ชาวกรุง-คนพัทยา
มีเวลาถึง 5 โมงเย็น
เฟ้นคนคุณภาพ เพื่อคุณภาพเมือง
วันนี้ดีเดย์ 28 มิถุนายน 2569
วันที่ชาวกรุงเทพมหานครตามทะเบียนบ้าน จะได้เข้าคูหา กาเบอร์ที่ใช่ เลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ แต่จะเป็นคนเดิมหรือไม่ ต้องติดตาม
เช่นเดียวกับคนพัทยา ที่จะได้เลือกนายกเมืองพัทยา หากมีคุณสมบัติ อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเมืองพัทยา 1 ปี กล่าวคือ มีชื่อในทะเบียนบ้านก่อนวันที่ 29 มิถุนายน 2568 หากยังไม่ครบปีเต็ม หมดสิทธิ
ทั้งชาวกรุงและชาวพัทยา ล้วนได้กาบัตร 2 ใบ กล่าวคือ คนกรุงเทพฯ กาบัตรสีเขียว เลือกผู้ว่าฯ บัตรสีชมพู เลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ส่วนชาวพัทยา เลือกนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยาเช่นกัน
เปิดหีบ 08.00-17.00 น. ไม่มีเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีเลือกตั้งนอกเขต ต้องไปใช้สิทธิในเขตที่มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น
อย่างที่ทราบกันว่าพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษแห่งที่ 2 ต่อจากกรุงเทพมหานคร เพราะสามารถจัดเก็บรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล ปัจจุบัน ยังคงมีความสำคัญด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ โดยเป็นชิ้นส่วนสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
แม้ไม่คึกคักเอิกเกริกเทียบเท่าการเมืองท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ทว่า มีความน่าสนใจชวนให้จับตาไม่ใช่น้อย
สำหรับเมืองฟ้าอมร กรุงเทพมหานครเปิดเว็บไซต์รายงานผลเลือกตั้ง กทม. เช็กคะแนนผู้ว่าฯ และ ส.ก. แบบ ‘เรียลไทม์’ โดยจะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการในราว 2 ทุ่มตรงของวันเลือกตั้ง
ใครใคร่เกาะสถานการณ์ใกล้ชิด เชิญคลิกไปที่ https://bangkokvote69.bangkok.go.th/
ภายในเว็บไซต์ สามารถเลือกติดตามผลการเลือกตั้งอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย โดยระบบจะแสดงรายชื่อผู้สมัครทุกคน พร้อมหมายเลขผู้สมัคร คะแนนเสียง และเปอร์เซ็นต์คะแนนที่ได้รับ รวมถึงสามารถสลับดูผลคะแนนของแต่ละประเภทการเลือกตั้งได้
ไม่เพียงเท่านั้น ยังโชว์คะแนนรวมทั้งกรุงเทพมหานคร คะแนนรายเขต จำนวนหน่วยที่นับแล้ว ความคืบหน้าของการนับคะแนนเป็นร้อยละ ข้อมูลบัตรดี บัตรเสีย และสถิติการนับคะแนน ซึ่งมีการอัพเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยผลคะแนนที่ปรากฏบนเว็บไซต์เป็นผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จนกว่าจะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
หากมองข้ามช็อตไปถึงว่าที่ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ จากข้อมูลที่ ‘เรียลวอตช์ แล็บ’ (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัท ด้าน AI Transformation & Solution และ AI-Data Driven Technology ดำเนินการสำรวจความเห็นของชาวเน็ตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1-21 มิถุนายน 2569 จำนวนกว่า 20,000 ข้อความ พบว่ากว่า 18,000 ข้อความโพสต์เกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ตัวเองจะเลือก ในขณะที่ 1,740 ข้อความ จากโซเชียลมีเดียในทุกแพลตฟอร์ม เขียนข้อความถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการให้ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ทำ
ครั้นประมวลผลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ตามลำดับ พบว่า ‘ชาวเน็ต กทม.’ ขอแจกการบ้านให้ผู้ว่าฯใหม่ พัฒนากรุงเทพฯให้ดีขึ้น ใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม, การจราจร, ความปลอดภัย, แก้ปัญหาน้ำท่วม, เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
