ทีมชัชชาติ ลุยทันที ประกาศแก้ไขภายใน 100 วัน เร่งสางปัญหาคอร์รัปชั่น
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายกเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.
หลังปิดหีบเลือกตั้ง ในเวลา 17.00 น. ที่สเตเดียมวัน ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ สถานที่ตั้งวอร์รูมลุ้นผลเลือกตั้งกับทีมชัชชาติ
นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กรณีหากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ได้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.อีกครั้งจะดำเนินการเรื่องใดเป็นเรื่องแรกว่า เรื่องนี้นายชัชชาติเขียนแผนไว้แล้ว เตรียมดำเนินการเรื่องต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายใน 100 วัน แบ่งเป็นแผนระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว รวมนโยบายกว่า 200 ข้อ เรื่องการปรับโครงสร้างการแก้ไขปัญหาทุจริตเป็นอีกหนึ่งเรื่องนายชัชชาติได้เตรียมไว้เพื่อแก้ไขภายใน 100 วันด้วย
ส่วนเรื่องคะแนนของโพลนำมาในทุกสำนัก นายต่อศักดิ์กล่าวว่า คะแนนโพลนั้นนำมาเรื่อยๆ แต่ปัญหาอุปสรรควันนี้เท่าที่ทราบคือฝนตกตอนท้ายใน 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดหีบเลือกตั้ง ช่วงเช้าบางหน่วยมคึกคัก จึงคาดว่าน่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิราวร้อยละ 50 อาจไม่ถึงครั้งที่แล้วมีผู้มาใช้สิทธิประมาณร้อยละ 60 ส่วนเรื่องคะแนนนั้นตอนนี้ยังไม่แน่ใจถ้าหากได้เท่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วก็เท่ากับว่าเราทำงานได้น้อยกว่าเดิม ก็หวังว่าควรจะมากกว่าเดิม
เมื่อถามเรื่องของการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหารตำแหน่งรองผู้ว่าฯ ที่ปรึกษาต่างๆ นายต่อศักดิ์กล่าวว่า อันนี้ไปติดเรื่อง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2525 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม จะต้องดูร่วมกับร่างของฝ่ายรัฐบาล ทางสภาก็มีร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ตำแหน่งรองผู้ว่าฯก็เท่าเดิม ตาม พ.ร.บ.เก่ามี 18+1 อย่างไรก็เท่าเดิม แก้ไม่ได้ เมื่อถามว่า จะมีการเปลี่ยนคนหรือไม่ นายต่อศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการหารือกัน ทุกคนทำงานได้หมด ปัญหาคือเราอยากได้คนรุ่นใหม่ๆ ให้เขามีโอกาสมากกว่านี้ คนอย่างพวกตนก็ควรจะอยู่ข้างหลัง ไม่ควรทำ เมื่อถามว่า แล้วจะกลับมาเป็นประธานที่ปรึกษาเหมือนเดิมหรือไม่ จะเคาะกันเมื่อไหร่ นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า ต้องถามผู้ว่าฯ เนื่องจากผู้ว่าฯเป็นคนแต่งตั้ง ก็คงจะเร็วๆ นี้ เมื่อถามว่า หากได้ดำรงตำแหน่งเดิมต่อไปจะปรับภาพลักษณ์หรือไม่ให้ชื่ออากงออกไป นายต่อศักดิ์กล่าวว่า ระบบที่ทำคือระบบชัชชาติ มีอดีตท่านผู้ว่าฯเป็นกองหน้า เดินเก็บงานตลอด วันนึงประมาณ 18 เรื่อง ทุกงาน งานพิธีการต่างๆ ท่านไปหมด หลังบ้านมีรองผู้ว่าฯ มีที่ปรึกษา และผู้ช่วยเลขาฯ เรามีคนเท่านี้ เป็นข้าราชการการเมือง ตาม พ.ร.บ.ใหม่ต้องเลื่อนขึ้นไปเยอะ เพียงแต่ว่าการกระจายอำนาจต่างๆ จะเกิดขึ้นอีก ฉะนั้นอย่าคิดว่ามีระบอบอากง ระบบที่ท่านอดีตผู้ว่าฯวางไว้เป็นระบบใหม่ เชื่อว่าไม่เคยมีที่ไหนเคยทำ เมื่อถามถึงกรณีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ดูเหมือนจะเป็นช่องใหญ่ถูกโจมตีในช่วงหาเสียง จะเตรียมรับมือทางอย่างไร หากได้รับเลือกเป็น สมัยที่สอง
