก้ให้เร็ว เพราะถ้าไม่แก้ รอบหน้าประชาชนก็ไม่เลือกเขา”

“มันทำได้ ทำไมดับเพลิงท้องถิ่นทำได้ แล้วเขาก็ทำได้ดีกว่าด้วยเพราะมีงบประมาณ ถ้าอยู่แบบนี้ ประชาชนไม่ได้เลือกก็อยู่กันแบบนี้ ย้ายก็ไม่ได้ ผมอยากให้ทุกอย่างอยู่กับประชาชน”

กระแสแรงไหม เลือกตั้งรอบนี้

กับเรื่องการเลือกตั้งในรอบนี้ นายกอบจ.ปทุมธานี มองว่า กระแสยังเงียบๆ ไม่หวือวาเหมือนทุกครั้ง ด้วยเพราะเวลาที่สั้น มีแค่เดือนเดียว ทำให้ผู้สมัครอาจจะเตรียมการมาไม่เท่าไหร่ ทำให้คนเดิมได้เปรียบเพราะทำงานมาก่อน

“การเลือกตั้งทุกครั้ง สู้กันแรงทุกครั้ง อย่างผมผ่านเลือกตั้งมา ทุกคนก็มีความหวังทั้งนั้น เพียงแต่กลยุทธ์ของแต่ละคน มันจะใช้ยังไง”

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ บอกว่า อย่างตอนนี้ ผมไม่เกี่ยวเป็นคนนอกที่เฝ้าดูการเลือกตั้ง ก็เห็นมาแล้ว เรื่องทุจริต เครื่องออกกำลังกาย ผมไม่รู้เรื่องหรอกแต่สิ่งนี้มันคือการหาเสียงที่ไม่สร้างสรรค์ มันต้องสู้ด้วยนโยบาย แต่นโยบายก็ต้องทำนะ ไม่ใช่นโยบายดีแต่พอได้ก็ลืม

“การโจมตีเรื่องทุจริตในตอนนี้ผมไม่เห็นด้วย หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบอย่างป.ป.ช. ต้องออกมาทำให้จบโดยเร็ว ถ้าเปิดแผลแล้วผิดจริง ก็ทำให้ประชาชนรู้เลยว่าผิดจริง ทุจริต ไม่ใช่โจมตีไปแก้ไป ความจริงยังไม่ปรากฏยังอยู่ระหว่างสอบสวน ป.ป.ช.ต้องมาเลย สอบให้เสร็จโดยเร็ว ไม่ให้เอามาเป็นเครื่องมือหาเสียง คนจะได้รู้ว่าใส่ร้ายหรือไม่ ทำไมไม่ทำ ปล่อยให้ประเด็นนี้มาเป็นการโจมตีแบบนี้ ไม่สร้างสรรค์ ต้องแข่งด้วยนโยบาย

ส.ก. สำคัญ ละเลยไม่ได้

ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่มีความสำคัญ บิ๊กแจ๊ส มองว่าสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากๆคือตัวส.ก. ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของกระแส แต่เป็นเรื่องของการดูแลชีวิตประชาชน

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ผมฝากคนกรุงเทพฯ ท่านเลือกคนทำงานเถอะ ส.ก.ก็เหมือน ส.จ. ของผม มี 36 คน อย่างในทีมผมมี 25-26 คน ผมเปิดใจพูดนะ ว่าพอเถอะพวกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ผมอยากให้ปทุมธานีพัฒนาทั้งจังหวัด ไม่เฉพาะแค่พื้นที่ส.จ.ของผม ใครอยากได้อะไรเขียนโครงการมาเลย แต่ก็ไม่เขียนไง แล้วก็ไปหาเสียงบอกประชาชนว่าเสนอแล้วไม่ให้ เป็นทีมตรงข้าม คนกทม. ต้องดูส.ก.ที่ใกล้ชิดประชาชน เพราะเขาเป็นคนสะท้อนปัญหาเข้าสภา ไปหาผู้ว่าฯ

ถ้าเลือกส.ก.ที่ไม่เอาไหน มีแต่พูด ไม่เสนอแล้วมีแต่พูดว่าเสนอแล้วเขาไม่ให้ อย่าไปเลือก มันไม่ได้หรอก ต้องดูว่า ส.ก.-ผู้ว่าฯ เขาอยู่กับความเป็นอยู่เรา ไม่เหมือนส.ส. ที่เขามีหน้าที่ออกกฎหมายในสภาฯ เขาไมได้ลงพื้นที่มาแก้ปัญหาให้ประชาชนเท่าไหร่ แต่คนที่ดีเขาก็สะท้อนมาให้เรา ส่งต่อมาให้เราไปช่วย เพราะส.ส.เขาไม่มีงบประมาณ ส.ก.คือสิ่งสำคัญ”

พร้อมว่า ถ้าผมเป็นนายกอบจ. ผมมีไม่ถึง 18 เสียง ผมบริหารงานได้ไหม สภาก็ไม่ลื่น ตีรวนกันไม่ให้ถือว่าเสียงข้างมาก ขวางทุกอย่าง ขอให้ประชาชนคิดดู 4 ปีที่ผ่านมาของกทม.เป็นอย่างไร เหมือนนครรังสิตของลูกชายผม สมัยแรก หัวชนะคนเดียวมีแต่นายก ตำแหน่งอื่นไม่ได้เลย อะไรส.ท.ก็ไม่ให้ผ่าน ในที่สุดนายกก็สะท้อนชาวบ้าน เพราะผลเสียมันอยู่กับประชาชน เวลาประชุมให้ผู้นำชุมชนในรังสิตเข้าฟ้ง ถ่ายทอดสดไป พออีกสมัยร่วงหมดเลย 24 คน

กทม.มันต้องสัมพันธ์กับส.ก. ต้องเอา ส.ก.ที่กล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าสะท้อนปัญหา ให้ผู้ว่าฯรับรู้ สภารู้เพื่อไปแก้ปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ ที่สำคัญอย่าเลือกตามกระแสอย่างเดียว นี่เขาดูความเป็นอยู่เรา ฝากพี่น้องกทม.เลือก ส.ก. ที่เป็นผู้นำ ลงไปแก้ปัญหาประชาชนจริงๆ”

ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ผู้ว่าฯแต่ละท่าน มีวิสัยทัศน์ของท่านอยู่แล้ว แต่คำว่าวิสัยทัศน์ต้องทำด้วย อย่าสักแต่ว่าพูด พูดแล้วต้องทำ ถ้าพูดแล้วไม่ทำ คราวหน้าประชาชนก็ไม่เลือก