ชัชชาติ ไปมาแล้ว 33 เขต เช้านี้ สักการะ พระเจ้าตากสิน ลุยฝั่งธนฯ เที่ยงเจอกันตลาดธนบุรี
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน สืบเนื่องกรณี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกทม. หมายเลข 9 เปิดกิจกรรม ‘ทริปไฟไหม้’ หาเสียง 24 ชม. โดยเริ่มที่สกายวอล์ก ข่องนนทรี เมื่อ 18.00 น. ต่อมา เดินเท้าไปยังสวนลุมพินิ แวะลานแอโรบิก และขึ้นกล่าวปราศรัยบนลัง
ต่อมา นายชัชชาติ และทีมงาน โดยสาร mrt สถานีสีลม ลงสถานีสนามไชย แล้วปั่นจักรยาน bike sharing สำรวจชีวิตคนยามค่ำคืน ผ่านหน้าศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า ถนนข้าวสาร เกาะรัตนโกสินทร์
จากนั้น ขึ้นรถแห่ตระเวนตามจุดต่างๆ โดนเมื่อเวลาราว 23.30 น. มีการตัดภาพเข้าสตูดิโอ สามย่าน ซึ่งนางสาวทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ และนาย เอกวรัญญู อัมระปาล พร้อมทีมงาน เป็นผู้ดำเนินรายการ นำเสนอบรรยากาศวันลาออก 18 พฤษภาคม ย้อนภาพเก็บของในห้องทำงาน, แวะรับประทานเมนูโปรดใกล้ศาลาว่าการกทม. เสาชิงช้า ร้านเดียวกับวันแรกของการรับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อ 4 ปีก่อน, นาทีขี่จักรยาน Bike Sharing ออกจากศาลาว่าการฯ อำลาตำแหน่งผู้ว่าฯ คนที่ 17
จนถึงภาพการวิ่งเป็นเลข 9 ไทยและอารบิก ที่สวนลุมพินี หลังจับบอลได้หมายเลข 9 ในการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ 2569 เป็นต้น

โดยระหว่างเวลา 01.00-04.00 น. รายการจากในสตูดิโอเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมสะท้อนปัญหาเมืองในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ รายการคลับไนท์เดย์ รายการศึกชิงทุนเด็ก ป.9 รายการข่าว 9 มุม รวมถึงรายการ The Ghost Policy “ไม่อยากให้เมืองหลอน ต้องตื่นมาเลือกตั้ง” ซึ่งเป็นการสลับให้ทีมภาคสนามและชัชชาติได้พักผ่อนร่างกายระยะสั้นบนรถ
ขณะเดียวกัน นายชัชชาติ ยังคงลงพื้นที่ โดยขึ้นรถแห่ติดไฟนีออนสีเขียว สำรวจชีวิตคนเมืองยามดึก และก่อนแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณศาลพระพิฆเนศ ห้วยขวาง

กระทั่งเวลาราว 05.00 น. นายชัชชาติ ออกกำลังกายที่สวนลุมพินี และเดินทางไปยังเขตธนยุรี โดยถึงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อเวลาราว 08.00 น.
นายชัชชาติ พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. สักการะพระเจ้าตากสิน โดยได้พบกลุ่มนักวิ่งอาวุโสที่เข้าพูดคุย นายชัชชาติย้ำว่า อย่าลืมไปเลือกตั้ง 28 มิถุนายน

ทั้งนี้ เขตธนบุรี เป็นเขตที่ 33 ใน 50 เขตที่นายชัชชาติและทีมงานหาเสียงแล้วในทริปไฟไหม้ โดยมุ่งหน้าต่อไปในเขตที่ 34 และมี
กำหนดการเดินทางไปยังตลาดธนบุรีในเวลาราว 15.00 น. และสยามสแควร์ ตามลำดับ โดยจะปิดจบทริปไฟไหม้ในเวลา 18.00 น. ของวันนี้
ทั้งนี้ ชัชชาติระบุว่า การลงพื้นที่กลางคืนเป็นโอกาสสำคัญในการมองเห็นกรุงเทพฯ อีกด้านหนึ่ง เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ใช้ชีวิตคนละช่วงเวลากับคนทั่วไป ทั้งคนทำงานกลางคืน คนเดินทางกลับบ้านช่วงดึก และเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแลความปลอดภัยของเมืองตลอดเวลา พร้อมย้ำว่า “ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ 12 ชั่วโมง แต่ต้องเป็นผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง”

