วิดา ยังไม่เย้! แต่ดีใจ ชัชชาตินำโด่ง แจงไม่ได้เบี้ยวเวทีแอมเนสตี้ฯ ติดธุระกะทันหัน – ตอบตรงๆ ยังไม่ทราบไลน์อัพรองผู้ว่าฯ ไม่ปฏิเสธ หากถูกทาบทามอีกสมัย
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พ.ศ.2569 โดยภายหลังจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ปั่นจักรยานเดินทางไปใช้สิทธิ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 26 โรงเรียนแจ่มจันทร์ เขตวัฒนา เป็นคนที่ 2 ก่อนเวลาเปิดคูหา (07.55 น.) จากนั้นพาบุตรชาย นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ แสนดี ไปเลือกตั้ง ก่อนไปร่วมลุ้นผลที่ สเตเดียมวัน ถนนบรรทัดทอง
เวลา 16.00 น. ที่สเตเดียมวัน ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ วอร์รูมลุ้นผลเลือกตั้งกับ ‘ทีมชัชชาติ’ ทีมงานได้จัดเตรียมหน้าจอขนาดใหญ่ เป็นจอ LED สำหรับงานอีเวนต์กลางแจ้ง พร้อมแสง สี และเครื่องเสียงเต็มรูปแบบ เตรียมมอนิเตอร์ผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ รวมถึงจัดที่นั่งเพื่อรองรับประชาชนที่คาดว่าจะเข้าร่วมลุ้นผลการเลือกตั้งประมาณ 400 ที่นั่ง ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก โดยเจ้าหน้าที่ได้ปีนขึ้นไปตรวจสอบระบบไฟเวที ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดต่างนำไม้ถูพื้นมารีดน้ำเพื่อกันลื่น
ทั้งนี้ นายชัชชาติ เปิดเผยด้วยว่า ในปีนี้ไม่มีผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งของทีม ต่างจากเมื่อปี 2565 ที่ผู้สังเกตการณ์จะส่งคะแนนเข้ามารวมที่ส่วนกลาง พร้อมทั้งยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่า อยากเห็นคนกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิให้ถึงร้อยละ 80 เพื่อสร้างฉันทามติที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนเมือง ร่วมกับ ส.ก.ชุดใหม่
เวลา 17.15 น. นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ, นายเอกวรัญญู อัมระปาล อดีตโฆษกของกทม. เดินทางมาถึง รวมถึงอดีตรองผู้ว่าฯ ชุดเดิม อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นางสาวทวิดา กมลเวชช เป็นต้น ด้านประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยจับจองที่นั่ง

เมื่อถามถึงผลโพล ที่คะแนนของนายชัชชาตินำอยู่ตอนนี้
น.ส.ทวิดากล่าวว่า หมายถึงเอ็กซิทโพล หรือไม่ ? ยอมรับว่ายังไม่ได้ดู เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่นี้ เปิดเข้าไปดู ก็ได้เห็นบ้างบางส่วน
เมื่อถามว่าใจชื้นขึ้นหรือไม่?
น.ส.ทวิดาเผยว่า เขาเพิ่งนับกันไปไม่เท่าไหร่เอง แต่จากผลโพลที่มีแนวโน้มดี ก็รู้สึกดีที่คนยังชอบอาจารย์ชัชชาติอยู่ และคงเห็นว่างานที่ทำมา มีผลงานบ้างพอสมควร
“รู้สึกเห็นข่าวแว้บๆ เมื่อช่วง 3-4 โมง เหมือนคนออกมาใช้สิทธิกันไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ มองจากมวลรวมมากกว่า เราก็อยากให้คนออกมาใช้สิทธิเยอะๆ อยากเห็นว่าทุกคนคิดยังไง ชอบอะไร เพราะว่านโยบายของหลานท่านก็ค่อนข้างดี ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ชนะเข้าไปจากผลวันนี้ ได้นำเอาไปปรับใช้” น.ส.ทวิดาเผย
เมื่อถามถึง ไลน์อัพรองผู้ว่าฯ จะยังเหมือนเดิมหรือไม่ ?
