เดชรัต ชี้ กทม.ค่าหอแพงมาก! ถ้าผู้ว่าฯ คือ ‘โจ’ จะทำที่อยู่ราคาถูก ‘ไม่ไล่รื้อชุมชน’

24.06.26 | 18:18 น.

เดชรัต ชี้ กทม.ค่าหอแพงมาก! ถ้าผู้ว่าฯ คือ ‘โจ’ จะทำที่อยู่ราคาถูก สัญญา สลัม4ภาค ‘ไม่ไล่รื้อชุมชน’ โดยไม่มีแผนรองรับ 

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม จัดงาน ‘วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน’ กรุงเทพฯ เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังเสียงจากภาคประชาสังคม นักกิจกรรม ผู้ที่อยู่ในวงการสิทธิมนุษยชน และว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมตั้งคำถามว่า กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่เคารพสิทธิมนุษยชน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังได้อย่างไร

บรรยากาศเวลา 18.00 น. เข้าสู่เวทีไฮไลต์ “วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน: กรุงเทพฯ เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดย ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครอิสระ, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครพรรคประชาชน, นายจุฬาบุตร ค้าทันเจริญ แคนดิเดตรองผู้ว่าฯกทม. พรรคเศรษฐกิจ, ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ กลุ่มกรุงเทพบินได้ และนายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล ผู้สมัครอิสระ ดำเนินรายการโดย นายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ ทั้งนี้ น.ส.ทวิดา กมลเวชช ทีมชัชชาติ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ติดภารกิจไม่ได้เข้าร่วมตามกำหนดการเดิม

ในตอนหนึ่ง เมื่อจับได้คำถามจากภาคประชาสังคม ว่า จะออกแบบเมืองอย่างไร ให้เป็นหลักประกันว่าไม่ว่าใครก็ตาม เชื้อชาติไหน จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ?

Advertisement

นายจุฬาบุตร จากพรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า ใน กทม.มีคนกลายกลุ่ม ควรต้องออกแบบผังเมืองโดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างรอบด้าน เช่น ในห้างสรรพสินค้า ช้อปปิ้งมอลล์ ถ้าหากเข้าไปจะถูกกีดกันหรือไม่ ซึ่ง กทม.มีหน้าที่ประสานว่าคนที่เขาไม่ได้เป็นทาร์เก็ต ควรสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ร่วมกันได้หรือไม่

อย่างที่สอง ‘คนไร้บ้าน’ ซึ่งไม่ได้กระจุกตัวอยู่เป็นที่ อย่างตอนที่ตนเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เคยไปถามคนไร้บ้าน พบว่า เขาไม่ได้ต้องการบ้าน ‘เขาต้องการงาน’ แต่หาไม่ได้ ดังนั้น กทม.จึงต้องมีหน้าที่พาไป ศูนย์จัดหางาน เช่น ให้เขาไปเป็นอาสาสมัคร ได้ผลตอบแทนเป็นเงิน จัดบ้านให้อยู่ ถ้าเขาไม่อยากอยู่ ก็ต้องถามด้วยว่าเขาอยากอยู่แบบไหน ทำงานได้หรือไม่ ซึ่งจะวิน-วินทั้งสองฝ่าย

“ต้องสร้างเมืองที่ปลอดภัย มีแสงสว่าง ตลอดทางเดินเท้า สำหรับผู้พิการ ตอนนี้เราแทบไม่เอื้อ ทางเท้า รถเมล์สีแดง เขาขึ้นได้หรือไม่” นายจุฬาบุตรกล่าว

ด้าน ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการ Think Forward Center ตัวแทนพรรคประชาชน กล่าวว่า รูปแบบการเลือกปฏิบัติมี 3 แบบด้วยกัน ทั้งอคติทางเพศ ระเบียบบริหาร และรูปแบบบริการ ที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องทำ คือทำความเข้าใจปัญหาและอุปสรรคในการเลือกปฏิบัติ เช่น อคติ ซึ่งไม่ใช่ช่องทางที่กรุงเทพฯต้องการเดินไป จึงต้องเริ่มสร้างจากในโรงเรียน ชุมชน และในกลุ่มที่ให้บริการ เช่น การทำแท้ง ที่สถานบริการไม่ทำให้

“ทั้งหมดที่พูดมา เราอาจยังตกหล่น ดังนั้น การมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงพรรคประชาชน จะผลักดันกฎหมาย ขจัดการเลือกปฏิบัติ” ดร.เดชรัตกล่าว

จากนั้น เมื่อจับได้คำถามจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคว่า “ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ จะรับรองหรือไม่ว่า จะไม่ไล่รื้อชุมชน โดยไม่มีแผนรองรับ?”

ดร.เดชรัตกล่าวว่า รับรองว่า จะไม่มีการไล่รื้อ โดยไม่มีแผน และแผนนั้นต้องมีพี่น้องเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อรับรองว่าจะมีที่อยู่ที่ทำกินอย่างเพียงพอ เป็นหลักการพื้นฐานของพรรคประชาชน ว่า ‘คนเท่ากัน’

“เราอยากแสดงให้เห็นว่า คนเท่ากัน ไม่ใช่อุปสรรคในการพัฒนา แต่จะบอกทั้งประเทศว่า การพัฒนาที่โอบรับคนทุกกลุ่มเป็นอย่างไร

อยากพูดว่า ตอนนี้ปัญหาที่อยู่อาศัยใน กทม. หนักมาก ลูกหลานที่อยู่ต่างจังหวัด จะเข้ามาเรียนต่อ โทรฯ มาสอบถามว่าควรจะไปอยู่ไหน เพราะหอพักราคาแพงมาก” ดร.เดชรัตกล่าว และว่า

ดังนั้น ข้อเสนอที่จะ ‘จัดสรรที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่แพง’ เป็นข้อที่เราให้ความสำคัญอันดับแรก ต่อมา คือกรณีบ้านมั่นคง ในส่วนที่พร้อม สำหรับส่วนที่ยังไม่พร้อม ควรจะมีห้องเช่าที่ราคาไม่แพง ในต่างประเทศเรียกว่า ‘โซเชียลเฮาส์ซิ่ง’ เพราะที่อยู่อาศัยกินไปถึง 30-50 เปอร์เซ็นต์ของรายได้

“เราสามารถปรับหอพัก ราคาไม่แพง รวมถึงเป็นที่ทำมาหากิน ที่อยู่อาศัย เราไม่จำเป็นต้องรื้อใคร แต่จะทำให้ตึกแถวที่ร้างไม่ได้ใช้งาน ได้ใช้ประโยชน์เพื่อคนกรุงเทพฯ” ดร.เดชรัตกล่าว