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับนโยบาย “เมืองปลอดภัย ดูแลคน 24 ชั่วโมง” ที่ความปลอดภัยของเมืองต้องเกิดจากระบบที่ทำงานร่วมกันตลอดเวลา ตั้งแต่ไฟส่องสว่างที่ต้องพร้อมใช้งาน กล้อง CCTV ที่ช่วยเฝ้าระวัง เทศกิจที่ออกตรวจพื้นที่เสี่ยง ศูนย์เอราวัณ 1669 ที่ดูแลเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยที่ต้องเข้าถึงเหตุให้เร็ว ไปจนถึงเจ้าหน้าที่เก็บขยะที่ทำให้เมืองกลับมาพร้อมใช้ในเช้าวันใหม่

ในเรื่องไฟส่องสว่าง กทม. ได้เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ไปแล้ว 115,000 ดวง แก้ปัญหาไฟริมถนนผ่าน Traffy Fondue ไปแล้วกว่า 67,000 เคส และมีนโยบายเดินหน้าเปลี่ยน LED เพิ่มอีก 100,000 ดวงในจุดมืด
ด้านการเฝ้าระวังเมือง กทม. มีกล้อง CCTV ประมาณ 64,500 ตัว และมีแผนขยายกล้องของ กทม. ให้ครบ 100,000 ตัว พร้อมเชื่อมเครือข่ายกล้องเอกชนอีก 300,000 ตัวทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงใช้ AI ช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์ จุดเสี่ยง ความปลอดภัย และสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เมืองตอบสนองปัญหาได้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้ BKK Risk Map หรือแผนที่จุดเสี่ยงเมือง เพื่อระบุพื้นที่อันตรายและปรับปรุงสภาพแวดล้อม เช่น เพิ่มไฟ ติดกล้อง ตัดแต่งต้นไม้ลดจุดอับสายตา และจัดเทศกิจตรวจตราตามระดับความเสี่ยง โดยมีการระบุจุดเสี่ยงประมาณ 300 จุด และแก้ไขแล้ว 279 จุด

สำหรับเหตุฉุกเฉิน เมืองต้องมีระบบพร้อมรับมือทั้งกลางวันและกลางคืน ตั้งแต่แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับเขต แผนเผชิญเหตุชุมชน คู่มือประชาชน ไปจนถึงทีมกู้ชีพ กู้ภัย แพทย์ฉุกเฉิน ทีม USAR ทีม Hazmat นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และสัตวแพทย์ ที่ต้องเข้ามาดูแลผู้ประสบภัยให้ครบทุกมิติเมื่อเกิดเหตุใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีระบบบริการสุขภาพสำหรับคนนอกเวลาปกติ ทั้งศูนย์เอราวัณ สายด่วน 1669, Line หมอ กทม., บริการ UMSC, คลินิกนอกเวลา และแผนขยายบริการทางการแพทย์ให้รองรับพนักงานกะกลางคืนมากขึ้น เพื่อให้คนที่ใช้ชีวิตคนละเวลากับคนส่วนใหญ่ยังเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้
อีกภาพหนึ่งที่เห็นชัดในกิจกรรมกลางคืนคือ “คนเก็บขยะ” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำให้เมืองพร้อมใช้งานก่อนเช้า กทม. มีเส้นทางเก็บขยะครอบคลุม 50 เขต โดยหลายพื้นที่เริ่มเก็บตั้งแต่ช่วงเย็นถึงเช้ามืด และในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 ยังต้องเร่งเก็บให้เสร็จก่อน 04.00 น. เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน







