ดร.โจ ลั่น แก้ไขปัญหา กทม.ที่ต้นตอ ทั้งน้ำท่วม รถติด ขยะ รวมถึงการทุจริต ป้องกันล็อกสเป็ค ฮั้วประมูล
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน ที่สวนเบญจกิติ พรรคประชาชน (ปชน.) จัดปราศรัยใหญ่ภายใต้ชื่องานเติมกรุงเทพให้เต็ม 10 เพื่อรณรงค์หาเสียงให้กับนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยมีแกนนำพรรคและสส.พรรค ปชน. ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารผู้ว่าฯ ประชาชน
โดยเวลา 19.45 น. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ปราศรัยว่า เราเลือกตั้งผู้ว่ากันมา 50 ปี เราคุยกับปัญหาเดิมๆซ้ำๆ เป็นปัญหาที่พวกเราเห็นกันมาตั้งแต่เกิดน้ำท่วม รถติด ขยะ จนพวกเราเคยชิน แล้วคิดว่ามันก็เป็นแบบนี้ น้ำท่วม เส้นเลือดฝอย ลอกท่อ ที่ผ่านมา กทม. ลอกท่อไปครึ่งหนึ่ง ถ้าตนเป็นผู้ว่า กทม. จะลอกท่อครบ 100% ใช้งบเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง 300 ล้านบาท แต่เท่านั้นยังไม่จบ เพราะไม่ได้แก้ปัญหาจบ การล้างท่อช่วยระบายน้ำได้ แต่ตนจะแก้ปัญหาที่โครงสร้าง แก้ที่ต้นเหตุ เราจะต้องแยกท่อน้ำฝนกับท่อน้ำเสียออกจากกัน
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า เรื่องการทุจริต การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่เราเจอ ที่ผ่านมามีการส่งข้อมูลมาที่ กทม. สอบก็นานมาก ปรับก็หลักร้อย แล้วเงินภาษีที่หายไปมันได้กลับคืนมาหรือไม่ มันไม่ได้ ถ้าตนเป็นผู้ว่าปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขที่ต้นตอ เราจะแก้ไขปัญหาป้องกันการล็อกสเป็ค ฮั้วประมูล ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใส เอาระบบ AI เข้ามาจับโกง แล้วปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง ทำให้เรามีเงินเข้ามาพัฒนากทม. ทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต้องการเจตจำนง ผู้ว่า กทม. ต้องเอาจริง แล้วนี่หรือคือเหตุผลคือคำตอบว่าทำไมถึงต้องเลือกตน
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ตนจะพิสูจน์ให้เห็นว่าการบริหารงานที่ทำให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำให้เรามีเงิน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น จะทำให้คนที่เป็นคนที่ติดตามการเมือง คนที่อยากตรวจสอบสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ เข้ามาดูได้ว่าภาษีถูกเอาไปใช้ทำอะไร เราจะทำให้คนกรุงเทพไม่เสียดายที่ต้องเสียภาษี เพราะถ้าเขารู้ว่าภาษีทุกบาททุกสตางค์ของเขาถูกเอามาใช้ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น คนกรุงเทพยินดี
”ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าคนที่เคยเชื่อในตัวพวกเราตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน เชื่อในการแก้ไขปัญหาของพวกเราว่าเราแก้ไขปัญหาที่โครงสร้าง แก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ขอให้เขาเชื่ออีกครั้งว่าเราจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ เพราะมีเจตจำนงทางการเมืองที่จะทำ เรามุ่งมั่นมาโดยตลอด ฉะนั้น ขอโอกาสเปิดทางให้เราเข้าไปทำ” นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนรู้ดีว่าหลายคนอาจจะคิดว่าเข้ามาสมัครเป็นผู้ว่า กทม. ทำไม เป็น สส. บัญชีรายชื่อแบบเดิมดีอยู่แล้ว แต่นี่แหละคือเจตจำนงที่ตนเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศไทยที่โครงสร้าง และครั้งนี้เป็นโอกาสที่ทำให้พรรคประชาชนประชาชนได้เข้ามาเริ่มแก้ไขปัญหา
“สิ่งที่ผมมี ผมไม่ได้เก่งทุกเรื่อง แต่ผมพัฒนาตัวเองขึ้นมาในทุกวัน ให้ผมพร้อมที่จะรับหน้าที่ รับความรับผิดชอบของผู้ว่า กทม. ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาเมืองนี้ไปพร้อมกัน แล้วผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าไม่มีซุปเปอร์ฮีโร่คนไหนที่จะเข้ามา หรือไม่มีทีมงานที่เก่งแค่ไหน จำนวนมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถ้าขาดเจตจำนงที่จะแก้แก้ไขปัญหามันก็จะวนเวียนซ้ำซากอยู่เหมือนเดิม นี่คือสิ่งที่แตกต่าง คือสิ่งที่พวกเรามี แล้วผมจะพิสูจน์” นายชัยวัฒน์ กล่าว

