ปชน. ส่ง ‘ส.ก.เนอส’ ชิงประธานสภา กทม. ชู AI สแกนงบฯ-เปิดผลโหวตทุกมติ เผยมี 4 เสียงพร้อมหนุน

30.06.26 | 12:27 น.

ปชน. เคาะส่ง ‘ส.ก.เนอส’ ชิงเก้าอี้ประธานสภา กทม. ชู เปิดผลลงมติอัตโนมัติ-ไลฟ์ทุกประชุม พร้อมใช้ AI สแกนงบฯ 70 บอก ได้มา 22 เสียงประสบความสำเร็จแล้ว ด้าน ‘วิโรจน์’ เปิดวาระ 6 เดือนแรกสภา กทม. ดันข้อบัญญัติไซต์ก่อสร้างปลอดภัย-คุมอาคารเก่า เผย เบื้องต้นมี 4 เสียงพร้อมหนุน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 มิถุนายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทีมบริหารผู้ว่าฯ พรรคประชาชน พร้อมด้วยว่าที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคประชาชน ทั้ง 22 คน แถลงกรณีเสนอชื่อผู้เข้าชิงประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมวาระผลักดันสภาโปร่งใส ในยุคผู้ว่าชัชชาติ 2 ว่า จะมี 2 ข้อบัญญัติแรกที่พรรคประชาชนจะเร่งขับเคลื่อนเป็นวาระสำคัญของเมือง และวาระสำคัญของสภา กทม. คือ 1.ข้อกำหนดไซต์ก่อสร้างปลอดภัยเพื่อให้ใช้ก่อสร้างทุกแห่งในกรุงเทพฯ มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด มีการเปิดเผยสัญญาประกันภัย มีการเข้มงวดและดูแลเรื่องของความปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณไซต์ก่อสร้าง หรือเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นประชาชนจะได้รับความคุ้มครองการดูแลการชดเชยจากประกันภัยอย่างเต็มที่

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า 2.ข้อบัญญัติควบคุมอาคาร เพื่อให้อาคารเก่าทั้งหมดในกรุงเทพฯ มีมาตรฐานในการตรวจสอบ มีการปลดล็อกเอาอาคารที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยมาใช้งาน เพื่อประโยชน์สาธารณะของชาวกรุงเทพฯ อาทิ เรื่องการทำฟู้ดคอร์ทในราคาย่อมเยา เป็นต้น รวมถึงอาคารขนาดใหญ่ที่อาจจะต้องมีข้อบัญญัติกำกับให้มีการจัดสรรพื้นที่ไว้สำหรับจอดรถเมล์หรือรถสาธารณะ เพื่อคลี่คลายปัญหาการจราจรในห้างสรรพสินค้าหรืออาคารใหญ่

นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ 2 ข้อบัญญัติดังกล่าวแล้ว ยังมีข้อบังคับที่เราจะเพิ่มขึ้นมาด้วยคือ ข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งเป็นวาระที่เหมาะสมอย่างมากที่เราจะขับเคลื่อนสภา กทม. ให้มีความโปร่งใส ทุกการประชุมเมื่อมีมติใด ๆ ชาวกรุงเทพฯ ควรที่จะได้รับรู้ด้วย ทุกอย่างต้องมีการเปิดเผยเป็นสาธารณะว่ามีโครงการใดเกิดขึ้นบ้าง ใช้งบประมาณเท่าไหร่ ใช้จ่ายไปอย่างไร ซึ่งตนคิดว่าทั้ง 3 เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ขณะที่คณะกรรมการวิสามัญนั้น จะมี 2 ชุดที่เราจะตั้งขึ้นมาทันทีคือ 1.คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาการส่งตัวผู้มีสิทธิบัตรทองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีหลายคนที่ชื่อของเขาสังกัดอยู่ในคลินิก และเมื่อต้องการการรักษาตัวกับคุณหมอเฉพาะทาง หรือต้องการได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์ที่ซับซ้อนมากขึ้น จะมีปัญหาในเรื่องของการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทุติยภูมิหรือโรงพยาบาลตติยภูมิ ถือเป็นปัญหาที่มีอยู่ทุกเขต และส.ก.เรามีความตั้งใจอยากมากที่จะหาแนวทางร่วมกันกับรัฐบาลกลางในการแก้ไขปัญหานี้ให้ลุล่วง และ กทม. มีความจำเป็นต้องนำงบประมาณไปอุดหนุนและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ก็จะได้นำเรียนวิธีแก้ปัญหากับผู้ว่าฯ รับทราบและผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

