ศุภณัฐ ปราศรัยช่วย ดร.โจ เคลียร์ชัด สส.สั่งผู้ว่าฯ ไม่ได้ ชี้จุดเปลี่ยน กทม. อยู่ที่ สก.-ผู้ว่าฯ ทีมเดียวกัน 

26.06.26 | 20:04 น.

ศุภณัฐ ปราศรัยช่วย ดร.โจ เคลียร์ชัด สส.สั่งผู้ว่าฯ ไม่ได้ ชี้จุดเปลี่ยน กทม. อยู่ที่ สก.-ผู้ว่าฯ ทีมเดียวกัน 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน ที่สวนเบญจกิติ พรรคประชาชน (ปชน.) จัดปราศรัยใหญ่ภายใต้ชื่องานเติมกรุงเทพให้เต็ม 10 เพื่อรณรงค์หาเสียงให้กับนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยมีแกนนำพรรคและสส.พรรค ปชน. ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารผู้ว่าฯ ประชาชน

โดยเวลา 18.30 น. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า ตนเป็นคนนึงที่จริงจังกับการติดตามการทำงานการพัฒนาแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพราะรู้ว่ากรุงเทพมหานครมีบทบาทสำคัญมากๆ กับชีวิตของทุกคน 90% ของปัญหาที่ถูกส่งไปยัง สส. ของเราใน 33 เขต ส่วนใหญ่แล้วเป็นปัญหาใกล้ตัวเป็นปัญหาหน้าบ้าน เกี่ยวข้องกับบทบาทอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครโดยตรงและสามารถเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการได้

ฉะนั้น จึงบอกว่าทำไมบทบาทของ ส.ก. ถึงมีความสำคัญมาก ในบางเขตถ้าเราโชคดีมี ส.ก.ที่พูดภาษาเดียวกัน เชื่อว่าจะสามารถทำงานด้วยกันได้ราบรื่น แต่ถ้าบางเขตมี ส.ก.ที่ไม่ได้เห็นตรงกัน ไม่ได้มองภาพไปในทางเดียวกันการประสานงานแก้ไขปัญหาก็ยากขึ้น ภาพที่มองอาจไม่ตรงกัน เสียงของ สส. หลายครั้งอาจไปไม่ถึงผู้บริหารของกรุงเทพมหานคร

”มีหลายคนถามว่าทำไมได้ สส. 33 คนแล้วทำไมกรุงเทพฯ ยังเปลี่ยนได้ไม่มากพอ ก่อนอื่นต้องบอกว่าสส.คือฝ่ายนิติบัญญัติ ผมไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว หมายถึงเงินที่จะใช้งบประมาณ เรากำกับการใช้งบประมาณไม่ได้เลยแม้แต่บาทเดียวในกรุงเทพฯ งบประมาณที่กรุงเทพฯมีหลักๆ มีคือ 2 ส่วน คือ เงิน 9 หมื่นล้านที่สภากทม.อนุมัติ และอีก 3 หมื่นล้าน ที่เป็นคำของบประมาณของกทม.ขอเข้ามาในสภาใหญ่ และสภาใหญ่อนุมัติ แต่เราไม่สามารถไปแทรกแซงการจัดสรร หรือไปเสนอแนะ ว่าควรจัดสรรแบบไหนอย่างไรที่จะมีความเหมาะสมได้เลย เราไม่มีอำนาจโดยตรงในการไปสั่งกรุงเทพมหานคร สส.สั่งผู้ว่าฯไม่ได้ สั่งข้าราชการกรุงเทพมหานครไม่ได้ ผิดกฎหมายเราได้แต่ประสาน“ นายศุภณัฐ กล่าว