น.ส.ทวิดาเผยว่า ไม่รู้จริงๆ ไม่ได้พยายามจะไม่ตอบ แต่ตนไม่ทราบจริงๆ หากเทียบจากครั้งที่แล้ว กว่าอาจารย์จะรู้ตัวว่า ท่านอาจารย์ชัชชาติทาบทามตน คือทราบตอนประมาณ 21.00 น. ด้วยซ้ำ
“อันนี้ก็พูดแทนทีมเลยว่า ครั้งนี้ก็คงต้องรอแบบนั้น เพราะอาจารย์ชัชชาติเองก็ไม่ใช่คนที่พูดไปเรื่อย ก็คงต้องมีความมั่นใจระดับที่สูงก่อนที่จะไปทาบทามใคร” น.ส.ทวิดากล่าว และว่า
เนื่องจากเป็นทีมทำนโยบายคงเห็นด้วยอยู่แล้ว ในสิ่งที่นายชัชชาติอยากทำ ถ้าท่านเลือกให้เป็นรองผู้ว่าฯ อีกสมัย ก็น่าจะไม่ปฏิเสธ
เมื่อถามถึงกรณีที่ แอมเนสตี้ฯ ประเทศไทยเชิญร่วมเวทีดีเบท สิทธิมนุษยชน ที่หอศิลป์กทม. แล้ว แล้วไม่ได้ขึ้นเวทีตามกำหนดการเดิม ?
น.ส.ทวิดาเผยว่า ปกติเราจะไม่พยายามปฏิเสธแต่ละเวที ในกรณีที่คิวชน ถ้าไม่ใช่ นายศานนท์ หรือ นายวิศณุ ก็จะเป็นตนที่ไปเอง
“เป็นความเห็นของอาจารย์ ตอนแรกเข้าใจว่าจะเป็นศานนท์ไป แต่ติดงาน ชนกันกับที่เรานัดชุมชนที่ทรงวาด ส่วนตัวเราเองมีเรื่องฉุกเฉินทางครอบครัวนิดหน่อย ก็เลยแจ้งเขาไปก่อนล่วงหน้า แค่ 3 วัน ว่าเราติดจริงๆ” น.ส.ทวิดากล่าว และว่า
แต่วันนั้น ตอนประมาณเกือบๆ 13.00 น. เราพาอาจารย์ชัชชาติเดินไปตรงนั้น เพื่อที่จะเข้าไปตรงบริเวณที่จัดงาน แล้วก็ได้สัมภาษณ์รายละเอียด รวมถึงแนวนโยบายทั้งหมดที่จะทำ
“ก็ต้องยอมรับและขอโทษจริงๆ ที่เราไม่สามารถร่วมเวทีได้ แต่ว่าก็พยายามจะให้อาจารย์ท่านตอบ ในเกือบจะทุกเรื่องที่เขาถามเกี่ยวกับเนื้อหาบนเวทีนั้น ต้องบอกว่าติดกะทันหันทุกคนจริงๆ” น.ส.ทวิดาเผย
เมื่อถามต่อว่าไม่ใช่ว่าจงใจหลีกเลี่ยงที่จะไม่ตอบ?
น.ส.ทวิดาเผยว่า ความจริงแล้วเมื่อวานนี้ ก่อนที่จะหมดเวลาหาเสียง ก็ได้เจอกับผู้แทนของแอมเนสตี้ฯ เขามาคุยเรื่องเกี่ยวกับแนวนโยบาย น่าจะอีกประมาณ 5 ข้อที่เขาถามความเห็นเรา
“ศานนท์ กับเรา ก็ช่วยกันตอบไปแล้ว เข้าใจว่าเขา (แอมเนสตี้ฯ) ก็ได้คุยกับท่านอาจารย์ชัชชาติด้วยว่า คิดเห็นเป็นอย่างไร และหลายๆ อย่างในนั้นเราก็ทำอยู่แล้ว อย่างที่ส่วนตัวรับผิดชอบโดยตรงคือ เรื่องสาธารณสุข เรื่องของการตอบรับที่จะดูความหลากหลาย กลุ่มเปราะบาง
ในหลายๆ เรื่อง กรุงเทพมหานคร ก็ดำเนินการอยู่ ก็ได้ตอบในรายละเอียดไปแล้ว เพียงแต่ว่า อาจจะจังหวะไม่ดี ก็เลยทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่า ทำไมเราปฏิเสธเขา” น.ส.ทวิดาเผย
เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้คะแนนนำโด่ง คิดว่าหลังจากนี้งานจะหนักเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?
น.ส.ทวิดากล่าวว่า ตอบแบบอาจารย์ชัชชาติว่า ตราบใดที่ ยังไม่นับเกินไปกว่า 60-70 % แล้วก็คงไม่เย้ ขึ้นมาก่อน แต่ที่เห็นคะแนนตอนนี้แล้วก็รู้สึกดีใจ
“ถามว่างานหนักไหม เดินหาเสียงอยู่ 30 วัน นโยบายเพิ่มขึ้นมา 11 เรื่องจาก 250+ หนักอยู่แล้ว งานต้องเยอะขึ้น ท่านอาจารย์ชัชชาติตั้งใจไว้ว่าอยากจะให้มันก้าวกระโดด ก็คงต้องทำอะไรมากกว่าเดิม” น.ส.ทวิดาเผย
ก่อนให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษ





