อภิสิทธิ์ ยัน กทม.เปลี่ยนแปลงได้ เตือนคนกรุงอย่าหลงคำว่า อิสระ ที่ปกปิดเป็นแก๊งการเมือง 

27.06.26 | 10:21 น.

อภิสิทธิ์ ยัน กทม.เปลี่ยนแปลงได้ เตือนคนกรุงอย่าหลงคำว่า อิสระ ที่ปกปิดเป็นแก๊งการเมือง 

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.เวลา 08.05 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่ารัาชการกรุงเทพมหานคร โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาธืปัตย์ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ ,นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ ประธานสภาที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ ,นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ ,นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ฯ , นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคฯ,นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคฯ​ ,นายองอาจ คร้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ เป็นต้น ร่วมกันสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ และเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.)

จากนั้นคณะขึ้นรถปราศรัย เพื่อปล่อยขบวนรถหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ตระเวณหาเสียงทั่วกรุงเทพฯ อาทิ ตลาด อตก., งานสหกรุ๊ปแฟร์ ที่ไบเทคบางนา ก่อนเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปรับประทานอาหารกลางวันที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ และนั่งรถไฟฟ้าไปที่ห้าง Central Embassy และ Central ชิดลม ก่อนปิดท้ายการหาเสียงที่ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อขอคะแนนจากคนกรุงฯ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.)

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงคนกรุงเทพฯ ในการหาเสียงวันสุดท้าย ก่อนประชาชนเข้าคูหาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงเดินหน้าต่อแม้จะมีการประเมินว่า พรรคฯ ยังเป็นรอง แต่พรรคฯ ก็จะเดินหน้าหาเสียงจนถึงที่สุด และมั่นใจว่า นโยบายที่พรรคฯ นำเสนอ จะเป็นคำตอบให้กับชาวกรุงเทพฯ ทำกรุงเทพฯ ให้เป็นมากกว่านี้ พร้อมยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดตั้ง หรือ ระดม I.O. มาโจมตีเว็บไซต์ของพรรคฯ ก็แสดงให้เห็นว่า การที่พรรคฯ ออกมาเปิดโปงเรื่องการทุจริตนั้น ไปกระทบกับผลประโยชน์คนบางกลุ่มจริง ดังนั้น พรรคฯ ก็ยังจะคงเดินหน้าตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่า คนกรุงเทพฯ ต้องการเห็นบ้านเมืองสะอาด ไม่เฉพาะเชิงกายภาพ แต่รวมถึงความโปร่งใส ที่จะเป็นคำตอบการแก้ปัญหาหลักๆให้คนกรุงเทพฯ ด้วย ดังนั้นเฉพาะเวลาที่เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะเดินให้ถึงที่สุด

ส่วนที่กระแสพรรคประชาธิปัตย์ไม่คึกคักเท่าการเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้น แม้กระแสจะคึกคักแต่พรรคฯ ก็ยังไม่ได้ สส.เลยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า ตนได้สัมผัสถึงปัญหาที่ประชาชน ยังไม่รับทราบหรือตื่นตัวเท่าที่ควร ค่อนข้างจะผิดวิสัยการเลือกตั้งทุกครั้ง เช่น สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนยังเจอประชาชนที่ไม่ทราบวันเลือกตั้ง และยังไม่นับรวมปัญหาหมายเลขผู้สมัครผู้ว่าฯ และสก.แม้จะอยู่ทีมเดียว หรือพรรคกรเมืองเดียวกัน ก็หมายเลขไม่ตรงกัน

Advertisement

เมื่อถามว่าความมั่นใจจะสามารถดึงคะแนนจากฐานแฟนคลับคนกรุงฯ ดั้งเดิมกลับมาได้หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าผู้สนับสนุน พรรคฯ จำนวนมาก ยังเหนียวแน่นอยู่กับเรา และตนอยากจะสื่อสารถึงคนกรุงเทพฯ ทุกคนว่า กระบวนการเลือกตั้งมีความสำคัญ และต้องตัดสินใจว่า เมืองที่เราอยู่ขณะนี้ ดีพอแล้วหรือยัง หรือเป็นได้มากกว่านี้

เมื่อถามถึง การปราศรัยใหญ่เมื่อคืนนี้ (26 มิ.ย.) ถึงปัญหาการทุจริต หรือ ระบอบอากง ในวันสุดท้ายนี้จะสามารถกระตุ้นให้คนกรุงเทพฯ ตื่นตัวกับเรื่องนี้ได้หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนเข้าใจ และมองเห็นประเด็น แต่หลายคนอาจคิดว่า ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ตนขอยืนยันว่า นายอนุชา และพรรคฯ ยืนยันแน่นอนว่า สามารถเปลี่ยนแปลงได้แน่ และยิ่งพรรคฯ มีแพล็ตฟอร์มส่องรัฐ ก็ยิ่งทำให้พรรคฯ เห็นประเด็นต่าง ๆ ง่ายขึ้น ทำให้การแก้ปัญหาง่ายขึ้นด้วย รวมถึงแนวคิดต่าง ๆ ของพรรคฯ ในการรื้อระบบใบอนุญาตต่าง ๆ ก็สามารถช่วยให้มีความเปลี่ยนแปลงได้