Advertisement

2.คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเขตประเวศ รวมถึงการคัดแยกขยะและฝังกลบขยะ ซึ่งเราควรมีแนวทางการจัดการขยะในกรุงเทพมหานครในระยะยาวที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสภา กทม.ในปี 2570 ที่ประชาชนอยากเห็นว่ามีการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา โดยพวกเรามีความตั้งใจที่จะนำ AI เข้าไปสกรีนตรวจสอบโครงการทั้งหมดในงบปี 2570 เพื่อเป็นหูเป็นตาให้กับผู้ว่าฯ รวมถึงจะมีการเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมตรวจสอบ นี่คือวาระเมืองในช่วง 6 เดือนแรก

“ฉะนั้น การจะขับเคลื่อนวาระเมืองให้เป็นไปอย่างรวดเร็วพรรคประชาชน จึงมีความเห็นว่าเราต้องการประธานสภา กทม. ที่เข้าใจวาระเมืองและยึดมั่นอุดมการณ์ที่จะทำให้สภาโปร่งใส มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคนนั้นที่เราเห็นพ้องต้องกันทีาจะสนับสนุนให้เป็นประธานสภา กทม.คือ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ ส.ก.เขตบางซื่อ” นายวิโรจน์กล่าว

ด้านน.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนในฐานะแคนดิเดตประธานสภา กทม. ของพรรคประชาชน เสนอคือการเอาวาระการทำงานเป็นที่ตั้ง สิ่งที่เราผลักดันมาตลอดคือสภาโปร่งใส ใครทำอะไรต้องรู้หมด รวมถึงการทำให้สภาแห่งนี้เป็นสภาที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงที่สุด สำหรับสภาโปร่งใสที่เราเสนออันดับแรกคือ การเปิดเผยผลการลงมติของ ส.ก.ทุกคนให้เป็นอัตโนมัติ โดยเราจะไปแก้ข้อบังคับจากเดิมที่ผลการลงมติจะไม่ได้มีการเปิดเผย ต้องไปขอประธานสภาให้เปิดเผยและที่ผ่านมาเกิดความอิหลักอิเหลื่อค่อนข้างเยอะว่าทำไมจึงขอโครงการนี้ แล้วไม่ขอโครงการนี้ ดังนั้นเราจะคืนความปกติให้กับสภา กทม. ให้เปิดเผยผลมติของทุกท่านทุกครั้งอย่างอัตโนมัติเหมือนสภาใหญ่ที่ทำมาแล้ว

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า อันดับต่อไปที่เราผลักดันมาตลอดคือการไลฟ์สดการประชุมคณะวิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรุงเทพมหานคร ที่เราต่อสู้กันมาเป็นระยะเวลานานในสมัยที่ผ่านมา ครั้งนี้เราจะแก้ไขข้อบังคับให้รวมคณะกรรมการสามัญและวิสามัญทั้งหมดของสภากรุงเทพมหานครให้เป็นการไลฟ์สดโดยอัตโนมัติ แต่หากวาระไหนที่ประชุมแล้วมีชื่อบริษัทที่อาจจะมีความเสี่ยง หรือเกี่ยวกับความมั่นคงก็สามารถที่จะพักการถ่ายทอดสดได้

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวด้วยว่า อันดับถัดไปคือประสิทธิภาพในการทำงานของ ส.ก. ที่เรามีการเปิดเผยการเข้าประชุมของ ส.ก. ว่าในการประชุมกรรมการสามัญและกรรมการวิสามัญ ส.ก.ท่านนั้นเข้าประชุมบ่อยแค่ไหน อันดับต่อมาที่สำคัญมากคือเราจะไปแก้ไขข้อบัญญัติเพื่อให้เอกสารที่ฝ่ายบริหารจะส่งมาให้สภา กทม.ในการตรวจสอบงบรายจ่ายประจำปีจะต้องมี Machine Readable แนบมาด้วย เพื่อให้มีการพิจารณาอย่างมีประสิทธิ

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เราจะผลักดันให้มีการจัดตั้งสำนักงานวิชาการและงบประมาณของสภา กทม. ที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานเรื่องงบประมาณของ ส.ก. โดยการวิเคราะห์งบประมาณมาล่วงหน้าแล้วว่ารายการต่างๆ นั้นมีความต่างจากราคากลางเท่าไหร่ บริษัทที่เสนอมานั้นเสนอโครงการใดอีกบ้าง ย้อนหลังไปกี่ปี สนับสนุนข้อมูลในการร่างข้อบัญญัติให้ ส.ก.ด้วย เพราะที่ผ่านมาเป็นการทำงานร่วมกับฝ่ายกฎหมายซึ่งไม่เพียงพอ

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า สุดท้ายที่เราคิดว่าควรจะมีมากๆ และเราจะผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้คือการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบสัญญาผูกขาด โดยเราจะตั้งคณะกรรมการนี้ขึ้นมาเพื่อทบทวนสัญญาระยะยาวของกรุงเทพมหานคร ที่มีวงเงินเกิน 1 ร้อยล้านบาทขึ้นไปที่ทำกับเอกชน โดยเราจะเน้นไปสัญญาที่เกี่ยวข้องกับโรงขยะท การให้สัญญาสัมปทานกรุงเทพมหานคร และการจัดซื้อจัดจ้างระยะยาวในระบบไอทีต่างๆ ที่มีความเสี่ยงที่จะทุจริต