นายต่อศักดิ์กล่าวว่า ความจริงเรื่องคอร์รัปชั่นจะมี 2-3 เรื่อง เวลาคนมองดูระบบคอร์รัปชั่นของ กทม. เราสั่งสมการปราบปรามคอร์รัปชั่นตามเกณฑ์ของรัฐบาล มีหน่วยงานนอกและกฎหมายเต็มไปหมด ครบทั้ง 3 ป. ป.ป.ช ป.ป.ท. และ ปปง. รวมถึงกระทรวงเข้ามาร่วมด้วย ทำให้ส่วนนี้ขับเคลื่อนได้ อำนาจของ กทม.ทำได้แค่เพียงเรื่องวินัยและการละเมิด ทำอย่างอื่นไม่ได้เลย ส่วนระบบการเมือง ทางอาญาหรือกฎหมายอื่น หน่วยงานอื่นก็แยกกันทำพร้อมกัน เหมือนที่เดินพร้อมกันอยู่นี้ คนส่วนใหญ่ไปเน้นว่าทำไมผู้ว่าไม่จัดการ เรามีอำนาจแค่ทางวินัย ก็ว่าไปตามนั้น กระบวนการหารือ จะมีคณะกรรมการร่วมกลั่นกรองทุจริตก่อนจะเข้าถึงผู้ว่าฯ อย่างที่ 2 คือกระบวนการปราบปรามคอร์รัปชั่นทั้งหมด จะต้องเป็นออนไลน์ สามารถติดตามได้ทุกขั้นตอน เอาออกมาให้ได้ และประชาชนสามารถร่วมติดตามได้ ถ้าเราทำทั้งสองอย่างได้ วิ่งเข้าศูนย์กลาง แยกไปทางอาญาและวินัย ผ่านกระบวนสอบสวนสืบสวนภายใน จะโปร่งใส่ทั้งระบบพร้อมทำทันที อยู่ในแผน 100 วัน
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองผู้ว่าฯชุดเดิม และว่าที่รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงปัญหาจะแก้ไขเป็นอันดับต้นๆ ว่า มีปัญหาหลายเรื่องต้องทำไปพร้อมกัน แต่ปัญหาสำคัญตอนนี้คือเรื่องน้ำท่วม เนื่องจากเข้าฤดูฝน เป็นปัญหาคนกรุงเทพฯกังวล ถึงแม้เราคิดว่าระบายได้ดีขึ้น แต่ยังมีจุดเสี่ยงอยู่ จึงเป็นเรื่องต้องทำเรื่องด่วนที่สุด
เมื่อถามถึงนโยบายตั้งขึ้นมาแล้วรู้สึกภูมิใจมากที่สุด พร้อมทำทันที นายวิศณุกล่าวว่า ตนว่าต้องมองเป็นทีมคือเรื่องการระบายน้ำ เริ่มเห็นผล เราทำมาถูกทางแล้ว จุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากลดลงไปเยอะ แต่ยังมีจุดเหลืออยู่ ต้องดำเนินการต่อเพื่อให้จุดเสี่ยงเหล่านั้นหมดไป
เมื่อถามถึงหนึ่งในการผลักดันแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่ผ่านมาคือการขอใบอนุญาตออนไลน์ จากนี้จะดำเนินการเชิงรุกอย่างไรต่อไป นายวิศณุกล่าวว่า ตอนนี้เราดำเนินการไปแล้วคือการขออนุญาตก่อสร้างบ้านใหม่ ไม่เกิน 2,000 ตรม. ไม่เกิน 3 ชั้น สามารถขออนุญาตออนไลน์จะได้อนุมัติภายใน 14 วัน ส่วนจะขยับต่อไปคือการขออนุญาตก่อสร้างทุกประเภท ให้ยื่นออนไลน์ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ยังมีปัญหาการดัดแปลงอาคารเก่า ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบออนไลน์ได้ เนื่องจากต้องใช้คนดูรายละเอียดและสภาพอาคาร ส่วนนี้อาจให้เอกชนเข้ามารับผิดชอบร่วมด้วย เป็นสิ่งต้องดูต่อไป
เมื่อถามว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่คนส่วนใหญ่ มองว่ายังแก้ปัญหาไม่ได้ ส่วนตัวมองอย่างไร นายวิศณุกล่าวว่า เราต้องแก้เชิงโครงสร้าง จริงๆ ต้องดูว่าต้นตอปัญหาคืออะไร การดัดแปลงอาคารเก่า ต้องยอมรับว่าหลายอาคารอาจจะสร้างโดยไม่ถูกกฎหมายมาตั้งแต่เดิม เมื่อขอดัดแปลงจึงต้องพิจารณาแบบแปลนเก่า เมื่อไม่ตรงกับสภาพแบบเดิม ก็ทำให้เกิดช่องว่างทางกฏหมาย ทำอย่างไรก็ไม่ถูกกฎหมาย เพราะของเดิมผิดกฎหมายมาอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งได้คุยจากทางสภาสถาปนิก สภาวิศวกร คือเราสามารถกิโยตีนกฎหมายได้หรือไม่ เนื่องจากในทางปฏิบัติ (practical) ไม่ตรงกับบริบทสภาพการณ์ในปัจจุบัน แต่จะไม่ compromise (ประนีประนอม) ไม่ยืดหยุ่นเรื่องความปลอดภัย ยังเน้นเรื่องความปลอดภัยของอาคารและประโยชน์สาธารณะ แต่ยืดหยุ่นให้สามารถดัดแปลงอาคารได้ อย่างเช่น อาคารพาณิชย์ ตึกแถวทั้งหมด ถ้าหากจะปรับปรุงดัดแปลงอาคาร ก็จะต้องมีระยะร่น มีที่จอดรถ เป็นต้น ข้อจำกัดที่มีอยู่ จะต้องเข้าไปผลักดันต่อ