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ผู้สมัคร สก.กลุ่มอิสระที่ระบุการแก้ปัญหา กทม.ต้องมาจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่มติจากพรรคการเมือง และเพื่อให้ระบบตรวจสอบถ่วงกุลทำงานอย่างมีประสิทธิภาพว่า คำว่า ”อิสระ” ใคร ๆ ก็ชอบ เพราะฟังดูดี แต่คำถามคือ อิสระแบบไหน อย่างไร เหมือนเวลาถามว่า อิสระหรือไม่อิสระ ตนก็นึกไม่ออกว่า ใครจะตอบไม่อิสระดีกว่า แต่หากถามว่า ทำงานคนเดียว หรือทำงานเป็นทีม

“ผมก็เชื่อว่า คนส่วนใหญ่จะตอบว่า ทำงานเป็นทีมดีกว่าทำงานคนเดียว และในการเลือก สก.ครั้งนี้ ผมหงุดหงิด เพราะความไม่ตรงไปตรงมา ซึ่งผู้สมัครอิสระ ตามความหมายสากล คือ การลงคนเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับใคร แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นปรากฏการณ์มีอิสระเป็นทีม ซึ่งหากเป็นอิสระเป็นทีม ก็ไม่ใช่อิสระ แต่เป็นกลุ่มการเมือง และถ้าปกปิดก็เป็นแก๊งการเมือง ฉะนั้น พรรคประชาธิปัตย์ อยากเห็นความตรงไปตรงมา และพรรคฯ ได้พิสูจน์มาโดยตลอดว่า เมื่อเข้าไปเป็นทีม ไม่ได้หลับหูหลับตาเชียร์กัน ในอดีตทั้งในสภากรุงเทพฯ หรือสภาผู้แทนราษฎร หากคนของพรรคฯ ทำอะไรที่ถูกตั้งข้อสงสัย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะเป็นคนตรวจสอบ หรือในอดีต สก.พรรคฯ ก็เป็นคนตรวจสอบผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคฯ จึงขอให้มั่นใจ และอย่าหลงกับคนว่าอิสระ ที่ไม่ได้สะท้อนความหมายที่แท้จริงของการทำงาน ซึ่งพรรคฯ มีระบบพรรค แต่ก็เป็นพรรคที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้สมาชิก ทำตามความเชื่อของตนเองได้ ตามกรอบอุดมการณ์ของพรรคฯ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ขณะที่ นายชวน ได้กล่าวเชิญชวนคนกรุงเทพฯ เลือกผู้สมัครที่เป็นคนดี และสังกัดพรรคการเมืองดี เพราะการเมืองขณะนี้ มีภาพลบ สส.มาจากการใช้เงิน สว.มาจากการฮั้ว ข้าราชการมาจากการซื้อตำแหน่ง ซึ่งเป็นภาพที่น่าอัยอายของบ้านเมือง ฉะนั้น การทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลง คือ คนดี ตนจึงย้ำความเป็นคนดี และระบบพรรคการเมือง เพราะระบบพรรคการเมือง จะช่วยการตรวจสอบ เพราะระบบตัวบุคคล เมื่อพ้นหน้าที่ไปแล้ว ก็ถือว่าพ้นไป แต่ระบบพรรค จะมีผู้ที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งเป็นหลักประกันในการบริหาร และพรรคประชาธิปัตย์ มีผู้ว่าฯ กทม.หลายคน ไม่มีประวัติด่างพร้อย

ด้าน นายอนุชา กล่าวว่า ขอให้ชาวกรุงเทพฯ ได้ให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ สก.ทั้ง 50 เขต เข้าไปตรวจสอบการทำงาน และนโยบาย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) จะเป็นวันที่คนกรุงเทพฯ กำหนดอนาคต กทม.อีก 4 ปี ซึ่งการเลือกตั้ง กทม.ไม่เหมือนระดับชาติที่สามารถยุบสภาได้ แต่ กทม.ไม่ง่ายที่จะมีการยุบสภา ดังนั้น หากพลาดในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) ก็จะต้องรออีก 4 ปี จึงไม่อยากให้คนกรุงเทพฯ เสียโอกาสนี้ไป และอย่าเลือกเฉพาะความถูกใจ แต่จะต้องเลือกความถูกต้อง บนหลักการความเป็นจริงที่พรรคการเมืองควรจะเป็น จึงหวังว่า คนกรุงเทพฯ จะให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.ทั้ง 50 เขต