Advertisement

นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า บทบาทของ สส. กับ ส.ก. จะต่างกัน สส. ถ้าพูดถึงเรื่องการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ การผลักดันรัฐธรรมนูญ พูดถึงราคาโครงสร้างพลังงาน โครงสร้างน้ำมัน การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ของประเทศ สส. เรามีบทบาทอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้สะท้อนเสียงเหล่านี้ไปยังผู้ว่าฯ โดยตรง คนที่จะสะท้อนปัญหาที่อยู่ในเมืองในกรุงเทพฯและปัญหาหน้าบ้านของทุกคนคือ สก. ถ้ามี สก. ที่มีแนวคิดเหมือนกับพวกเราเชื่อว่า เสียงเหล่านี้จะสะท้อนไปถึงผู้ว่าฯได้

นายศุภณัฐ กล่าวอีกว่า แต่สิ่งที่เราอยากจะมองไกลมากกว่านั้นคือ เราอยากได้ส.ก. อยากได้ผู้ว่าฯคนที่จะเข้าไปบริหารเมืองหลวง ที่พูดถึงเรื่องวาระของเมือง ที่พูดถึง agenda ของเมืองจริงๆ เราจะแก้ปัญหาผลกระทบกับการก่อสร้างอย่างไร อยากให้โครงการต่างๆมีการติดตั้ง CCTV มีการติดเซ็นเตอร์ฝุ่นเซ็นเตอร์เสียงต่างๆ เมื่อประชาชนได้รับผลกระทบหรือมีเสียงดังเกิน มีค่าฝุ่นเกิน หน่วยงานเข้าชาร์จดำเนินการได้ทันที รวมไปถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ กทม.มีอำนาจในการอุดหนุนขนส่งสาธารณะ ซึ่งสามารถทำได้ เราอยากเอาจริงเอาจังในเรื่องของการคอรัปชั่น การจัดการฝนทั้งระบบ การพยากรณ์และการคำนวณต่างๆ พื้นที่ไหนท่วมมากท่วมน้อย เราอยากเป็น smart City ที่เราใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จับในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่าฝนมาแล้วไม่ต้องรอให้ประชาชนร้องเรียน

ทุกวันนี้กลายเป็นว่าเราภูมิใจกับการที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร แต่สิ่งที่พรรคประชาชนอยากเห็นคือ การทำงานเชิงรุก ทำไมต้องรอคนร้องเรียนมาก่อน ทำไมปัญหาไฟดับถึงไม่รู้ สามารถใช้กล้อง CCTV ดูได้หมดว่าตรงไหนดับแล้วมาดำเนินการเปลี่ยน ไม่ต้องรอให้ประชาชนมาร้องเรียน แล้วเมื่อไหร่ปัญหามันจะจบ การที่เราจะมีวิชั่นของเมืองได้เราต้องอาศัยสก. มองไกลมากกว่าปัญหาแค่หน้าบ้าน นี่คือสิ่งที่เราอยากเห็น

นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครคือที่สุดของเมืองไทยแทบทุกอย่าง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงิน มีงบประมาณ 120,000 ล้านบาท เงินที่มีอยู่ในอำนาจของผู้ว่าฯมากกว่าจังหวัดอื่น เพราะมีทรัพยากรมหาศาล มากกว่ารัฐมนตรีหลายกระทรวง เพราะฉะนั้นเราต้องใช้ทรัพยากรของกรุงเทพ ให้มันสมกับคำว่ามหานครเสียที

”จึงอยากจะฝากทุกคนเปิดประตู ให้พรรคประชาชน เพราะวันนี้คนกรุงเทพฯพิสูจน์แล้วว่าสามารถขน สส.ทั้งกรุงเทพมหานครได้ แล้ววันนี้ทำไมจะจขน สก.ทั่วกรุงเทพมหานครไม่ได้ เพราะจะเกิดขึ้นข้อบัญญัติต่างๆ การผลักดันงบประมาณที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ก็จะเกิดขึ้นจริงได้ และอำนาจก็อยู่ในมือของทุกคน และอยากให้ทุกคนใช้อย่างคุ้มค่า เพราะเขามีปณิธานและความเชื่อเหมือนเรา ที่อยากจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ และขับเคลื่อนเมืองแห่งนี้ไปด้วยกันอย่างได้อย่างไร ให้เป็นมหานครของพวกเราทุกคน“ นายศุภณัฐ กล่าว