ชัชชาติ ขอ 2 เดือน เตรียมเจรจารัฐบาล ‘หั่นค่ารถไฟฟ้า’ ลุยเมกะโปรเจ็กต์-ปิดจ๊อบ ‘ผังเมืองรวม’

9.07.26 | 14:08 น.

ชัชชาติ สั่งงานรองฯณุ ขึงแผนเมกะโปรเจ็กต์ ‘สะพานคนเดิน’ พร้อมเดินหน้า ‘ผังเมืองรวม’ คาดต้นปีหน้าปิดจ๊อบ ขอ 2 เดือนเตรียมแผนเจรจา ‘พ.ร.บ.ร่วมทุน’ คุยรัฐบาล ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 สมัยที่ 2 เข้าร่วม “พิธีเข้ารับตำแหน่งและมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” อย่างเป็นทางการ ซึ่งเดินทางมาถึงเมื่อเวลา 10.32 น. ท่ามกลางข้าราชการต้้งแถวรอต้อนรับ โดยร่วม “พิธีเข้ารับตำแหน่งและมอบหมายงานในหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ที่ห้องรัตนโกสินทร์ เมื่อเวลา 11.00 น.

ต่อด้วยการเข้าประชุมหารือข้อราชการ ร่วมกับปลัดกรุงเทพมหานคร และรองปลัด ที่ห้องอมรพิมาน ก่อนออกมานำแถลงเปิดตัวทีมงาน “คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร”

เมื่อถามว่า ในช่วงหาเสียง ได้เปิดเผยว่าจะมีการทำเมกะโปรเจ็กต์ โครงการสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา (สะพานคนเดิน-จักรยาน) เมื่อได้เข้ามาเป็นผู้ว่าฯสมัยนี้ มีแผนงานหรือแนวทางในการดำเนินการอย่างไรบ้าง? นายชัชชาติเผยว่า ได้มอบหมายให้นายวิศณุ ทรัพย์สมพล ไปทบทวนเรื่องสิ่งที่ต้องทำตามกฎหมาย

“คงต้องขึงแผน แล้วดูว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งคงแบบต้องมาก่อน แล้วทำ EIA สอบถามความเห็นพี่น้องประชาชนว่าเห็นชอบด้วยไหม รูปแบบเป็นอย่างไร แต่คิดว่าเรื่องนี้ต้องเดินหน้าต่อ” นายชัชชาติระบุ

Advertisement

เมื่อถามต่อว่า ในเชิงงานค้าง กทม.มี “ร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่” (ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) พ.ศ. ….) ว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไรในยุคนี้ และในช่วง 4 ปีข้างหน้า “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” จะหมดสัมปทานในปี พ.ศ.2572 มีแนวนโยบายอย่างไรบ้าง?

นายชัชชาติเผยว่า เรื่องของผังเมือง ตอนนี้อยู่ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว จากนั้นจะรับฟังความคิดเห็นประชาชนอีก 60 วัน ก่อนส่งกลับมาให้เราพิจารณาอีกครั้ง

“จะเร่งดำเนินการเลย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปีหน้า และจะมีขั้นตอนสุดท้าย คือนำเข้าสู่สภา กทม. เพื่อผ่านการอนุมัติ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเลยในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นกฎหมาย พ.ร.บ.ผังเมืองฉบับใหม่ ซึ่งตอนเข้าสู่สภามีคำถามว่าสรุปแล้วสภาแก้ไขได้หรือไม่ และถ้าแก้ไขต้องไปนับหนึ่งใหม่ไหม ต้องคุยกับกรมโยธาฯ อีกทีว่ารูปแบบเป็นอย่างไร แต่จะผลักดันให้เสร็จภายในต้นปีหน้า” นายชัชชาติเผย

จากนั้น นายชัชชาติกล่าวถึง “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากต่ออนาคตของ กทม. เพราะปัจจุบันต้องเรียนว่า ค่าจ้างเดินรถแพงมาก เราขาดทุนอยู่ประมาณเกือบปีละ 5,000 ล้านบาท

“พอถึงปี 2572 ส่วนไข่แดงจะกลับมาเป็นของ กทม. แต่ ณ เวลานั้นก็มีสัญญาจ้างเดินรถส่วนไข่แดงต่อไปเลย ถึงปี 2585 เป็นการเซ็นสัญญาล่วงหน้าไป 30 ปี

ฉะนั้น พอถึงเวลานั้นเราก็ยังไม่ได้เป็นอิสระอย่างเต็มที่ เพราะยังมีสัญญาของส่วนไข่แดง ซึ่งรวมแล้วปีนึงประมาณ 18,000 ล้านบาท ที่ต้องจ้างเขาเดินรถจนถึงปี 2585 ซึ่งรายได้เผลอๆ ใกล้เคียงกันเลย” นายชัชชาติกล่าว และว่า ดังนั้น หัวใจตอนนี้คืออยู่ในขั้นตอนที่ต้อง “เจรจา พ.ร.บ.ร่วมทุน” ซึ่งคาดว่าทางที่ปรึกษาจะสรุปได้ภายในประมาณ 1-2 เดือนนี้ว่าจะเจรจาอย่างไร

“หัวใจเท่าที่ผมมองคือ ‘ต้องเจรจาค่าจ้างเดินรถให้ถูกลงกว่านี้’ จะได้มีเงินเหลือกลับคืนมาให้พี่น้องประชาชน แต่จะเป็นรูปแบบไหน คงต้องดูอีกทีนึง ต้องดูนโยบายรัฐบาลด้วย ซึ่งก็มีนโยบายที่จะปรับราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าลดลง คงจะหาทางร่วมกัน” นายชัชชาติกล่าว ก่อนตอบคำถามสื่อมวลชนจากไต้หวัน