‘บิ๊กหยม-พลเอกรังษี’ ขึ้นรถแห่ ตะลุยไชน่าทาวน์ ประกาศ ‘ผ่าตัดกรุงเทพฯ’ ย้ำ ต้องยกเครื่องเมืองทั้งระบบ 

24.06.26 | 20:23 น.

“บิ๊กหยม-พลเอกรังษี” ตะลุยไชน่าทาวน์ ประกาศลั่นถึงเวลาผ่าตัดกรุงเทพฯ ชู AI แก้รถติด-ยกเครื่องเมืองทั้งระบบ 

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 12 ควง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ เดินหน้าหาเสียงแบบไม่หยุดพัก ตระเวนพบปะประชาชนตั้งแต่เช้าจรดเย็นในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน

เริ่มต้นที่เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ถนนวรจักร เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนบริเวณคลองถม ถนนเสือป่า ก่อนเดินเท้าผ่านถนนราชวงศ์ ย่านสำเพ็ง จนถึงท่าน้ำราชวงศ์ ท่ามกลางการต้อนรับจากประชาชนจำนวนมาก

จากนั้นคณะได้ขึ้นรถแห่หาเสียง วิ่งผ่านถนนตรอกวัด ถนนมังกร ถนนทรงสวัสดิ์ วัดเกาะ แยกเฉลิมบุรี แยกหมอมี ถนนมิตรพันธ์ คันกั้นน้ำเต้าทอง ชุมชนตรอกมะขาม 1 และ 2 ก่อนปิดท้ายที่วงเวียน 22 กรกฎา เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ด้วยการปราศรัยใหญ่บนรถแห่ พล.อ.รังษี และ พล.ต.ท.ชาญเทพ ประกาศชัดว่า ถึงเวลาต้อง “ผ่าตัดกรุงเทพฯ” และหยุดวงจรปัญหาซ้ำซากที่คนกรุงต้องเผชิญมานานหลายสิบปี ด้วยการบริหารแบบมืออาชีพและการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

Advertisement

สำหรับนโยบายหลัก 5 ด้านที่พรรคเศรษฐกิจนำเสนอ ประกอบด้วย
1.แก้รถติด ด้วยระบบ AI ควบคุมสัญญาณไฟจราจร เชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ ลดเวลาการเดินทางของประชาชน
2.แก้น้ำท่วม เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ เพิ่มจุดสูบน้ำและบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยี
3.สร้างเมืองปลอดภัย เพิ่มกล้อง CCTV เชื่อมระบบผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือ และใช้ประสบการณ์ด้านตำรวจของ พล.ต.ท.ชาญเทพ ดูแลความปลอดภัย พร้อมปรับบทบาทเทศกิจกว่า 5,000 คน ให้ช่วยงานด้านจราจรและความปลอดภัย
4.จัดการขยะและสิ่งแวดล้อม นำเทคโนโลยีกำจัดขยะระบบพลาสมา ลดปัญหาขยะสะสมและยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมเมือง
5. สร้างเศรษฐกิจเมือง สนับสนุนสตรีทฟู้ด ผู้ค้ารายย่อย และสร้างโอกาสให้คนกรุงเทพฯ มีรายได้เพิ่มขึ้น

พล.อ.รังษี กล่าวบนรถปราศรัยว่า กรุงเทพฯ ไม่ควรเป็นเพียงเมืองที่บริหารงบประมาณไปวันๆ แต่ต้องเป็นเมืองแห่งโอกาส เมืองที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และต้องยกระดับให้ทัดเทียมมหานครชั้นนำของโลก ด้วยนวัตกรรมและการบริหารสมัยใหม่

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ ย้ำว่า ปัญหารถติด น้ำท่วม อาชญากรรม และปัญหาปากท้องของคนกรุง ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ หากมีผู้บริหารที่เข้าใจปัญหา กล้าตัดสินใจ และลงมือทำอย่างจริงจัง
ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันของตัวบุคคล แต่คือการตัดสินใจของคนกรุงเทพฯ ว่าจะปล่อยให้เมืองหลวงเผชิญปัญหาเดิมต่อไป หรือจะเลือก “ผ่าตัดกรุงเทพฯ” เพื่อสร้างมหานครแห่งอนาคตให้เกิดขึ้นจริงเสียที