เมื่อถามถึงกรณีการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ จะแก้ไขอย่างไร นายวิศณุ กล่าวว่า ถ้าเราทำให้กฎหมายชัดเจน ปฏิบัติได้จริง ลดใช้ดุลพินิจ จะช่วยลดโอกาสการเรียกรับสินบนได้จริง
เมื่อถามว่า ประเมินว่าใน 4 ปีข้างหน้า หากได้กลับเข้ามาอีกสมัยจะแก้ไขปัญหานี้ให้จบเลยหรือไม่ นายวิศณุกล่าวว่า ก็ต้องร่วมกัน การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างคือการผลักดันกฎหมายด้วย ต้องผ่านการเห็นชอบของสภา กทม.ด้วย ไม่ใช่แค่นั้น กฎหมายตัวนี้ยังต้องไปถึง กฎหมายควบคุมอาคาร (พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522) เป็นของรัฐบาลโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นผู้กำกับ เป็นกฎหมายขัดและแย้งกับกฎหมายแม่ ต้องผ่านอีกหลายด่าน
เวลา 20.05 น. นายชัชชาติขึ้นเทวีครั้งแรก หลังทราบผลไม่เป็นทางการ คะแนนนำอยู่อันดับ 1 โดยขึ้นเวทีพร้อมกับกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง พร้อมทั้งนายแสนปิติ บุตรชาย ได้เข้ามาสวมกอด และหอมแก้ม ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติเล่าเรื่องน่าประทับใจ คือการทำให้คนในครอบครัวเดียวกัน เลือกคนเดียวกันได้
“ล่าสุดผมคะแนนนำอยู่ที่ 64% จาก 61% เมื่อครั้งที่แล้ว ใน 4 ปีข้างหน้า จะทำตามสัญญาไว้ให้ดู รวมถึงยืนยันเรื่องระบอบอากงว่าไม่มี พร้อมดูแลคนทั้งกรุงเทพฯ ไม่ใช่เฉพาะคนเลือกผมเท่านั้น” นายชัชชาติกล่าว
เมื่อถามถึง ส.ก.ดูจากภาพล่าสุด จะมองการทำงานกับคนเข้ามาอย่างไร นายชัชชาติกล่าวว่า สะท้อนชัด เราเลือกสภา กทม.กับผู้ว่าฯแยกกัน ดังนั้น ผู้ว่าฯจะได้เสียงส่วนใหญ่นั้น ไม่ได้การันตี ไม่มีใครได้เสียงข้างมาก หลักการก็คือผู้ว่าต้องทำงานกับ ส.ก.ทุกคนได้ ดีเสียอีกมีหลากหลาย จะได้ตรวจสอบผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯก็ต้องดูแลทุกเขต ไม่ใช่แค่เขตเราคะแนนเยอะ เพราะทุกเสียงมีความหมาย เป็นหลักการสำคัญของการเลือกตั้งท้องถิ่น เหมือนที่ผ่าน เราก็โดนตรวจสอบอย่างเข้มข้น พร้อมและยินดีเต็มที่ จะทำงานร่วมกันกับ ส.ก.ทุกคน จะบอกว่าหนนี้สนุก เพราะเรามีแคมเปญไม่เหมือนเดิม ขอเสียงปรบมือให้กับทุกคนคิดแคมเปญ
“ตอนแรกเรายังงงว่าไม่มีป้ายหาเสียง จะทำได้เหรอ แต่เราก็ยังได้คะแนนมาถึงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เปลี่ยนวิธีคิด ให้เอ๊ะบ้าง ขอบคุณทีมงาน ถ้ากล้าคิด ผมก็กล้าทำ ไม่มีปัญหา” นายชัชชาติกล่าว พร้อมสอบถามว่า ชอบการหาเสียง 24 ชม.หรือไม่ ได้ดูหรือเปล่า ด้านประชาชนส่งเสียงว่าตอบรับว่า ดู นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ดีนะ มีรายการผีด้วย แต่รอยหน้าตนหาเสียงไมได้แล้ว เป็นได้แค่สองสมัย
เมื่อมีผู้ถามว่า เป็นนายกฯได้หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นผู้ว่าฯนี่แหละ