โดย อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วนถึง 52% ของการโพสต์ข้อความทั้งหมดว่าต้องการให้ว่าที่ผู้ว่าฯคนใหม่ ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อมภายในเมือง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการบริหารจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร การคัดแยกขยะ ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นปอดให้กับคนกรุงเทพฯและการลดฝุ่น PM2.5
ทั้งนี้ ตามรายงานของกรุงเทพมหานคร พบว่า ปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะเฉลี่ย 8,700-9,000 ตันต่อวัน ในช่วงเทศกาลอาจจะสูงถึง 10,000 ตันต่อวัน หรือประมาณ 4.84 ล้านตันต่อปี
ในขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวรวมทั้งหมด 44.8 ล้านตารางเมตร คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.6% ของพื้นที่เมืองทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วน 8.27 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อสัดส่วนประชากรที่องค์กรอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 9-15 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน
อันดับที่สอง คิดเป็นสัดส่วน 17% คือ เรื่องของการจัดการด้านการจราจรและการพัฒนาการเดินทางในเมือง โดยความเห็นส่วนใหญ่ ต้องการให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคนกรุงเทพฯลดลง โดยระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบรถสาธารณะในปัจจุบันมีต้นทุนที่สูงขึ้นโดยเฉพาะการใช้รถไฟฟ้า รวมถึงอยากให้มีการเชื่อมโยงระบบคมนาคมในพื้นที่ให้เชื่อมต่อกัน ทั้งรถ ราง เรือ และทำให้ต้นทุนในการเดินทางถูกลง
อันดับที่สาม คิดเป็นสัดส่วน 15% เป็นเรื่องของความปลอดภัย และความเป็นระเบียบของเมือง โดยความเห็นส่วนใหญ่ระบุว่า ต้องการให้มีการจัดระเบียบการใช้พื้นที่ทางเท้าให้เหมาะสม รวมทั้งการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถในพื้นที่สาธารณะ ต้องการให้คนที่เดินทางเท้ามีความปลอดภัยในการใช้งาน ไปจนถึงการจัดระเบียบการค้าขายบนทางเท้าที่เหมาะสม เป็นต้น
อันดับที่สี่ คิดเป็นสัดส่วน 12% เป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และการพัฒนาระบบระบายน้ำ โดยข้อความส่วนใหญ่ต้องการให้มีการบริหารจัดการระบบระบายน้ำให้สามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่มีพายุและฝนตกหนัก ควรมีการลอกท่อเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ให้พร้อม รวมทั้งการพัฒนาระบบระบายน้ำของเมือง เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานในแต่ละพื้นที่ เป็นต้น
อันดับห้า คิดเป็นสัดส่วน 3% เป็นเรื่องการดูแลปากท้องเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ของประชาชน โดยข้อความส่วนใหญ่ต้องการให้มีการปรับลดค่าเช่าพื้นที่ในตลาดนัดสวนจตุจักร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมไปถึงการสร้างโอกาสให้ประชาชนมีพื้นที่ในการทำมาหากิน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 เพื่อให้สุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น
สำหรับผู้ชิงชัยในศึกเลือกตั้ง กทม.ครั้งนี้ มีด้วยกัน 18 หมายเลข ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. คือ 4,428,736 คน และมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. จำนวน 4,384,713 คน โดยมีกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) จำนวน 20,548 คน
เตรียมเอกสารแสดงตนให้พร้อม โดยใช้ได้ทั้งบัตรประจำตัวประชาชน ที่แม้หมดอายุก็ใช้ได้ ไม่เพียงเท่านั้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังย้ำว่า แอพพลิเคชั่น ‘ทางรัฐ’ ก็สามารถใช้เพื่อเป็นหลักฐานแสดงตนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมถึงตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ด้วยเช่นกัน
จากวินาทีนี้ มีเวลาถึง 5 โมงเย็น ไม่ว่าฝนตก ฟ้าร้อง เมฆคะนอง ก็ต้องไปใช้สิทธิใช้เสียง เพื่อเฟ้นคนคุณภาพ มาเสกสรรค์สร้างคุณภาพเมืองที่วาดหวังอยากให้เป็นในอีก 4 ปีนับจากนี้



