ชัชชาติปรับใหญ่! เปิดชื่อ ‘ทีมผู้บริหาร’ ไร้ ‘ต่อศักดิ์’ จักกพันธุ์ นั่งปธ.ที่ปรึกษาฯ แทน-‘พรพรหม’ ขึ้นรองผู้ว่าฯ
ภายหลัง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่างเป็นทางการ นั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 สมัยที่ 2 เข้าร่วม ‘พิธีเข้ารับตำแหน่งและมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร’ อย่างเป็นทางการ

โดยเวลา 10.00 น. นายชัชชาติ เดินทางออกจาก กกต.ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ โดยแวะรับประทานอาหารก่อนเข้าศาลากทม. โดยเดินทางถึงศาลากทม. เมื่อเวลา 10.32 น. ท่ามกลางข้าราชการต้้งแถวรอต้อนรับ
นายชัชชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ เข้าถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และลงนามถวายพระพรชัยมงคล ถวายราชสักการะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายสักการะสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และลงนามถวายความอาลัยฯ บริเวณด้านหน้าห้องรัตนโกสินทร์
จากนั้น เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการ กทม. ได้แก่ ‘พระพุทธนวราชบพิตร’ บริเวณด้านหน้าหอพระพุทธนวราชบพิตร, ก่อนขึ้นไปยังชั้น 5 เพื่อสักการะ ‘หลวงปู่มงคลประสาท’ ที่ศาลพระภูมิ ต่อด้วย ‘เจ้าพ่อเพ่งนั้มกิมไซ’ ณ ศาลจีน บริเวณชั้นเดียวกัน

กระทั่งเวลา 11.00 น. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ นายชัชชาติร่วม ‘พิธีเข้ารับตำแหน่งและมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร’ โดย นายชัชชาติเป็นผู้ส่งมอบ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้แก่ นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อลงนามในหนังสือมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้านบนเวทีจากนั้น ปลัดกทม. ส่งมอบหนังสือมอบหมายงานในหน้าที่ฯ ให้แก่ นายชัชชาติ พร้อมกล่าวแสดงความยินดีและมอบแจกันดอกไม้แก่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 สมัยที่ 2
จากนั้น เวลา 11.45 น. ที่ห้องอมรพิมาน นายชัชชาติ และคณะ เข้าประชุมหารือข้อราชการ ร่วมกับ ปลัดกรุงเทพมหานคร และรองปลัดฯ
กระทั่งเวลา 12.30 น. ที่บริเวณสนามหญ้า ด้านหน้าหอพระพุทธนวราชบพิตร นายชัชชาติ นำแถลงเปิดตัวทีมงาน ‘คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร’ ดังนี้

‘รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร’ ได้แก่ รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล (ดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายจราจร และการระบายน้ำ), รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชชา (ด้านสาธารณสุข การแพทย์ และการจัดการภัยพิบัติ), นายศานนท์ หวังสร้างบุญ (ด้านการศึกษา พัฒนาสังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว และ นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร (Chief Sustainability Officer: CSO)
‘เลขาผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ‘ ได้แก่ นายคุณานพ เลิศไพรวัลย์
’ผู้ช่วยเลขาฯ‘ ได้แก่ นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์
, นายยุทธนา ปัญจธนศักดิ์, น.ส.ภาพพิมพ์ พิมมะรัตน์ และ น.ส.นริศรา สื่อไพศาล
’คณะที่ปรึกษาฯ‘ ได้แก่ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม
ประธานที่ปรึกษาฯ (อดีตรองผู้ว่าฯ ด้านการคลัง งบประมาณ และการจัดการสิ่งแวดล้อม) , พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี, ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร, พล.อ.อ.นพ.ทวีพงษ์ ปาจรีย์, ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์, เอกวรัญญู อัมระปาล, น.ส.ดนุดา จิวจินดา, น.ส.ลัพธวรรณ ลีรพงษ์กุล และ น.ส.ณัฐพัชร ทวีวรรณบูลย์
พร้อมแถลงนโยบายเร่งด่วน

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 13.30 น. นายชัชชาติ พร้อมคณะ จะเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ได้แก่ ศาลพระภูมิชัยมงคล และศาลตา-ยาย ด้านหน้าอาคารสำนักการโยธา, สักการะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ด้านหน้าอาคารไอราวัตพัฒนา พร้อมปลูกต้นไม้ ‘ไทรย้อยใบแหลม’ บริเวณโซนต้นไทร ลานพระอินทร์ทรงช้าง ร่วมกับปลัดกรุงเทพมหานคร และรองปลัด-กรุงเทพมหานคร รวม 26 ท่าน
นายชัชชาติ และปลัดกทม. จะปลูก ‘ต้นไทรย้อยใบแหลม’ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำกรุงเทพมหานคร เป็นต้นไม้ยืนต้น ที่มีความแข็งแรง ยั่งยืน ให้ร่มเงาเหมาะกับสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ควมร่มเย็น ความเจริญงอกงามและการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน เหมือนดังกรุงเทพฯที่มุ่งพัฒนาเมืองโคกคู่กับการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน

ในส่วนของ รองผู้ว่ากทม. ทั้ง 4 ท่าน จะปลูกต้น ‘ตะแบก’ ซึ่งเป็นต้นไม้มงคล มีชื่อที่มงคล สื่อความหมายถึงการแบกรับ และแบ่งเบาภาระ ถือเป็นต้นไม้ที่ตามความเชื่อโบราณเชื่อว่าช่วยค้ำจุนให้เกิดความร่มเย็น นิยมปลูกประดับบ้าน สวน และริมถนนทางเดินเพื่อให้ร่มเงา อีกทั้งยังมีดอกที่สวยงาม สีม่วงอมชมพู อีกทั้งยังมีสรรพคุณที่น่าสนใจ เปลือกของจะแบก มีสรรพคุณเป็นยาแก้ลม ดอกเป็นยาบำรุงหัวใจ เป็นต้น
นอกจากนี้ ผู้บริหารท่านอื่นๆ ยังร่วมปลูกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ประกอบด้วย ต้นประดู่แดง ต้นกัลปพฤกษ์ และต้นปีบ โดยจะมีการติดคิวอาร์โค้ดทุกต้น
ก่อนเข้าประชุมร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. การจัดการธุรกิจข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย 2. การบริหารจัดการอาคารเก่า 3. การจัดการปัญหาขยะ และ 4. การดำเนินการด้านการต่อต้านการทุจริต จนถึงเวลาประมาณ 17.00 น.