“สุดท้ายดิฉันในฐานะแคนดิเดตประธานสภา กรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน เราตั้งใจว่าเราจะผลักดันวาระเหล่านี้ให้ได้ และคาดหวังว่าเพื่อนสมาชิก หลายคนในสภากรุงเทพมหานครจะเห็นวาระนี้ตรงกันกับเราจึงขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกให้เข้ามาร่วมกันกับเรา สิ่งที่เราผลักดันมาตลอดสี่ปีเราต้องการให้สภาแห่งนี้ไปสภาที่โปร่งใสประชาชนสามารถเข้าถึงได้มีประสิทธิภาพในการทำงานและขอฝากพี่น้องประชาชนเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วย” น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ขณะนี้หาพันธมิตรได้แล้วหรือไม่ที่จะมาสนับสนุนเรา นายวิโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้มีอย่างน้อย 4 คนแล้วที่เห็นตรงกันและมาพูดคุย เข้าใจว่าสามารถกำหนดวาระในการทำงานร่วมกันแล้ว ฉะนั้น จึงต้องขอขอบคุณว่าที่ ส.ก.ทั้ง 4 คนนั้นด้วย อย่างน้อยขณะนี้ก็สามารถนับ 22+4 ไปได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีว่าที่ ส.ก.อีกหลายท่านที่เรายังหารือกันอยู่ แต่ยืนยันว่าการหารือที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการหารือโดยเอาวาระเมืองเป็นตัวตั้ง เป็นการหารืออย่างสร้างสรรค์

เมื่อถามถึง กรณีที่นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ว่าที่ ส.ก.ลาดกระบัง ประกาศว่าพร้อมที่จะหนุนน.ส.ภัทราภรณ์นั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเปิดทีเดียวดีกว่า และการเปิดต้องให้ทางท่าน ส.ก. เป็นคนเปิด แต่เบื้องต้นต้องขอบคุณนายสุรจิตต์มาก ๆ

เมื่อถามว่า ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการติดต่อพูดคุยอะไรกันหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ระหว่างนี้ก็มีการพูดคุยกันตลอด เพราะการทำงานของสภา กทม.จะต้องทำงานร่วมกัน จริง ๆ เราต้องการ 50 เสียง อาทิ การผลักดันการแก้ไขปัญหาเรื่องบัตรทองที่เกิดขึ้นกับทุกเขต ลำพัง 22 เสียง 25 เสียงหรือ 27 เสียงไม่มีพลัง แต่เชื่อว่าเวลาที่ ส.ก. เวลานั่งคุยกันเขาจะคุยกันเรื่องนี้ จึงคิดว่าอยากให้เป็นวาระของเมืองร่วมกัน หากเราได้ 50 คนไม่มีปัญหาเลย

เมื่อถามว่า หาก น.ส.ภัทราภรณ์ ได้เป็นประธานสภา กทม. โครงการและการดำเนินงานต่าง ๆ จะราบรื่นและดีกว่าสำหรับคนกรุงเทพฯ อย่างไรบ้าง น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าการที่เรามีเพื่อน ส.ก.เพิ่มเป็น 22 เสียงจะทำให้การทำงานง่ายขึ้นอย่างแน่นอน แต่ในวาระเมืองปกติก็จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ในหลายเรื่อง สุดท้ายเราต้องเอาพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการรวมตัวของส.ก.เพื่อสกัดขาพรรคประชาชน น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้หากเราย้อนดูการทำงานของสภา กทม.ที่ผ่านมา ก็เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น และได้แต่คาดหวังว่าเมื่อเราเสนอวาระเมืองของเราไปแล้ว หาก 28 เสียงที่เหลือหรือจะกี่เสียงก็ตามหากมีวาระอย่างไรก็ควรที่จะเสนอมาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เราคาดหวังว่าเราจะได้ ส.ก. เกินครึ่งเพื่อที่จะผลักดันวาระที่เราต้องการทำให้ง่ายขึ้น แต่เมื่อผลออกมาเป็น 22 ตนก็ยังถือว่าเป็นความสำเร็จและหากดูในภาพรวมกันจริง ๆ ส.ก. ของพรรคประชาชนก็เป็นหน้าใหม่กันมาก ๆ หากดูเป็นในเชิงลึกลงไปอีกก็จะเห็นว่ากลุ่มหรือพรรคอื่น ไม่มีหน้าใหม่เลยจึงคิดว่านี่เป็นความสำเร็จที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ สำหรับสนามท้องถิ่นของพรรคประชาชนในครั้งนี้